เห็นบอกว่า ชดเชยไปแล้วหมดเงินไปแล้ว 1.5 แสนล้าน
ก็คือเงินภาษีของทุก ๆ คนในประเทศนี้แหละ ไม่ต้องไป
กระแหนะกระแหนกันหรอก ของ GU มากกว่า ของเมริงมี นิดเดียว
รัฐเขาก็วางระบบไว้ ตามรายได้ ตามการบริโภคนั่นแหละ คนใหนรายได้น้อย
รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ก็เสียเฉพาะภาษีที่อุปโภค บริโภคผ่านทางสินค้าและบริการ
ที่บวกเข้าไว้ในสินค้าและบริการเรียบร้อยแล้ว คนที่ต้องเสีย 90,91 ก็ไม่ต้องไปกระแหนะกระแหน
ชาวไร่ชาวนาหรอก ว่าพวกนี้เสียภาษีตรงใหน ทำไมต้องไปอุ้ม
..หากชาวนาสวนกลับมาว่า ฉันเสียภาษี VAT จากการซื้อรถไถนา
รถเกี่ยวข้าว ที่บวกมากับราคารถ เป็นแสน ๆ จะเงิบเอาง่าย ๆ ครับ..........
.....ทุกวันนี้ชาวบ้านชาวช่องเขารู้หมด พรรคการเมืองบางพรรคจึงหลอกเขาไม่ได้..
มีแต่ชาวบ้านที่หลอกเอาเงินนักการเมือง ที่หอบเอาไปเพื่อซื้อเสียงแถวอิสาน-แถวเหนือ
คิดว่าคนพวกนี้โง่ แค่หอบตังค์ไปก็ได้เป็น ส.ส แล้ว สุดท้ายก็อกหักซ้ำกลับมา เพราะเขาเอาแต่เงิน
แต่เขาเลือกคนที่คิดว่า ทำดีทำงานเป็นให้พวกเขา เหตุนี้เป็นเหตุหนึ่งของวิกฤติป่วนบ้านป่วนเมือง
เป็นเหตุใช้ชาวสวนยางออกมาบังหน้าเพื่อเรียกร้องราคายาง แต่เป้าประสงค์หลักคือการแย่งชิงอำนาจ
เพื่อให้ฝ่ายตัวเองได้เข้ามาบริหาร เป็นที่มาของปัญหาวิกฤติราคายางที่แท้จริง ถ้ารัฐบาลนั่นยังอยู่
และราคายางยังคงเป็นแบบนี้ สงสัยพากันลุกออกมาเหยียบจมดินไปแล้วมั้ง แต่นี้ก็อย่างว่า..
"เราพวกเดียวกัน ใจเย็น ๆ ก่อน " ให้รัฐบาลทำงานไปก่อน อย่างที่ สุเมือกมันบอก.....???
.....
มาพูดถึงราคา ยางที่ดิ่งลงเหว ไม่มีวันกลับ...
ยางเป็นสินค้าที่ไม่เน่าเหมือนข้าว...เพราะฉนั้นซื้อมาไว้นานหน่อยก็ไม่เป็นไร
- ชาวสวนยางเดือดร้อนเพราะอะไร.....(ราคายางต่ำ พ่อค้าคนกลาง นายทุนให้ราคาต่ำ)
- พ่อค้ายาง นายทุน ทำไมไม่เดือดร้อน (ซื้อมาถูก ขายไปแพง ยังก็กำไรเห็น ๆ)
-ค่าส่วนต่างที่นายทุน พ่อค้าคนกลางซื้อจากชาวสวนยาง แล้วไปขายต่อหรือส่งออก เป็นเงินเท่าไหร่...???
ทำไมพวกนี้ถึงอยู่ได้ ไม่ขาดทุนมีแต่กำไร ราคายางจะขึ้นจะลงอย่างไร
ทำไมพวกนี้เป็นเสือนอนกิน รวยจนพุงปลิ้น ไม่เดือดร้อน ไม่รู้สึกรู้สาอะไร..
