สวัสดีค่ะ วันนั้จะเล่าชีวิตที่บัดซบอีกชีวิตนึงให้ฟัง...คือชีวิตมันไม่ได้แย่เหมือนในนิยาย แต่ก็เหมือนกับนกในกรงค่ะ
ย้อนไปตั้งแต่ต้นเรื่องเลย คือตอนเด็กๆพวกท่านพ่อแม่ก็ไม่ได้เลี้ยงดูเราเองอ่ะนะ เขาให้ป้าเลี้ยงให้เพราะไม่มีเวลา...แต่เผอิญว่าป้าเราเป็นคนปากร้ายมือไว เวลาเราทำอะไรเลอะเทอะ(ตามประสาเด็ก) เขาก็จะด่าเราแรงมากแบบที่ไม่ควรมาด่าเด็ก ทั้งคำหยาบสารพัดสารพัน ตอนเด็กเราก็ทำไรไม่ได้มาก ทำได้แค่ร้องไห้อย่างเดียว นอกจากป้าแล้วเราก็พี่คอยด่าเราและใช้กำลังกับเรา (ตอนนั้นเราทำเป็นแค่ร้องไห้อย่างเดียว)
จนขึ้นมาป.3 เราโดนหนักเข้าไปใหญ่ ที่รร.เราก็ไม่มีเพื่อนเพราะว่าเราหน้าตาน่าเกลียด เพื่อนไม่ยอมเล่นกับเราเลย กลับมาบ้านเราก็จะโดนป้าด่า
ทุกครั้งรวมถึงพี่ด้วย(ส่วนใหญ่มักทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อย แต่เขาด่าแรงมาก) ทั้งหมดนั่นเลยทำให้เราเป็นคนที่ไม่สนใจอะไรเลย ไม่ยอมเรียน ค้างงาน
ครูจะตีก็ตีไปใครจะสน ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ พูดแทบนับคำได้เพราะไม่รู้จะพูดกับใคร(ถ้าพูดออกไปถ้าไม่โดนด่าก็ไม่มีใครฟังT^T) จนผลการเรียนเราตกลงฮวบ อันดับห้องก็หล่นมาอยู่ห้องโหล่ ช่วงนั้นเราจำได้เลยว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า คิดฆ่าตัวตายหลายๆครั้ง (ที่รู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้าเพราะตอนหลังมานั่งทำแบบสอบถาม) แต่ที่เราไม่ฆ่าตัวตายเพราะเราคิดว่าถ้าอยู่ต่อไปอีกสักนิดบางทีเราอาจจะได้เจอคนที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆก็ได้...
ความเคีรยดในตอนนั้นทำให้เราเป็นคนที่เงียบมาก แทบไร้ความรู้สึก...คือตอนนั้นใครด่าอะไรเรา มันจะกลายเป็นว่ามันผ่านตัวเราไปเฉย เราไม่ใส่ใจ
ไม่สนใจราวกับว่าไม่มีใครพูดอะไรออกมา ด่าก็ด่าไป ฉันจะมีความสุขของฉันใครจะทำไม(ดูกวนติงเนอะ - -) เรามองหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ เช่น
การมองท้องฟ้า มองต้นไม้ แล้วก็ขอบคุณมันที่ทำให้เรามีความสุข ตอนนั้นเป็นอะไรที่สงบมากๆ (อันนี้เป็นตอนป.3ทั้งหมดเลยนะคะ)
พอตอนขึ้นป.4ที่อันดับห้องเราร่วงโหล่ลงมา ตอนแรกเราอายเพือ่นนะ คิดว่าจะไม่มีเพื่อนซะอีก ที่ไหนได้มันเป็นจุดที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนเลย
เพื่อนๆทุกคนรู้จักเราหมด(ทั้งๆที่เราไม่รู้จักเขา - -) ทุกๆคนน่ารักกับเรามาก ใจดี ให้เขากลุ่ม มีไรก็ช่วยเหลือ ไม่หยิ่ง ไม่ขี้อิจฉา ถึงแม้ทุกๆคนจะเรียนไม่เก่ง แต่ทุกๆคนก็รักกันมาก เรามีความสุขมากเลยอ่ะตอนนั้น กลับบ้านไปใครด่าอะไรเราไม่สนเพราะมารร.เราก็สนุกจนลืมเรื่องพวกนั้นไปหมด
พอมาตอนป.5 เราเรียนเก่งขึ้นอันดับห้องเลยสูงขึ้น กลับมาเจอเพื่อนกลุ่มเดิม เราก็เฉยๆนะ เป็นเพื่อนกันก็เป็นได้...แต่ใช่ว่าเราจะลืมเรื่องทั้งหมด
เพราะว่าตอนนั้นพวกนี้ทำเราเจ็บแสบจริงๆ ตอนนี้พวกผู้ชายเริ่มจะล้อเรื่องหน้าตาเราละ ล้อว่าอ้วนบ้าง ช้างน้ำ Eดำ ไม่สวย น่าเกลียด ล้อไรก็ล้อไป
คนมันจะกินซะอย่าง5555 ตอนนี้เป็นตอนที่เรามีกลุ่มเป็นของตัวเองจริงๆจังๆ มีเพื่อนสนิทเป็นตัวเป็นตน แต่ครูชอบจับผิดมากๆอ่ะ จำได้เลย ทำอะไรครูก็ชอบเรียกแค่เข้าห้องน้ำปกติก็แอบตามมาดู ทำอะไรนิดนึงก็โดนประจาน ชอบด่าว่าเราขี้เหร่บ้าง เอาเรื่องเราไปด่าให้ครูคนอื่นฟังบ้าง นินทากลุ่มเราเป็นประจำ แต่ก็อ่ะนะ ปล่อยเขาไป...เรามีเพื่อนซะอย่าง ขอแค่ไม่ต้องตัวคนเดียวก็พอแล้ว
จนขึ้นมาป.6 เราโดนล้อเรื่องหน้าตาหนักขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดพีคสุดๆ เราเลยจัดการขั้นเด็ดขาด เราเริ่มลดความอ้วน เริ่มทำทุกอย่างให้ตัวเองขาว
ตอนนั้นไฟแรงมากๆ55555
จนตอนม.ต้น เราก็หน้าตาดีขึ้นค่ะ เรียนเก่งขึ้นจนมาอยู่ห้องคิง ตอนนั้นจำได้มีผู้ชายมาจีบเราแหละ-..- แต่เราไม่เล่นด้วยค่ะเพราะถือว่าเรื่องเรียน
สำคัญที่สุด (ตอนนั้นบ้าเรียน5555) ม.ต้นเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด ทุกคนอาจจะคิดว่าเรื่องจบแล้ว...แต่! ยังค่ะ มันยังไม่ถึงช่วงขาลงของชีวิตเรา...
ม.ปลายเป็นช่วงที่เราค้นหาความหมายของการมีชีวิตมากที่สุด เราเริ่มฟังธรรม สวดมน พยายามเข้าใจหบักคำสอนพระพุทธเจ้า ...เอาง่ายๆ อินดี้นั่นแหละ เราใช้ชีวิตแบบสุดกู่มาก คือ เราเรียนเป็นหลักนะ แต่แค่ทำอะไรตามใจตัวเอง เพื่อนๆไปปาร์ตี้แต่เราจะอยู่บ้าน เพื่อนๆไปเที่ยวแต่เราจะไปเรียน
เพื่อนๆไปเรียนเราจะหยุดไปเที่ยว เพื่อนๆไปห้างแต่เราจะไปบวช คือเราทำอะไรไม่ค่อยตามใคร รวมทั้งม.ปลายเราป่วยบ่อย (คือเราร่างกายไม่แข็งแรงอ่ะนะ) ทำให้เราต้องไปหยุดช่วงสอบย่อยหลายครั้ง ครูก็เริ่มเอาเราไปนินทา จากที่ครูคนนี้ไม่ชอบเราก็กลายเป็นว่าวันต่อไปครูอีกคนก็จะไม่ชอบเราด้วย
พวกเขาไม่ชอบเราถึงขนาดให้เพื่อนมาบอกเราว่า 'เธอควรทำตัวดีๆ รู้มั้ยว่าครูทุกคนเกลียดเธอหมดแล้ว' คือเราก็ไม่เข้าใจนะ งานเราส่งครบ สอบเราไม่เคยตก เรียนไม่เคยโดด คุยหรือเอาขนมมากินในห้องก็ไม่เคย ไม่ทำผิดกฏรร.อะไรทั้งนั้น แต่งตัวไม่แรด คำหยาบไม่พูด อยู่เฉยๆใช้ชีวิตตามไลฟสไตล์ตัวเอง
