M I N I N O V E L
-1-
คานทองวิลลา
8
นาปีเดินมาตามทางเดินที่มีแต่เลี้ยวขวาพาไปสู่สระว่ายน้ำขนาดกลาง ซึ่งเมื่อเขามองไปยังขอบสระกลางแจ้งนั้นแล้วก็เห็นร่างเล็กของใครคนหนึ่งที่เขาตามหานั่งเตะน้ำอยู่จริงๆ ตามที่อัมราบอก
เขาเม้มปากสร้างความมั่นใจอีกชั้น ก่อนขาข้างหนึ่งทำท่าจะก้าวไปข้างหน้า ทว่าเสียงโวยวายที่ดังมาจากคนขอบสระก็ทำให้เขาชะงักไว้แค่นั้น มองดูเจ้าของเสียงทั้งเตะน้ำทั้งตะโกนลั่นอย่างไม่สนว่าเขาจะกลับไปหรือยัง
“ไอ้ปี! ไอ้บ้า! คนอย่างแกมันไม่ได้ดั่งใจฉันสักอย่าง! คนอย่างแกนี่มัน...มันบ้า! บ้าๆๆๆ! บ้...เฮ้ย! กรี๊ดดด!!!”
ตู้ม!
นาปีเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างนั้นที่คลั่งอยู่ไม่เท่าไรก็ทิ้งตัวหน้าคว่ำลงไปในน้ำดังตู้มพร้อมเสียงกรี๊ดลั่นสระ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาก่อนยืดตัวยื่นมือไปให้เธอ
“เอ้า จับมือฉันขึ้นมาสิ”
นาปรังที่ยืนหลับตานิ่งข่มความโกรธตัวเองอยู่ในสระลืมตาพรึ่บขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงตั้งแต่คำแรก เธอหันไปยี๋ตาสู้แสงอาทิตย์มองร่างสูงที่ยื่นมือมาให้ก็...วิบ...วิบเลย
“แอปเปิล!!! นี่แกปล่อยให้ไอ้อัป-เข้ามาถึงที่นี่ได้ยังไง!!! หา!!! แอปเปิล!!! แอปเปิ๊ลลล!!!” ยิ่งเรียก เสียงยิ่งแหลมบาดหูคนฟังใกล้ๆ แต่นาปีจำต้องอดทนต่อทั้งคำด่าแสนหยาบคายและก็เสียงแหลมแปดปรอทของคนตรงหน้า
“อึฮ์” เขาเน้นเสียงพร้อมกับกระตุกมือเชิงให้เธอจับมือเขาไว้ซะที นาปรังสะบัดหน้าหันมอง ทีแรกว่าจะปัดมือนั้นออกแล้วค่อยปีนบันไดขึ้นเอง แต่...รอยยิ้มร้ายหยักขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มทันเห็น หากเขาก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ในยิ้มแบบนั้น
นาปรังเดินอาดๆ เข้าหา ก่อนจะยื่นมือขึ้นจับมือร้อนๆ ที่คงตากแดดนานจนอุ่นจัด
นาปีกระชับมือเปียกที่จับมือเขาแน่นก่อนจะออกแรงดึงให้ร่างเธอขึ้นมา ส่วนนาปรังที่มีแผนร้ายก็แกล้งจับราวคล้ายกับกำลังช่วยประคองตัวเองขึ้น ทว่าพอเท้าเหยียบขึ้นไปบนบันไดขั้นแรกเธอก็ออกแรงกระชากมือกลับอย่างแรงจนร่างหนานั้นถลาหน้าตกใจตกลงมาในสระพร้อมกับเธอ นาปรังมองเห็นเขาดำผุดดำว่ายดูวุ่นวายก็ให้หัวเราะสะใจ ก่อนจะหันไปจับราวแล้วปีนขึ้นบันได ทว่า...
“กรี๊ดดด!!! ปล่อย!!! อิปี!!! อิบ้า!!! กรี๊ดดด!!!”
