สวัสดีพี่น้องสมาชิกทุกท่าน
กับกระทู้ที่คนเขียนเองก็....รอจะเขียนมานานกว่าปี...
ในที่สุด หลังจากการเปิดราคาค่าตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา....เชื่อว่าราคานี้ ถูกตาต้องใจหลายๆคนที่รออยู่
แต่ราคาที่เปิดมานั้น จะสมเหตุ สมผล มากน้อยเพียงใด อย่างน้อยที่สุดก็ต้องลองได้ขับขี่กันดู
จากการคลุกอยู่กับมันล้วนๆมาเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ ดีร้ายอย่างไรก็มาเล่าสู่กันเช่นเคย
ทีมแอดมิน motorcycpantip
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.facebook.com/motorcycpantip/ และ just ride it
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.facebook.com/Just-Ride-it-402680366584509/ จึงอาสาเป็นตัวกลางในการสื่อข้อมูลเหล่านี้ ด้วยรูปแบบการทำงานของเราที่ยึดมั่นเสมอมา อะไรดีก็บอก อะไรไม่ชอบก็เล่า
อารัมบทกันซะยืดยาว.....ออกแขกกันเสียยาวยืด.....มาว่ากันเลยดีกว่าเนอะ
ปกติจะเขียนกระทู้ในรูปแบบการเดินทางไปด้วย ซึ่งก็ได้เอารถไปเดินทางจริงๆ โดยเริ่มตั้งแต่รับรถมาไว้ที่บ้าน
อีกวันก็ออกเดินทางไปกับทริปใหญ่ประจำปีของชาวเซนทอร์
ได้ไปกินไปนอนร่วมกับพี่น้องชาวเซนทอร์มาหนึ่งคืน แต่ในเนื้อหาส่วนนี้ขอแยกออกไปให้ @Topsavage เป็นผู้บรรยายในอีกกระทู้....ขอเล่าเพียงสั้นๆว่า ประทับใจกับมิตรภาพของพี่น้องชาวเซนทอร์มากงานเลี้ยงดี ที่พักโอเค ดนตรีไพเราะ และอวลไปด้วยบรรรยากาศแบบพี่ๆน้องๆ เป็นมีตติ้งของชาวมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดงานนึงที่ผมมีโอกาสได้เคยไปร่วมเลยทีเดียว ต้องให้เครดิตฝึมือการบริการหลังการขายของ Stallions ที่สามารถสนับสนุนกิจกรรมและสังคมของกลุ่มผู้ใช้งานให้เป็นรูปเป็นร่างที่แน่นแฟ้นรวมกลุ่มรวมคลับต่างๆของผู้ใช้งานเข้ามาร่วมกันขนาดนี้ได้....เกินกว่าธรรมดาคือดีเยี่ยมจริงๆ
จากนั้น เราก็นำ เจ้า Stallions CT400 และ Centaur Siam วิ่งจากปากช่องแคมป์ไปร่อนบนเขาใหญ่ เพื่อดูการทำงานต่างๆของเจ้ารถทั้งสองคันว่าเป็นอย่างไร
แล้วก็มาถึงหน้าที่ของผมที่จะเล่าเรื่องเจ้า CT400 แล้วล่ะ
กับเจ้าเครื่องยนต์สูบเดียว ปริมาตรกระบอกสูบ 397cc. ระบายความร้อนด้วยอากาศ กำลังอัด 8.8: 1 ให้แรงม้าที่ 19.5 ที่ 7000 รอบต่อนาที และแรงบิด ที่30 N.m ที่5500รอบ
ที่มาแปลกตาและทำให้หลายๆคนเดาผิดกับตอนที่ภาพเปิดตัวปล่อยออกมาก็คือ มันเป็นเครื่องสูบเดียวที่ท่อไอเสียออกสองมาจากตัวเครื่องเลยนี่แหละ ที่ทำเอาหลายๆคนนึกว่าเป็นเครื่องสองสูบไปเสียนี่ เป็นเป็นว่า สูบเดียว สี่วาวล์ และจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดนะจ๊ะ
ดีไซน์โดยรวมแล้ว...นานาจิตตัง แต่เชื่อว่าหลายๆคนคงเล็งจะเอาไปทำคาเฟ่ บอบเบอร์ แทรคเกอร์ คัสตอมกันตามงบประมาณและอัธยาศัย
แว้บกลับมาดูไฟหน้า....ให้หลอด H4 จากการใช้งาน บอกเลย สว่างดี สว่างพอ ให้ผ่านอย่างดีงาม
ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว ขนาดยาง 100/90 ยี่ห้อ IRC การใช้งานทั่วไป ให้ผ่านไม่มีข้อกังขา และดีงามเวลาตกหลุม ล้อใหญ่ๆนี่ช่วยได้เยอะ เนื้อยางทั้งหน้าหลังใช้งานทั่วไปได้ดี (แต่ยังไม่ได้ลองกับพื้นเปียกนะ)