ก็มีคนดันมาเกลียด.... แถมส่วนใหญ่มักเป็นครูด้วย ทั้งๆที่เราแค่มักทำอะไรในแบบที่เราอยากทำ
เราชอบไปเรียนพิเศษข้างนอกมากกว่าที่จะเรียนในรร. เพราะว่าเนื้อหาข้างนอกมันแน่นกว่า ครูเขาก็ดูถูกเราว่า 'เรียนไปจะสอบติดเหรอ อย่างเธอไม่มีวันติดหรอก' เราก็จึ้กสิคะ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร อยากพูดไรก็พูด สุดท้ายมาวัดกันว่าใครกันที่แน่จริง เราก็ใช้ชีวิตอย่างนี้มาโดยตลอด ชอบอยู่สงบๆ ใครที่รักเรา เราทุ่มให้สุดใจ แต่ถ้าใครที่เกลียดเรา เราก็ทำตัวดีกับเขา ถ้าเขาอยากจะเกลียดเราต่อไป...ก็ถือว่าชาติที่แล้วเราทำกรรมเวรเอาไว้เยอะ
ถามว่าตอนนั้นเครียดมั้ย เครียดนะ ไม่อยากให้ครูเกลียด ...ถึงจะดูชิลๆแต่ก็เก็บสะสมอารมณ์ทุกอย่างไว้หมด จนกระทั่งมาเรื่องครอบครัวนั่นแหละ
พ่อแม่เราทำงานหนักขึ้นเพราะมีคู่แข่ง พอเขากลับมาก็หน้าเครียดๆบ้าง ส่วนเราก็ไม่ยังไง เราก็พยายามตั้งใจเรียน(คือเราพูดไม่เก่งอ่ะ เลยอยากแสดงออกทางการกระทำแทน) พยายามประหยัด แต่พี่เรากลับใช้เงินฟุ่มเฟือย เราพยายามหลายๆอย่างที่เราพอจะทำได้แต่เขาก็ไม่เคยเห็นมัน เพียงเพราะว่ามันเป็นเรื่อวเล็กน้อยๆ จนถึงช่วงนึงพ่อกับแม่ก็เอาความเครียดมาลงที่เรา (พี่เราอยู่หออ่ะ เหลือเราที่อยู่บ้าน) พวกเขาบอกว่าทนเราไม่ไหวแล้ว
อย่าทำตัวเป็นภาระ อย่าสร้างปัญหา ให้ทำตัวมีประโยชน์บ้าง (บางครั้งก็ด่าเป็นคำหยาบนะ แบบว่า Eเ_ี้ย สารเ_ว เด็กเป_ต) ส่วนพี่เราก็ชอบมาว่าเราว่า
'ไร้ค่า อยู่ไปก็รกโลก' บ่อยๆ ตอนแรกๆเราร้องไห้นะ สำหรับเราครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เวลาเราโดนด่าเราจะนิ่ง คอยซึมซับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไว้จนพวกเขาพอใจและเลิกไปเอง ก็ไม่รู้นะว่าเพราะเราเครียดไปรึเปล่า หลังๆเราถึงได้มีอาการปวดหัวไมเกรน เห็นภาพหลอน เหมือนเห็นผี หูแว่วเหมือนมีใครพูดด้วย จนเรากลัวตัวเองเป็นบ้า เราอยากไปหาหมอจิตแพทย์แต่ก็ไม่กล้า เพราะเราเคยบอกพ่อว่าเรามีอาการย้ำคิดย้ำทำ เราอยากรักษา แต่พ่อเราบอกว่า
มันเป็นอาการของพวกวิกลจริต รักษาไม่ได้ ไร้สาระ จนตอนนี้เราแทบจะเป็นบ้าแล้วเนี่ย เราอยากฆ่าตัวตายหลายๆครั้ง...แต่เอาตรงๆเลยนะ คือเราชอบดู
พี่ริวอ่ะ พี่เขาชอบย้ำว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามฆ่าตัวตาย เราก็เลยไม่ทำ