นาปีที่ว่ายทีเดียวถึงนาปรังก็ปีนขึ้นโอบรัดตัวเธอพยายามสู้ดึงให้คนตัวเล็กกว่าตกลงมาในสระพร้อมกันอีกครั้ง และในที่สุดร่างเล็กกว่าก็ย่อมแพ้ เสียงตู้มดังเป็นครั้งที่สาม พร้อมกับอัมราที่เพิ่งวิ่งมาถึง เพราะก่อนหน้านี้ที่ได้ยินเสียงเพื่อนสาวเรียกหล่อนยังไม่กล้ามาเพราะคิดว่าอยากให้สองคนนั้นเคลียร์กันได้ก่อน ทว่าเสียงตกน้ำมันดังหลายครั้งเหลือเกินจนหล่อนอดเสี่ยงวิ่งมาดูไม่ได้ และเมื่อมาถึง...ได้เห็นเพื่อนสองคนกำลังฟัดกันอย่างเอาเป็นเอาตายในน้ำก็ให้อ้าปากค้าง เป็นนาปีที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ชายหนุ่มใช้มือข้างเดียวดันหัวเพื่อนสาวไว้สุดแขน จนคนที่แขนสั้นกว่าเข้ามาทำร้ายไม่ได้ ก็เลยได้แต่ตีน้ำรอบตัวตะโกนด่าคนตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้ปี! ไอ้ชั่ว แกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยยย!!!”
“ไม่! ก็จนกว่าแกจะยอมยกโทษให้ฉันก่อนฉันถึงจะปล่อย”
“อิปี! อิบ้า! นี่มันเป็นวิธีการง้อของแกรึไงวะ หะ! ง้ออย่างนี้ฉันไม่ยกโทษให้หรอกเว้ย ปล่อยนะ! โอ้ยยยย! อิปี! อิปลาลิ้นหมา!! อิหัวปลีเลื้อย!! ปล่อยฉันได้แล้วไอ้บ้าเอ้ย! อ๊ายยย!!!” นาปรังพยายามดันหัวตัวเองสู้กำลังแขนแข็งแต่ทว่าก็ไร้ผล จนต้องเปลี่ยนแผนมาพยายามเอาหัวออกจากมือเพื่อนแทนเพื่อหาทางเล่นงานให้ได้ แต่ไอ้เจ้ามือใหญ่ที่ดันไว้นั้นก็เหนียวเสียยิ่งกว่าหนวดปลาหมึก หญิงสาวไม่ยอมแพ้ ยังสู้ยังตะโกนด่าไม่หยุดทั้งที่ก็เริ่มเหนื่อยจนหอบแฮ่กแล้ว
นาปีมองคนตรงหน้าหอบตัวโยนก็ให้จินตนาการว่าเป็นหมาบ้า เขาหลุดหัวเราะก๊าก นาปรังชะงัก...เหลือกตามองค้อน ก่อนจะปัดมือเขาทิ้งแรงๆ
“ขำบ้าอะไร หะ! แกล้งฉันนี่มันสนุกมากเลยใช่มะ แกล้งให้ฉันเหนื่อย ให้ฉันหอบเป็นหมาบ้าแล้วแกก็มายืนดูหัวเราะอย่างเดียวแบบเนี้ย มันใช่เรื่องมะไอ้ปี สาบานสิว่าแกมาง้อฉันจริงๆ”
คนถูกว่าถูกประชดยังขำไม่หยุด
“เออ สาบานเลย ก็ฉันมาง้อแกจริงๆ”
“เหรอ! เหรอ!!!”
นาปรังยื่นหน้าถามเสียงดังอย่างประชดก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินอาดๆ ไปที่บันได นาปีร้องเฮ้ยรีบก้าวยาวเอื้อมมือไปรั้งแขนเธอไว้ก่อน
“โอ้ย อะไรอีกเนี่ย จิตใจจะให้คุยอยู่แต่ในน้ำนี่ใช่มั้ยหะ”
“แกยกโทษให้ฉันยัง?”
นาปรังเงียบ จ้องตาขวาง
“ยัง!”