นั่นเป็นเพราะรัฐ ปล่อยให้พ่อค้าคนกลางเอาเปรียบชาวสวนยาง เช่น
ขณะนี้ราคายางรับซื้อที่ 30 บาท ต่อ /กก แล้วถ้าหากเขาส่งออกสัก 40 บาท/ กก
ไปไล่ดูหน่อยสิว่า ค่าใช้จ่าย ส่วนต่าง กำไร ที่เขาได้ไป เป็นเงินสุทธิจริง ๆ แล้วเท่าไหร่
กำไรมากเกินไปไหม ถ้ามากเกินไป ขอให้เขารับซื้อในราคาที่สูงขึ้นโดยไม่เอาเปรียบชาวสวนยาง
หรือให้ชาวสวนยางอยู่ได้ด้วยเหมือนพ่อค้าคนกลางได้ไหม.
......เพราะแค่ส่วนต่าง กิโลละ 3-5 บาท
เมื่อคำนวณเป็นเงินแล้ว มันก็เป็นจำนวนหลายพันหลายหมื่นล้าน เหมือนกัน......ถ้าไม่เพิ่มราคาให้
หรือเอาเปรียบชาวสวนยางเกินไป รัฐบาลตั้งเป็นกองทุนรับซื้อเอง หรือเป็นพ่อค้าซะเรย แต่ไม่ต้องอุ้ม เอาราคาตลาดที่ส่งออก
ณ ขณะนั้นอ้างอิงเป็นเกณฑ์ รัฐอาจจะยอมควักกระเป๋าตังค์จ่าย ค่าจัดการ ค่าดำเนินการในการหาตลาด
ในการส่งออก โดยไม่ต้องไปสนใจเอกชนเลย เพราะเมื่อก่อนที่ไม่สามารถทำได้ หรือแก้ปัญหาไม่ได้ เนื่องจากนายทุน
หรือเอกชนเหล่านั้น เป็นทุน หรือให้เงินทุนแบบลับ ๆ สนับสนุนพรรคการเมือง เพื่อแลกกับส่วนต่างที่จะได้รับมากขึ้น
จากการเอาเปรียบประชาชนเรื่องราคาสินค้าเกษตรพวกนี้...มันมีมาทุกสมัย นักการเมืองรู้ดีกันทุกพรรค
.......ยิ่งเป็นรัฐบาลตะหาน ยิ่งไม่ต้องห่วงต้องกังวล เรื่องบริษัทหรือนายทุนที่จะเข้ามาให้เงินทุน ให้งบเพื่อแลกกับสิ่งเหล่านี้
มันไม่ยากส์เลยหากคิดที่จะช่วยกัน หากคิดที่จะทำเพื่อ ปชช จริง ๆ
... ขั้นแรก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปศึกษา วิเคราะห์ ส่วนต่าง
ค่าใช้จ่ายที่นายทุนเหล่านั้นซื้อไปจากชาวสวนยาง สมเหตุสมผลหรือเอาเปรียบ ประชาชนมากเกินไปหรือเปล่า
ถ้าใช่ ก็ขอร้องให้หยุดให้ลดพฤติกรรมนั้นเสีย ถ้าไม่ยอมรัฐแทรกแซง หรือ ซื้อสินค้านั้นแข่งกับเอกชนหรือนายทุนไปเลย
ดีกว่าเอาเงินไปชดเชยให้ ไม่จบไม่สิ้น แต่คนที่รวยพุงปลิ้นคือนายทุนและเอกชน ที่รัฐไม่มีปัญญา ไปจัดการเขาในการให้เขาเอาเปรียบ
ชาวสวนยางให้น้อยลง... ไม่ต้องห่วงหรอกว่า นายทุนเหล่านั้นจะไม่ให้เงินสนับสนุน เพราะรัฐบาลตะหาน ยังไงก็ไม่กลับมาเล่นการเมืองอยู่แล้ว
ช่วงนี้ ท่านก็บอกเข้ามาเพื่อคืนความสุขให้ ปชช ก็รีบ ๆ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีซะ
ผมว่ารัฐบาลตะหานนี่แหละ ทำง่ายกว่าทุกรัฐบาลเลย แม้แต่ทักษิณหรือยิ่งลักษณ์ก็เถอะ เพราะพวกนั้นสุดท้ายก็ต้อง
ห่วงหน้าพะวงหลัง และเกรงใจนายทุน หรือผู้มีพระคุณที่บริจาคเงินอุดหนุนเข้าพรรค ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลัก ของการอยู่รอดของพรรคการเมือง
ไม่ต้องไปอุ้มให้เสียเงินเงินภาษีของประเทศครับ ขอร้องนายทุนให้ลดกำไรลงหน่อย ซื้อสูงขึ้นหน่อย
หากไม่ยอม รัฐเป็นพ่อค้าเองเลย ซื้อมาไว้เท่าไหร่ก็ไม่เน่าครับยาง แต่อ้างอิงราคาตลาดขณะนั้นเป็นหลัก(ซื้อตามราคาตลาด โดยไม่เอากำไร)
ดูสิ พวกนายทุนหน้าเลือด จะอยู่กันได้ไหม ใครจะตายก่อนกันระหว่าง นายทุนกับชาวสวนยาง...