ตอนนี้เราก็ใช้ชีวิตอยู่แบบเดิมนั่นแหละ เพียงแต่เราเป็นคนทีก้าวร้าวขึ้น เด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดขึ้น ร้ายขึ้น ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างหลอมรวมให้เรากลายมาเป็นคนอย่างนี้ เราเลยมีความฝันว่าถ้าเราเรียนจบ เราจะทำงาน เราจะไม่อยู่บ้าน เราจะหนีไปที่ไกลๆสักที่ คอยส่งเงินมาให้พวกท่านก็พอ
ส่วนเรื่องแต่งงาน เราไม่อยากแต่งงานเพราะเราไม่ชอบผู้ชาย พ่อของเราทำให้เราคิดวาผู้ชายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิต(แต่เราไม่ใช่เลสนะ แค่หมดความสนใจในเรื่องเพศเฉยๆ) แต่เราอยากมีลูกนะ เราคิดว่าเราอยากทำให้เด็กคนนี้มีความสุขมากที่สุดแบบที่เราเคยอยากได้ เราอยากเลี้ยงดูเขาในแบบที่เราเคยอยากให้ใครๆทำกับเรา
มาถึงจุดๆนี้มีใครมีชีวิตคล้ายๆเราบ้างมั้ยคะ เราเชื่อว่าชีวิตเราคงไม่บัดซบไปคนเดียวหรอก หากใครอยากระบายก็ระบายมาเถอะค่ะ
ทั้งความรัก ความฝัน ความเก็บกด สิ่งที่ใยชีวิตจริงเราไม่สามารถระบายมันออกมาได้ เรามาโยนทิ้งกันเถอะ...
ระบายชีวิตกันมั้ย
ย้อนไปตั้งแต่ต้นเรื่องเลย คือตอนเด็กๆพวกท่านพ่อแม่ก็ไม่ได้เลี้ยงดูเราเองอ่ะนะ เขาให้ป้าเลี้ยงให้เพราะไม่มีเวลา...แต่เผอิญว่าป้าเราเป็นคนปากร้ายมือไว เวลาเราทำอะไรเลอะเทอะ(ตามประสาเด็ก) เขาก็จะด่าเราแรงมากแบบที่ไม่ควรมาด่าเด็ก ทั้งคำหยาบสารพัดสารพัน ตอนเด็กเราก็ทำไรไม่ได้มาก ทำได้แค่ร้องไห้อย่างเดียว นอกจากป้าแล้วเราก็พี่คอยด่าเราและใช้กำลังกับเรา (ตอนนั้นเราทำเป็นแค่ร้องไห้อย่างเดียว)
จนขึ้นมาป.3 เราโดนหนักเข้าไปใหญ่ ที่รร.เราก็ไม่มีเพื่อนเพราะว่าเราหน้าตาน่าเกลียด เพื่อนไม่ยอมเล่นกับเราเลย กลับมาบ้านเราก็จะโดนป้าด่า
ทุกครั้งรวมถึงพี่ด้วย(ส่วนใหญ่มักทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อย แต่เขาด่าแรงมาก) ทั้งหมดนั่นเลยทำให้เราเป็นคนที่ไม่สนใจอะไรเลย ไม่ยอมเรียน ค้างงาน
ครูจะตีก็ตีไปใครจะสน ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ พูดแทบนับคำได้เพราะไม่รู้จะพูดกับใคร(ถ้าพูดออกไปถ้าไม่โดนด่าก็ไม่มีใครฟังT^T) จนผลการเรียนเราตกลงฮวบ อันดับห้องก็หล่นมาอยู่ห้องโหล่ ช่วงนั้นเราจำได้เลยว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า คิดฆ่าตัวตายหลายๆครั้ง (ที่รู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้าเพราะตอนหลังมานั่งทำแบบสอบถาม) แต่ที่เราไม่ฆ่าตัวตายเพราะเราคิดว่าถ้าอยู่ต่อไปอีกสักนิดบางทีเราอาจจะได้เจอคนที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆก็ได้...