“งั้นฉันก็ไม่ให้แกขึ้น” เขาไม่พูดเปล่า ยังยึดข้อมือเธอไว้ไม่ให้ไปไหน นาปรังอ้าปากที่เขาช่างบังอาจนัก! เธอจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องก่อนจะสะบัดมือตัวเองด้วยความพยายามที่มี แต่ก็...ไร้ผล นาปีเบะปากลอยหน้าลอยตา เหมือนกับว่าถ้าอีกฝ่ายแรงยังมีก็ดิ้นไปเหอะ ดิ้นให้ตาย ส่วนเขานี่จะยืนเฉยๆ เหมือนเดิม ชิวๆ เบๆ
“เฮ้ยปรัง ฉันว่าแกยกโทษให้มันไปเหอะ ขืนแช่อยู่ในน้ำนานขาเปื่อยเป็นตีนไก่ตุ๋นเลยนะเว้ย”
หญิงสาวหันไปทำหน้าตกใจที่เพื่อนสาวร่างท้วมขู่มาอย่างนั้น ไม่เอานะ ขาเปื่อยเป็นตีนไก่ตุ๋นเลยเหรอ? ยี้!
หญิงสาวทำหน้าสยองกลัว ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปจ้องคนกวนประสาทตาขวาง นาปีเหลือบกลับมามองถามเสียงกวน
“อ่ะ เอาไง จะยอมพูดคำง่ายๆ แค่สองพยางค์ รึจะยอมขาเปื่อยเป็นตีนไก่ตุ๋นอย่างที่แอปเปิลมันว่า?”
นาปรังมองอย่างเคียดแค้นก่อนจะตะโกนใส่หน้าเสียงดัง
“เออ!! ยกโทษ!!”
“ยกโทษไม่พอต้องขายบ้านให้ฉันด้วยนะ”
“เออ!!!”
“พูดไม่เพราะเลยคนอะไรวะ ขอใหม่อีกทีซิ”
เขาแกล้งถ่วงเวลา หันหูให้เชิงให้เธอพูดเพราะๆ ใส่หูเขา นาปรังกัดฟันกรอด นึกอยากจะด่ากลับแต่เมื่อนึกถึงภาพขาตัวเองเปื่อยเหี่ยวก็ให้ไม่อยากต่อเวลายืนในน้ำนานมากไปกว่านี้
“ค่ะ!! พอใจรึยังคะ!!”
นาปีหัวเราะ
“เค พอใจและ”
“ถ้าพอใจก็ปล่อยซะทีสิคะ! จะเอามั้ยบ้านน่ะ?!”
นาปีเม้มยิ้ม ยอมปล่อยมือเธอแต่โดยดี
“ค่อยๆ เว้ยค่อยๆ เฮ้ย...ปรัง...”
อัมราที่ช่วยดึงเพื่อนสาวขึ้นมาอีกแรงแกล้งทำหน้าช็อก ตามองไปที่ขา นาปรังเห็นหน้าอย่างนั้นก็ใจไม่ดี ถามเสียงสั่น
“อะไรแกวะแอปเปิล ทำไมทำหน้าแบบนั้น ขาฉันเหรอ? ขาฉันทำไม แก...ขาฉันทำไมวะ???”
“ขาแกมัน...”
“อะ...อะไรเล่า ขาฉันมันทำไมรีบๆ พูดมาซี่”
“ขาแกมัน...โคตรขาวเลยว่ะ วิ้งออร่ามากอ่ะ ฮ่าๆๆๆ”
“หะ...”
“เออจริงด้วย ขาโคตรเอ็กซ์อ่ะ” นาปีแกล้งเสริมจ้องขาตาวาวพราวระยับ ร้องโอ้โหบ้าง เอามือปิดปากบ้างเหมือนหื่นจัด จนคนหันมาเห็นเขาทำหน้าอย่างนั้นก็อายหน้าแดงแปร๊ด รีบเอามือปิดขาตัวเองพัลวัน แต่นาปีก็ยังแกล้งชะเง้อหน้ามองเหมือนไอ้พวกหื่นกามตัณหากลับ!
“ไอ้...ไอ้ปี! ไอ้ชั่ว! ไอ้ทะลึ่ง!! ไอ้ลามก!!!”
เธอด่าทั้งที่หน้าแดงก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปข้างใน ส่วนนาปีก็แกล้งพูดตะโกนไล่หลังไม่หยุด
“โอ้ย! เดินดีๆ หน่อยแม่คู๊ณ! บั้นท้ายเธอมันเซ็กซี่กระแทกตาพี่จนแทบแตกแล้ว!”