หากรัฐบาลจริงใจจะช่วย .............
.... ..ราคาข้าวหรือราคาพืชผลเกษตรอื่นก็เช่นกัน..........
ทำแบบเดียวกัน รับรองรัฐบาลคุณได้คืนความสุขให้เหมือนอย่างที่ป่าวประกาศแน่
ถ้าถึงต้องแตกหัก กับพ่อค้าคนกลางหรือนายทุน ก้ต้องทำแล้วล่ะครับ เพราะนายทุนเจ็บจริง ๆ หรือเดือดร้อนจริง ๆไม่กี่คน
แต่ประชาชนคนส่วนใหญ่ที่เดือดร้อน และเจ็บมานานแสนนาน และถูกเอาเปรียบมาโดยตลอดมันมีเท่าไหร่ทั่วประเทศนี้
มีใครช่วยพวกเขา แบบจริง ๆ จัง ได้บ้าง ทำไมจะช่วยไม่ได้หากจริงใจที่จะช่วย..อำนาจก็มีอยู่ในมือ.......
-------- มันยากส์ที่ใหน "แก้ปัญหาราคายาง" ยิ่งเป็นรัฐบาลตะหานยิ่งง่าย ----
ก็คือเงินภาษีของทุก ๆ คนในประเทศนี้แหละ ไม่ต้องไป
กระแหนะกระแหนกันหรอก ของ GU มากกว่า ของเมริงมี นิดเดียว
รัฐเขาก็วางระบบไว้ ตามรายได้ ตามการบริโภคนั่นแหละ คนใหนรายได้น้อย
รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ก็เสียเฉพาะภาษีที่อุปโภค บริโภคผ่านทางสินค้าและบริการ
ที่บวกเข้าไว้ในสินค้าและบริการเรียบร้อยแล้ว คนที่ต้องเสีย 90,91 ก็ไม่ต้องไปกระแหนะกระแหน
ชาวไร่ชาวนาหรอก ว่าพวกนี้เสียภาษีตรงใหน ทำไมต้องไปอุ้ม
..หากชาวนาสวนกลับมาว่า ฉันเสียภาษี VAT จากการซื้อรถไถนา
รถเกี่ยวข้าว ที่บวกมากับราคารถ เป็นแสน ๆ จะเงิบเอาง่าย ๆ ครับ..........
.....ทุกวันนี้ชาวบ้านชาวช่องเขารู้หมด พรรคการเมืองบางพรรคจึงหลอกเขาไม่ได้..
มีแต่ชาวบ้านที่หลอกเอาเงินนักการเมือง ที่หอบเอาไปเพื่อซื้อเสียงแถวอิสาน-แถวเหนือ
คิดว่าคนพวกนี้โง่ แค่หอบตังค์ไปก็ได้เป็น ส.ส แล้ว สุดท้ายก็อกหักซ้ำกลับมา เพราะเขาเอาแต่เงิน
แต่เขาเลือกคนที่คิดว่า ทำดีทำงานเป็นให้พวกเขา เหตุนี้เป็นเหตุหนึ่งของวิกฤติป่วนบ้านป่วนเมือง
เป็นเหตุใช้ชาวสวนยางออกมาบังหน้าเพื่อเรียกร้องราคายาง แต่เป้าประสงค์หลักคือการแย่งชิงอำนาจ
เพื่อให้ฝ่ายตัวเองได้เข้ามาบริหาร เป็นที่มาของปัญหาวิกฤติราคายางที่แท้จริง ถ้ารัฐบาลนั่นยังอยู่
และราคายางยังคงเป็นแบบนี้ สงสัยพากันลุกออกมาเหยียบจมดินไปแล้วมั้ง แต่นี้ก็อย่างว่า..