ความเคีรยดในตอนนั้นทำให้เราเป็นคนที่เงียบมาก แทบไร้ความรู้สึก...คือตอนนั้นใครด่าอะไรเรา มันจะกลายเป็นว่ามันผ่านตัวเราไปเฉย เราไม่ใส่ใจ
ไม่สนใจราวกับว่าไม่มีใครพูดอะไรออกมา ด่าก็ด่าไป ฉันจะมีความสุขของฉันใครจะทำไม(ดูกวนติงเนอะ - -) เรามองหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ เช่น
การมองท้องฟ้า มองต้นไม้ แล้วก็ขอบคุณมันที่ทำให้เรามีความสุข ตอนนั้นเป็นอะไรที่สงบมากๆ (อันนี้เป็นตอนป.3ทั้งหมดเลยนะคะ)
พอตอนขึ้นป.4ที่อันดับห้องเราร่วงโหล่ลงมา ตอนแรกเราอายเพือ่นนะ คิดว่าจะไม่มีเพื่อนซะอีก ที่ไหนได้มันเป็นจุดที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนเลย
เพื่อนๆทุกคนรู้จักเราหมด(ทั้งๆที่เราไม่รู้จักเขา - -) ทุกๆคนน่ารักกับเรามาก ใจดี ให้เขากลุ่ม มีไรก็ช่วยเหลือ ไม่หยิ่ง ไม่ขี้อิจฉา ถึงแม้ทุกๆคนจะเรียนไม่เก่ง แต่ทุกๆคนก็รักกันมาก เรามีความสุขมากเลยอ่ะตอนนั้น กลับบ้านไปใครด่าอะไรเราไม่สนเพราะมารร.เราก็สนุกจนลืมเรื่องพวกนั้นไปหมด
พอมาตอนป.5 เราเรียนเก่งขึ้นอันดับห้องเลยสูงขึ้น กลับมาเจอเพื่อนกลุ่มเดิม เราก็เฉยๆนะ เป็นเพื่อนกันก็เป็นได้...แต่ใช่ว่าเราจะลืมเรื่องทั้งหมด
เพราะว่าตอนนั้นพวกนี้ทำเราเจ็บแสบจริงๆ ตอนนี้พวกผู้ชายเริ่มจะล้อเรื่องหน้าตาเราละ ล้อว่าอ้วนบ้าง ช้างน้ำ Eดำ ไม่สวย น่าเกลียด ล้อไรก็ล้อไป
คนมันจะกินซะอย่าง5555 ตอนนี้เป็นตอนที่เรามีกลุ่มเป็นของตัวเองจริงๆจังๆ มีเพื่อนสนิทเป็นตัวเป็นตน แต่ครูชอบจับผิดมากๆอ่ะ จำได้เลย ทำอะไรครูก็ชอบเรียกแค่เข้าห้องน้ำปกติก็แอบตามมาดู ทำอะไรนิดนึงก็โดนประจาน ชอบด่าว่าเราขี้เหร่บ้าง เอาเรื่องเราไปด่าให้ครูคนอื่นฟังบ้าง นินทากลุ่มเราเป็นประจำ แต่ก็อ่ะนะ ปล่อยเขาไป...เรามีเพื่อนซะอย่าง ขอแค่ไม่ต้องตัวคนเดียวก็พอแล้ว
จนขึ้นมาป.6 เราโดนล้อเรื่องหน้าตาหนักขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดพีคสุดๆ เราเลยจัดการขั้นเด็ดขาด เราเริ่มลดความอ้วน เริ่มทำทุกอย่างให้ตัวเองขาว
ตอนนั้นไฟแรงมากๆ55555
จนตอนม.ต้น เราก็หน้าตาดีขึ้นค่ะ เรียนเก่งขึ้นจนมาอยู่ห้องคิง ตอนนั้นจำได้มีผู้ชายมาจีบเราแหละ-..- แต่เราไม่เล่นด้วยค่ะเพราะถือว่าเรื่องเรียน
สำคัญที่สุด (ตอนนั้นบ้าเรียน5555) ม.ต้นเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด ทุกคนอาจจะคิดว่าเรื่องจบแล้ว...แต่! ยังค่ะ มันยังไม่ถึงช่วงขาลงของชีวิตเรา...