“อิปี!!! อิชั่ว!!!”
มีเสียงแหลมแปดปรอทด่ามาจากระยะไกล แม้ไม่เห็นตัวแล้วแต่เสียงก็ดังได้ยินชัดมาถึงนี่ นาปีหัวเราะร่วน เขาเดินอาดๆ ปีนบันไดขึ้นมาก่อนหันไปแท็คมือกับอัมรา เจ้าหล่อนยิ้มขำก่อนจะมองทางเข้าที่อีกคนเดินหายไปก็ให้ส่ายหน้า
“เฮ้อ ดูท่าก็น่าจะมีแต่แกนี่ล่ะที่ปราบพยศมันได้”
“เฮ้ย ไม่หรอก วันนี้ก็แค่ฟลุ๊คว่ะเพราะปรังมันสู้ไม่ได้ แต่นี่แกอย่าลืมว่าถ้าฉันมาอยู่ที่นี่จริงๆ จะโดนเอาคืนยังไงบ้าง ถ้าไม่โดนตัดน้ำ ก็ต้องโดนตัดไฟแหละวะ”
อัมราหัวเราะร่วน
“โอ้ย ไอ้บ้า พูดเกินไป๊ แต่ก็ไม่แน่ ฮ่าๆๆๆ”
“น่ะ” นาปีเบ้ปากที่สุดท้ายเพื่อนก็เห็นด้วย อัมราขำตบบ่าเปียกๆ
“เอาน่าๆ ปรังมันอาจจะไม่ใจร้ายขนาดนั้นก็ได้มั้ง ว่าแต่นี่แก...จะเอาไงกับชุดดีเนี่ย อาบน้ำที่นี่ก่อนมั้ย แล้วเดี๋ยวฉันเอาชุดไปร้านซักรีดให้ ของหมู่บ้านเรานี่เอง ใกล้ๆ”
“อืม...ดูจากสภาพแล้ว...ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละว่ะ” คนพูดเงยหน้ายิ้มแหย อัมรามองตามส่ายหน้าขำ
MINI NOVEL #1 คานทองวิลลา [ตอนที่ 8]
-1-
คานทองวิลลา
8
นาปีเดินมาตามทางเดินที่มีแต่เลี้ยวขวาพาไปสู่สระว่ายน้ำขนาดกลาง ซึ่งเมื่อเขามองไปยังขอบสระกลางแจ้งนั้นแล้วก็เห็นร่างเล็กของใครคนหนึ่งที่เขาตามหานั่งเตะน้ำอยู่จริงๆ ตามที่อัมราบอก
เขาเม้มปากสร้างความมั่นใจอีกชั้น ก่อนขาข้างหนึ่งทำท่าจะก้าวไปข้างหน้า ทว่าเสียงโวยวายที่ดังมาจากคนขอบสระก็ทำให้เขาชะงักไว้แค่นั้น มองดูเจ้าของเสียงทั้งเตะน้ำทั้งตะโกนลั่นอย่างไม่สนว่าเขาจะกลับไปหรือยัง
“ไอ้ปี! ไอ้บ้า! คนอย่างแกมันไม่ได้ดั่งใจฉันสักอย่าง! คนอย่างแกนี่มัน...มันบ้า! บ้าๆๆๆ! บ้...เฮ้ย! กรี๊ดดด!!!”
ตู้ม!
นาปีเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างนั้นที่คลั่งอยู่ไม่เท่าไรก็ทิ้งตัวหน้าคว่ำลงไปในน้ำดังตู้มพร้อมเสียงกรี๊ดลั่นสระ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาก่อนยืดตัวยื่นมือไปให้เธอ
“เอ้า จับมือฉันขึ้นมาสิ”
นาปรังที่ยืนหลับตานิ่งข่มความโกรธตัวเองอยู่ในสระลืมตาพรึ่บขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงตั้งแต่คำแรก เธอหันไปยี๋ตาสู้แสงอาทิตย์มองร่างสูงที่ยื่นมือมาให้ก็...วิบ...วิบเลย
“แอปเปิล!!! นี่แกปล่อยให้ไอ้อัป-เข้ามาถึงที่นี่ได้ยังไง!!! หา!!! แอปเปิล!!! แอปเปิ๊ลลล!!!” ยิ่งเรียก เสียงยิ่งแหลมบาดหูคนฟังใกล้ๆ แต่นาปีจำต้องอดทนต่อทั้งคำด่าแสนหยาบคายและก็เสียงแหลมแปดปรอทของคนตรงหน้า
“อึฮ์” เขาเน้นเสียงพร้อมกับกระตุกมือเชิงให้เธอจับมือเขาไว้ซะที นาปรังสะบัดหน้าหันมอง ทีแรกว่าจะปัดมือนั้นออกแล้วค่อยปีนบันไดขึ้นเอง แต่...รอยยิ้มร้ายหยักขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มทันเห็น หากเขาก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ในยิ้มแบบนั้น
นาปรังเดินอาดๆ เข้าหา ก่อนจะยื่นมือขึ้นจับมือร้อนๆ ที่คงตากแดดนานจนอุ่นจัด
นาปีกระชับมือเปียกที่จับมือเขาแน่นก่อนจะออกแรงดึงให้ร่างเธอขึ้นมา ส่วนนาปรังที่มีแผนร้ายก็แกล้งจับราวคล้ายกับกำลังช่วยประคองตัวเองขึ้น ทว่าพอเท้าเหยียบขึ้นไปบนบันไดขั้นแรกเธอก็ออกแรงกระชากมือกลับอย่างแรงจนร่างหนานั้นถลาหน้าตกใจตกลงมาในสระพร้อมกับเธอ นาปรังมองเห็นเขาดำผุดดำว่ายดูวุ่นวายก็ให้หัวเราะสะใจ ก่อนจะหันไปจับราวแล้วปีนขึ้นบันได ทว่า...
“กรี๊ดดด!!! ปล่อย!!! อิปี!!! อิบ้า!!! กรี๊ดดด!!!”
นาปีที่ว่ายทีเดียวถึงนาปรังก็ปีนขึ้นโอบรัดตัวเธอพยายามสู้ดึงให้คนตัวเล็กกว่าตกลงมาในสระพร้อมกันอีกครั้ง และในที่สุดร่างเล็กกว่าก็ย่อมแพ้ เสียงตู้มดังเป็นครั้งที่สาม พร้อมกับอัมราที่เพิ่งวิ่งมาถึง เพราะก่อนหน้านี้ที่ได้ยินเสียงเพื่อนสาวเรียกหล่อนยังไม่กล้ามาเพราะคิดว่าอยากให้สองคนนั้นเคลียร์กันได้ก่อน ทว่าเสียงตกน้ำมันดังหลายครั้งเหลือเกินจนหล่อนอดเสี่ยงวิ่งมาดูไม่ได้ และเมื่อมาถึง...ได้เห็นเพื่อนสองคนกำลังฟัดกันอย่างเอาเป็นเอาตายในน้ำก็ให้อ้าปากค้าง เป็นนาปีที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ชายหนุ่มใช้มือข้างเดียวดันหัวเพื่อนสาวไว้สุดแขน จนคนที่แขนสั้นกว่าเข้ามาทำร้ายไม่ได้ ก็เลยได้แต่ตีน้ำรอบตัวตะโกนด่าคนตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้ปี! ไอ้ชั่ว แกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยยย!!!”