"เราพวกเดียวกัน ใจเย็น ๆ ก่อน " ให้รัฐบาลทำงานไปก่อน อย่างที่ สุเมือกมันบอก.....???
.....
มาพูดถึงราคา ยางที่ดิ่งลงเหว ไม่มีวันกลับ...
ยางเป็นสินค้าที่ไม่เน่าเหมือนข้าว...เพราะฉนั้นซื้อมาไว้นานหน่อยก็ไม่เป็นไร
- ชาวสวนยางเดือดร้อนเพราะอะไร.....(ราคายางต่ำ พ่อค้าคนกลาง นายทุนให้ราคาต่ำ)
- พ่อค้ายาง นายทุน ทำไมไม่เดือดร้อน (ซื้อมาถูก ขายไปแพง ยังก็กำไรเห็น ๆ)
-ค่าส่วนต่างที่นายทุน พ่อค้าคนกลางซื้อจากชาวสวนยาง แล้วไปขายต่อหรือส่งออก เป็นเงินเท่าไหร่...???
ทำไมพวกนี้ถึงอยู่ได้ ไม่ขาดทุนมีแต่กำไร ราคายางจะขึ้นจะลงอย่างไร
ทำไมพวกนี้เป็นเสือนอนกิน รวยจนพุงปลิ้น ไม่เดือดร้อน ไม่รู้สึกรู้สาอะไร..
นั่นเป็นเพราะรัฐ ปล่อยให้พ่อค้าคนกลางเอาเปรียบชาวสวนยาง เช่น
ขณะนี้ราคายางรับซื้อที่ 30 บาท ต่อ /กก แล้วถ้าหากเขาส่งออกสัก 40 บาท/ กก
ไปไล่ดูหน่อยสิว่า ค่าใช้จ่าย ส่วนต่าง กำไร ที่เขาได้ไป เป็นเงินสุทธิจริง ๆ แล้วเท่าไหร่
กำไรมากเกินไปไหม ถ้ามากเกินไป ขอให้เขารับซื้อในราคาที่สูงขึ้นโดยไม่เอาเปรียบชาวสวนยาง
หรือให้ชาวสวนยางอยู่ได้ด้วยเหมือนพ่อค้าคนกลางได้ไหม.
......เพราะแค่ส่วนต่าง กิโลละ 3-5 บาท
เมื่อคำนวณเป็นเงินแล้ว มันก็เป็นจำนวนหลายพันหลายหมื่นล้าน เหมือนกัน......ถ้าไม่เพิ่มราคาให้
หรือเอาเปรียบชาวสวนยางเกินไป รัฐบาลตั้งเป็นกองทุนรับซื้อเอง หรือเป็นพ่อค้าซะเรย แต่ไม่ต้องอุ้ม เอาราคาตลาดที่ส่งออก
ณ ขณะนั้นอ้างอิงเป็นเกณฑ์ รัฐอาจจะยอมควักกระเป๋าตังค์จ่าย ค่าจัดการ ค่าดำเนินการในการหาตลาด
ในการส่งออก โดยไม่ต้องไปสนใจเอกชนเลย เพราะเมื่อก่อนที่ไม่สามารถทำได้ หรือแก้ปัญหาไม่ได้ เนื่องจากนายทุน
หรือเอกชนเหล่านั้น เป็นทุน หรือให้เงินทุนแบบลับ ๆ สนับสนุนพรรคการเมือง เพื่อแลกกับส่วนต่างที่จะได้รับมากขึ้น
จากการเอาเปรียบประชาชนเรื่องราคาสินค้าเกษตรพวกนี้...มันมีมาทุกสมัย นักการเมืองรู้ดีกันทุกพรรค
.......ยิ่งเป็นรัฐบาลตะหาน ยิ่งไม่ต้องห่วงต้องกังวล เรื่องบริษัทหรือนายทุนที่จะเข้ามาให้เงินทุน ให้งบเพื่อแลกกับสิ่งเหล่านี้