ม.ปลายเป็นช่วงที่เราค้นหาความหมายของการมีชีวิตมากที่สุด เราเริ่มฟังธรรม สวดมน พยายามเข้าใจหบักคำสอนพระพุทธเจ้า ...เอาง่ายๆ อินดี้นั่นแหละ เราใช้ชีวิตแบบสุดกู่มาก คือ เราเรียนเป็นหลักนะ แต่แค่ทำอะไรตามใจตัวเอง เพื่อนๆไปปาร์ตี้แต่เราจะอยู่บ้าน เพื่อนๆไปเที่ยวแต่เราจะไปเรียน
เพื่อนๆไปเรียนเราจะหยุดไปเที่ยว เพื่อนๆไปห้างแต่เราจะไปบวช คือเราทำอะไรไม่ค่อยตามใคร รวมทั้งม.ปลายเราป่วยบ่อย (คือเราร่างกายไม่แข็งแรงอ่ะนะ) ทำให้เราต้องไปหยุดช่วงสอบย่อยหลายครั้ง ครูก็เริ่มเอาเราไปนินทา จากที่ครูคนนี้ไม่ชอบเราก็กลายเป็นว่าวันต่อไปครูอีกคนก็จะไม่ชอบเราด้วย
พวกเขาไม่ชอบเราถึงขนาดให้เพื่อนมาบอกเราว่า 'เธอควรทำตัวดีๆ รู้มั้ยว่าครูทุกคนเกลียดเธอหมดแล้ว' คือเราก็ไม่เข้าใจนะ งานเราส่งครบ สอบเราไม่เคยตก เรียนไม่เคยโดด คุยหรือเอาขนมมากินในห้องก็ไม่เคย ไม่ทำผิดกฏรร.อะไรทั้งนั้น แต่งตัวไม่แรด คำหยาบไม่พูด อยู่เฉยๆใช้ชีวิตตามไลฟสไตล์ตัวเอง
ก็มีคนดันมาเกลียด.... แถมส่วนใหญ่มักเป็นครูด้วย ทั้งๆที่เราแค่มักทำอะไรในแบบที่เราอยากทำ
เราชอบไปเรียนพิเศษข้างนอกมากกว่าที่จะเรียนในรร. เพราะว่าเนื้อหาข้างนอกมันแน่นกว่า ครูเขาก็ดูถูกเราว่า 'เรียนไปจะสอบติดเหรอ อย่างเธอไม่มีวันติดหรอก' เราก็จึ้กสิคะ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร อยากพูดไรก็พูด สุดท้ายมาวัดกันว่าใครกันที่แน่จริง เราก็ใช้ชีวิตอย่างนี้มาโดยตลอด ชอบอยู่สงบๆ ใครที่รักเรา เราทุ่มให้สุดใจ แต่ถ้าใครที่เกลียดเรา เราก็ทำตัวดีกับเขา ถ้าเขาอยากจะเกลียดเราต่อไป...ก็ถือว่าชาติที่แล้วเราทำกรรมเวรเอาไว้เยอะ
ถามว่าตอนนั้นเครียดมั้ย เครียดนะ ไม่อยากให้ครูเกลียด ...ถึงจะดูชิลๆแต่ก็เก็บสะสมอารมณ์ทุกอย่างไว้หมด จนกระทั่งมาเรื่องครอบครัวนั่นแหละ
พ่อแม่เราทำงานหนักขึ้นเพราะมีคู่แข่ง พอเขากลับมาก็หน้าเครียดๆบ้าง ส่วนเราก็ไม่ยังไง เราก็พยายามตั้งใจเรียน(คือเราพูดไม่เก่งอ่ะ เลยอยากแสดงออกทางการกระทำแทน) พยายามประหยัด แต่พี่เรากลับใช้เงินฟุ่มเฟือย เราพยายามหลายๆอย่างที่เราพอจะทำได้แต่เขาก็ไม่เคยเห็นมัน เพียงเพราะว่ามันเป็นเรื่อวเล็กน้อยๆ จนถึงช่วงนึงพ่อกับแม่ก็เอาความเครียดมาลงที่เรา (พี่เราอยู่หออ่ะ เหลือเราที่อยู่บ้าน) พวกเขาบอกว่าทนเราไม่ไหวแล้ว