“ไม่! ก็จนกว่าแกจะยอมยกโทษให้ฉันก่อนฉันถึงจะปล่อย”
“อิปี! อิบ้า! นี่มันเป็นวิธีการง้อของแกรึไงวะ หะ! ง้ออย่างนี้ฉันไม่ยกโทษให้หรอกเว้ย ปล่อยนะ! โอ้ยยยย! อิปี! อิปลาลิ้นหมา!! อิหัวปลีเลื้อย!! ปล่อยฉันได้แล้วไอ้บ้าเอ้ย! อ๊ายยย!!!” นาปรังพยายามดันหัวตัวเองสู้กำลังแขนแข็งแต่ทว่าก็ไร้ผล จนต้องเปลี่ยนแผนมาพยายามเอาหัวออกจากมือเพื่อนแทนเพื่อหาทางเล่นงานให้ได้ แต่ไอ้เจ้ามือใหญ่ที่ดันไว้นั้นก็เหนียวเสียยิ่งกว่าหนวดปลาหมึก หญิงสาวไม่ยอมแพ้ ยังสู้ยังตะโกนด่าไม่หยุดทั้งที่ก็เริ่มเหนื่อยจนหอบแฮ่กแล้ว
นาปีมองคนตรงหน้าหอบตัวโยนก็ให้จินตนาการว่าเป็นหมาบ้า เขาหลุดหัวเราะก๊าก นาปรังชะงัก...เหลือกตามองค้อน ก่อนจะปัดมือเขาทิ้งแรงๆ
“ขำบ้าอะไร หะ! แกล้งฉันนี่มันสนุกมากเลยใช่มะ แกล้งให้ฉันเหนื่อย ให้ฉันหอบเป็นหมาบ้าแล้วแกก็มายืนดูหัวเราะอย่างเดียวแบบเนี้ย มันใช่เรื่องมะไอ้ปี สาบานสิว่าแกมาง้อฉันจริงๆ”
คนถูกว่าถูกประชดยังขำไม่หยุด
“เออ สาบานเลย ก็ฉันมาง้อแกจริงๆ”
“เหรอ! เหรอ!!!”
นาปรังยื่นหน้าถามเสียงดังอย่างประชดก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินอาดๆ ไปที่บันได นาปีร้องเฮ้ยรีบก้าวยาวเอื้อมมือไปรั้งแขนเธอไว้ก่อน
“โอ้ย อะไรอีกเนี่ย จิตใจจะให้คุยอยู่แต่ในน้ำนี่ใช่มั้ยหะ”
“แกยกโทษให้ฉันยัง?”
นาปรังเงียบ จ้องตาขวาง
“ยัง!”
“งั้นฉันก็ไม่ให้แกขึ้น” เขาไม่พูดเปล่า ยังยึดข้อมือเธอไว้ไม่ให้ไปไหน นาปรังอ้าปากที่เขาช่างบังอาจนัก! เธอจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องก่อนจะสะบัดมือตัวเองด้วยความพยายามที่มี แต่ก็...ไร้ผล นาปีเบะปากลอยหน้าลอยตา เหมือนกับว่าถ้าอีกฝ่ายแรงยังมีก็ดิ้นไปเหอะ ดิ้นให้ตาย ส่วนเขานี่จะยืนเฉยๆ เหมือนเดิม ชิวๆ เบๆ
“เฮ้ยปรัง ฉันว่าแกยกโทษให้มันไปเหอะ ขืนแช่อยู่ในน้ำนานขาเปื่อยเป็นตีนไก่ตุ๋นเลยนะเว้ย”
หญิงสาวหันไปทำหน้าตกใจที่เพื่อนสาวร่างท้วมขู่มาอย่างนั้น ไม่เอานะ ขาเปื่อยเป็นตีนไก่ตุ๋นเลยเหรอ? ยี้!
หญิงสาวทำหน้าสยองกลัว ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปจ้องคนกวนประสาทตาขวาง นาปีเหลือบกลับมามองถามเสียงกวน
“อ่ะ เอาไง จะยอมพูดคำง่ายๆ แค่สองพยางค์ รึจะยอมขาเปื่อยเป็นตีนไก่ตุ๋นอย่างที่แอปเปิลมันว่า?”
นาปรังมองอย่างเคียดแค้นก่อนจะตะโกนใส่หน้าเสียงดัง
“เออ!! ยกโทษ!!”
“ยกโทษไม่พอต้องขายบ้านให้ฉันด้วยนะ”
“เออ!!!”
“พูดไม่เพราะเลยคนอะไรวะ ขอใหม่อีกทีซิ”
เขาแกล้งถ่วงเวลา หันหูให้เชิงให้เธอพูดเพราะๆ ใส่หูเขา นาปรังกัดฟันกรอด นึกอยากจะด่ากลับแต่เมื่อนึกถึงภาพขาตัวเองเปื่อยเหี่ยวก็ให้ไม่อยากต่อเวลายืนในน้ำนานมากไปกว่านี้
“ค่ะ!! พอใจรึยังคะ!!”