มันไม่ยากส์เลยหากคิดที่จะช่วยกัน หากคิดที่จะทำเพื่อ ปชช จริง ๆ
... ขั้นแรก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปศึกษา วิเคราะห์ ส่วนต่าง
ค่าใช้จ่ายที่นายทุนเหล่านั้นซื้อไปจากชาวสวนยาง สมเหตุสมผลหรือเอาเปรียบ ประชาชนมากเกินไปหรือเปล่า
ถ้าใช่ ก็ขอร้องให้หยุดให้ลดพฤติกรรมนั้นเสีย ถ้าไม่ยอมรัฐแทรกแซง หรือ ซื้อสินค้านั้นแข่งกับเอกชนหรือนายทุนไปเลย
ดีกว่าเอาเงินไปชดเชยให้ ไม่จบไม่สิ้น แต่คนที่รวยพุงปลิ้นคือนายทุนและเอกชน ที่รัฐไม่มีปัญญา ไปจัดการเขาในการให้เขาเอาเปรียบ
ชาวสวนยางให้น้อยลง... ไม่ต้องห่วงหรอกว่า นายทุนเหล่านั้นจะไม่ให้เงินสนับสนุน เพราะรัฐบาลตะหาน ยังไงก็ไม่กลับมาเล่นการเมืองอยู่แล้ว
ช่วงนี้ ท่านก็บอกเข้ามาเพื่อคืนความสุขให้ ปชช ก็รีบ ๆ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีซะ
ผมว่ารัฐบาลตะหานนี่แหละ ทำง่ายกว่าทุกรัฐบาลเลย แม้แต่ทักษิณหรือยิ่งลักษณ์ก็เถอะ เพราะพวกนั้นสุดท้ายก็ต้อง
ห่วงหน้าพะวงหลัง และเกรงใจนายทุน หรือผู้มีพระคุณที่บริจาคเงินอุดหนุนเข้าพรรค ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลัก ของการอยู่รอดของพรรคการเมือง
ไม่ต้องไปอุ้มให้เสียเงินเงินภาษีของประเทศครับ ขอร้องนายทุนให้ลดกำไรลงหน่อย ซื้อสูงขึ้นหน่อย
หากไม่ยอม รัฐเป็นพ่อค้าเองเลย ซื้อมาไว้เท่าไหร่ก็ไม่เน่าครับยาง แต่อ้างอิงราคาตลาดขณะนั้นเป็นหลัก(ซื้อตามราคาตลาด โดยไม่เอากำไร)
ดูสิ พวกนายทุนหน้าเลือด จะอยู่กันได้ไหม ใครจะตายก่อนกันระหว่าง นายทุนกับชาวสวนยาง...
หากรัฐบาลจริงใจจะช่วย .............
.... ..ราคาข้าวหรือราคาพืชผลเกษตรอื่นก็เช่นกัน..........
ทำแบบเดียวกัน รับรองรัฐบาลคุณได้คืนความสุขให้เหมือนอย่างที่ป่าวประกาศแน่
ถ้าถึงต้องแตกหัก กับพ่อค้าคนกลางหรือนายทุน ก้ต้องทำแล้วล่ะครับ เพราะนายทุนเจ็บจริง ๆ หรือเดือดร้อนจริง ๆไม่กี่คน
แต่ประชาชนคนส่วนใหญ่ที่เดือดร้อน และเจ็บมานานแสนนาน และถูกเอาเปรียบมาโดยตลอดมันมีเท่าไหร่ทั่วประเทศนี้
มีใครช่วยพวกเขา แบบจริง ๆ จัง ได้บ้าง ทำไมจะช่วยไม่ได้หากจริงใจที่จะช่วย..อำนาจก็มีอยู่ในมือ.......