อย่าทำตัวเป็นภาระ อย่าสร้างปัญหา ให้ทำตัวมีประโยชน์บ้าง (บางครั้งก็ด่าเป็นคำหยาบนะ แบบว่า Eเ_ี้ย สารเ_ว เด็กเป_ต) ส่วนพี่เราก็ชอบมาว่าเราว่า
'ไร้ค่า อยู่ไปก็รกโลก' บ่อยๆ ตอนแรกๆเราร้องไห้นะ สำหรับเราครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เวลาเราโดนด่าเราจะนิ่ง คอยซึมซับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไว้จนพวกเขาพอใจและเลิกไปเอง ก็ไม่รู้นะว่าเพราะเราเครียดไปรึเปล่า หลังๆเราถึงได้มีอาการปวดหัวไมเกรน เห็นภาพหลอน เหมือนเห็นผี หูแว่วเหมือนมีใครพูดด้วย จนเรากลัวตัวเองเป็นบ้า เราอยากไปหาหมอจิตแพทย์แต่ก็ไม่กล้า เพราะเราเคยบอกพ่อว่าเรามีอาการย้ำคิดย้ำทำ เราอยากรักษา แต่พ่อเราบอกว่า
มันเป็นอาการของพวกวิกลจริต รักษาไม่ได้ ไร้สาระ จนตอนนี้เราแทบจะเป็นบ้าแล้วเนี่ย เราอยากฆ่าตัวตายหลายๆครั้ง...แต่เอาตรงๆเลยนะ คือเราชอบดู
พี่ริวอ่ะ พี่เขาชอบย้ำว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามฆ่าตัวตาย เราก็เลยไม่ทำ
ตอนนี้เราก็ใช้ชีวิตอยู่แบบเดิมนั่นแหละ เพียงแต่เราเป็นคนทีก้าวร้าวขึ้น เด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดขึ้น ร้ายขึ้น ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างหลอมรวมให้เรากลายมาเป็นคนอย่างนี้ เราเลยมีความฝันว่าถ้าเราเรียนจบ เราจะทำงาน เราจะไม่อยู่บ้าน เราจะหนีไปที่ไกลๆสักที่ คอยส่งเงินมาให้พวกท่านก็พอ
ส่วนเรื่องแต่งงาน เราไม่อยากแต่งงานเพราะเราไม่ชอบผู้ชาย พ่อของเราทำให้เราคิดวาผู้ชายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิต(แต่เราไม่ใช่เลสนะ แค่หมดความสนใจในเรื่องเพศเฉยๆ) แต่เราอยากมีลูกนะ เราคิดว่าเราอยากทำให้เด็กคนนี้มีความสุขมากที่สุดแบบที่เราเคยอยากได้ เราอยากเลี้ยงดูเขาในแบบที่เราเคยอยากให้ใครๆทำกับเรา
มาถึงจุดๆนี้มีใครมีชีวิตคล้ายๆเราบ้างมั้ยคะ เราเชื่อว่าชีวิตเราคงไม่บัดซบไปคนเดียวหรอก หากใครอยากระบายก็ระบายมาเถอะค่ะ
ทั้งความรัก ความฝัน ความเก็บกด สิ่งที่ใยชีวิตจริงเราไม่สามารถระบายมันออกมาได้ เรามาโยนทิ้งกันเถอะ...