นาปีหัวเราะ
“เค พอใจและ”
“ถ้าพอใจก็ปล่อยซะทีสิคะ! จะเอามั้ยบ้านน่ะ?!”
นาปีเม้มยิ้ม ยอมปล่อยมือเธอแต่โดยดี
“ค่อยๆ เว้ยค่อยๆ เฮ้ย...ปรัง...”
อัมราที่ช่วยดึงเพื่อนสาวขึ้นมาอีกแรงแกล้งทำหน้าช็อก ตามองไปที่ขา นาปรังเห็นหน้าอย่างนั้นก็ใจไม่ดี ถามเสียงสั่น
“อะไรแกวะแอปเปิล ทำไมทำหน้าแบบนั้น ขาฉันเหรอ? ขาฉันทำไม แก...ขาฉันทำไมวะ???”
“ขาแกมัน...”
“อะ...อะไรเล่า ขาฉันมันทำไมรีบๆ พูดมาซี่”
“ขาแกมัน...โคตรขาวเลยว่ะ วิ้งออร่ามากอ่ะ ฮ่าๆๆๆ”
“หะ...”
“เออจริงด้วย ขาโคตรเอ็กซ์อ่ะ” นาปีแกล้งเสริมจ้องขาตาวาวพราวระยับ ร้องโอ้โหบ้าง เอามือปิดปากบ้างเหมือนหื่นจัด จนคนหันมาเห็นเขาทำหน้าอย่างนั้นก็อายหน้าแดงแปร๊ด รีบเอามือปิดขาตัวเองพัลวัน แต่นาปีก็ยังแกล้งชะเง้อหน้ามองเหมือนไอ้พวกหื่นกามตัณหากลับ!
“ไอ้...ไอ้ปี! ไอ้ชั่ว! ไอ้ทะลึ่ง!! ไอ้ลามก!!!”
เธอด่าทั้งที่หน้าแดงก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปข้างใน ส่วนนาปีก็แกล้งพูดตะโกนไล่หลังไม่หยุด
“โอ้ย! เดินดีๆ หน่อยแม่คู๊ณ! บั้นท้ายเธอมันเซ็กซี่กระแทกตาพี่จนแทบแตกแล้ว!”
“อิปี!!! อิชั่ว!!!”
มีเสียงแหลมแปดปรอทด่ามาจากระยะไกล แม้ไม่เห็นตัวแล้วแต่เสียงก็ดังได้ยินชัดมาถึงนี่ นาปีหัวเราะร่วน เขาเดินอาดๆ ปีนบันไดขึ้นมาก่อนหันไปแท็คมือกับอัมรา เจ้าหล่อนยิ้มขำก่อนจะมองทางเข้าที่อีกคนเดินหายไปก็ให้ส่ายหน้า
“เฮ้อ ดูท่าก็น่าจะมีแต่แกนี่ล่ะที่ปราบพยศมันได้”
“เฮ้ย ไม่หรอก วันนี้ก็แค่ฟลุ๊คว่ะเพราะปรังมันสู้ไม่ได้ แต่นี่แกอย่าลืมว่าถ้าฉันมาอยู่ที่นี่จริงๆ จะโดนเอาคืนยังไงบ้าง ถ้าไม่โดนตัดน้ำ ก็ต้องโดนตัดไฟแหละวะ”
อัมราหัวเราะร่วน
“โอ้ย ไอ้บ้า พูดเกินไป๊ แต่ก็ไม่แน่ ฮ่าๆๆๆ”
“น่ะ” นาปีเบ้ปากที่สุดท้ายเพื่อนก็เห็นด้วย อัมราขำตบบ่าเปียกๆ
“เอาน่าๆ ปรังมันอาจจะไม่ใจร้ายขนาดนั้นก็ได้มั้ง ว่าแต่นี่แก...จะเอาไงกับชุดดีเนี่ย อาบน้ำที่นี่ก่อนมั้ย แล้วเดี๋ยวฉันเอาชุดไปร้านซักรีดให้ ของหมู่บ้านเรานี่เอง ใกล้ๆ”
“อืม...ดูจากสภาพแล้ว...ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละว่ะ” คนพูดเงยหน้ายิ้มแหย อัมรามองตามส่ายหน้าขำ