ถ้าพ่อแม่เสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม ใครมีสิทธิ์ได้ที่ดินผืนนี้บ้าง

กระทู้สนทนา
เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่พ่อแม่ล่วงลับไปโดยไม่ได้สั่งเสียหรือทำพินัยกรรมทิ้งไว้ให้เป็นลายลักษณ์อักษร
ทรัพย์สินทุกอย่างรวมถึงที่ดินผืนนั้นจะถูกเปลี่ยนสภาพเป็น "มรดก"

ซึ่งต้องจัดสรรแบ่งปันให้กับบุคคลที่มีสิทธิตามกฎหมายที่เรียกว่า "ทายาทโดยธรรม" ทันที
โดยลำดับการรับมรดกนั้นไม่ได้ให้ใครก็ได้ตามความพอใจ
แต่กฎหมายได้วางกฎเกณฑ์เอาไว้อย่างเคร่งครัดเป็นลำดับชั้นเพื่อป้องกันความขัดแย้งในครอบครัว

เยี่ยมโดยลำดับที่สำคัญที่สุดและมีสิทธิก่อนใครเพื่อนคือกลุ่มบุตรหรือผู้สืบสันดาน
ซึ่งรวมถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรนอกกฎหมายที่พ่อได้รับรองแล้ว หรือแม้แต่บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วย
กลุ่มนี้จะได้รับส่วนแบ่งในที่ดินผืนนั้นไปในสัดส่วนที่เท่าๆ กันทุกคน

เยี่ยมแต่สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือสิทธิของ "คู่สมรส" ที่ยังมีชีวิตอยู่
ซึ่งถือเป็นทายาทโดยธรรมลำดับพิเศษที่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งร่วมกับทายาทในชั้นอื่นๆ เสมอ

โดยถ้าหากพ่อแม่เสียชีวิตและมีลูกหลายคน คู่สมรสจะได้รับส่วนแบ่งเท่ากับลูกหนึ่งคน แต่ถ้าพ่อแม่ผู้ล่วงลับยังมีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย (ซึ่งก็คือพ่อแม่ของผู้ตาย) มีชีวิตอยู่ด้วย กฎหมายก็กำหนดให้ท่านเหล่านั้นมีสิทธิได้รับมรดกในชั้นเดียวกับลูกๆ เช่นกัน

ดังนั้นในกรณีที่สมบูรณ์ที่สุดคือมีทั้งลูก มีทั้งคู่สมรส และมีทั้งพ่อแม่ของผู้ตาย ทุกคนในกลุ่มนี้จะนำที่ดินมาหารแบ่งในสัดส่วนที่เท่ากันทั้งหมด

ไม่เอาไม่พูดความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้นอีกนิด "หากผู้ตายไม่มีลูก" และ "ไม่มีพ่อแม่เหลืออยู่แล้ว"

สิทธิในที่ดินจะขยับไปยังลำดับถัดไป คือ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
ซึ่งหากไม่มีกลุ่มนี้อีกก็จะขยับไปที่ "พี่น้องต่างบิดาหรือต่างมารดา"
แล้วจึงค่อยๆ ขยับไปยัง "ปู่ย่าตายาย"
และสุดท้าย คือ ลุงป้าน้าอา ตามลำดับ

โดยมีหลักการสำคัญคือ "ญาติสนิทตัดญาติห่าง"
หมายความว่า ถ้ามีทายาทในลำดับต้นๆ เหลืออยู่ ทายาทลำดับที่อยู่ไกลออกไปจะไม่มีสิทธิได้รับมรดกเลย
ยกเว้นกรณีของลูกและพ่อแม่ผู้ตายที่สามารถรับมรดกพร้อมกันได้เท่านั้น

ยิ้มนอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง "การรับมรดกแทนที่"

ที่น่าสนใจมาก คือถ้าลูกของผู้ตายดันเสียชีวิตไปก่อนพ่อแม่ที่เสียชีวิตในครั้งนี้
สิทธิในการรับที่ดินผืนนั้นจะไม่หายไปไหน แต่จะตกทอดไปยังหลานๆ ซึ่งเป็นลูกของลูกคนนั้นอีกทีหนึ่ง
ทำให้ที่ดินยังคงวนเวียนอยู่ในสายเลือดได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ideaสำหรับการดำเนินการจริงหลังจากทราบแล้วว่าใครมีสิทธิบ้าง การจะไปเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินที่กรมที่ดินนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเดินเข้าไปแล้วทำได้ทันที

เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องมีการประกาศเพื่อหาผู้คัดค้านเป็นเวลา 30 วัน
หรือในทางที่สะดวกและลดความยุ่งยากที่สุดคือการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้ง "ผู้จัดการมรดก"
ซึ่งจะเป็นตัวแทนในการรวบรวมทรัพย์สินและโอนที่ดินให้กับทายาทแต่ละคนตามสิทธิที่ควรได้

การมีผู้จัดการมรดกจะช่วยให้กระบวนการทางกฎหมายที่กรมที่ดินหรือธนาคารเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น
ที่สำคัญต้องระวังเรื่องอายุความมรดกด้วย เพราะโดยปกติแล้วหากมีการโต้แย้งสิทธิหรือต้องฟ้องร้องแบ่งมรดกกัน จะต้องดำเนินการภายใน 1 ปีนับแต่ทายาทได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก

หากปล่อยไว้นานเกินไปอาจเกิดความลำบากในการพิสูจน์สิทธิและจัดการทรัพย์สินได้

ดังนั้นการศึกษาลำดับทายาทให้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
และคงไว้ซึ่งที่ดินอันเป็นสมบัติล้ำค่าที่พ่อแม่หามาด้วยความยากลำบาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่