ล้อหลังขนาด 18 นิ้ว ขนาดยาง 110/90 ยี่ห้อ IRC เช่นกัน โดยรวมแล้วยางหน้า-หลัง แม้จะไม่ได้ให้ยางหน้ากว้างมา แต่เป็นขนาดล้อและยางที่เหมาะสมกับรูปร่างและสไตล์ของรถ และใช้งานได้ดี อ่อ ล้อเหล็กดุ้นแข็งแรงดีจ้า แต่ถ้าให้ล้อเนียมมาก็คงยืนราคานี้ยากอะเนอะ
ช่วงหน้า กันสะเทือนแบบเทเลสโคปิด ซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานที่แข็งแรงเชื่อถือได้ เบรคหน้าจานเดี่ยวกับคาลิปเปอร์แบบลูกสูบคู่ การใช้งานเอาอยู่สบายๆ บังโคลนเป็นโลหะชุบโครเมี่ยมมาแข็งแรงดี ปลอกยางกันฝุ่นที่แกนโช๊คหน้าก็ใส่มาพร้อมสรรพ งามจบโดยไม่ต้องดับไฟ
ช่วงหลัง แบบสวิงอาร์ม โช็คหลังคู่ ดรัมเบรคโตๆแบบเรโทร อาจต้องกดเบรคกันลึกนิด...แต่ก็ได้นะ เอาอยู่ๆ ปลายท่อไอเสียแบบลูกบวบคู่เรโทรได้ใจไปเต็มๆ บังโคลนหลังโลหะชุบโครเมี่ยมแข็งแรงดี และถ้าถอดก็คาเฟ่ได้ทันทีเหมือนกัน พักเท้าคู่หลังทื่อๆง่ายตามดีไซน์ในยุคสมัยนั้น โดยรวมก็งามตามสมัยไม่มีอะไรขัดหูขัดตา
ถ้าใครสังเกตรูปนี้ดีๆ หลังซุมล้อหลังเนี่ย DRY SUMP นะจ๊ะ ดีงามอีกอย่างก็เจ้านี่แหละ แจ่มจริงๆ
อัตราสิ้นเปลืองที่ลองทำได้ (ยังไม่พ้นรันอิน) อยู่ประมาณที่ 25 กิโลเมตร ต่อ 1 ลิตร ย่านความเร็วที่ใช้งาน 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เรื่องหน้าตาเรือนไมล์ก็ดูจากรูปนี้ด้วยเลยละกัน พื้นเรือนไมล์เป็นสีขาวดูสบายตา ให้วัดรอบมาด้วย ไฟต่างๆครบครัน มีไฟหัวฉีด และไฟเตือนน้ำมันขึ้นเมื่อไรก็แปลว่าในถังเหลือประมาณลิตรนึงนะจ๊ะ โฮ่ๆๆๆ (ถังน้ำมันความจุ 13 ลิตร) ตรงนี้ตินิด เวลากลางคืนเนี่ย เรือนไมล์ผมว่ามืดไปนิดนะ มองอะไรไม่ค่อยชัดสักเท่าไร โอวววว เจอข้อเสียละ(แอบดีใจ)
[SR] [RIDE NOW] สิ้นสุดการรอคอย คลาสสิก 400 นามว่า Stallions CT400
สวัสดีพี่น้องสมาชิกทุกท่าน
กับกระทู้ที่คนเขียนเองก็....รอจะเขียนมานานกว่าปี...
ในที่สุด หลังจากการเปิดราคาค่าตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา....เชื่อว่าราคานี้ ถูกตาต้องใจหลายๆคนที่รออยู่
แต่ราคาที่เปิดมานั้น จะสมเหตุ สมผล มากน้อยเพียงใด อย่างน้อยที่สุดก็ต้องลองได้ขับขี่กันดู
จากการคลุกอยู่กับมันล้วนๆมาเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ ดีร้ายอย่างไรก็มาเล่าสู่กันเช่นเคย
ทีมแอดมิน motorcycpantip [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ และ just ride it [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ จึงอาสาเป็นตัวกลางในการสื่อข้อมูลเหล่านี้ ด้วยรูปแบบการทำงานของเราที่ยึดมั่นเสมอมา อะไรดีก็บอก อะไรไม่ชอบก็เล่า
อารัมบทกันซะยืดยาว.....ออกแขกกันเสียยาวยืด.....มาว่ากันเลยดีกว่าเนอะ
ปกติจะเขียนกระทู้ในรูปแบบการเดินทางไปด้วย ซึ่งก็ได้เอารถไปเดินทางจริงๆ โดยเริ่มตั้งแต่รับรถมาไว้ที่บ้าน
อีกวันก็ออกเดินทางไปกับทริปใหญ่ประจำปีของชาวเซนทอร์
ได้ไปกินไปนอนร่วมกับพี่น้องชาวเซนทอร์มาหนึ่งคืน แต่ในเนื้อหาส่วนนี้ขอแยกออกไปให้ @Topsavage เป็นผู้บรรยายในอีกกระทู้....ขอเล่าเพียงสั้นๆว่า ประทับใจกับมิตรภาพของพี่น้องชาวเซนทอร์มากงานเลี้ยงดี ที่พักโอเค ดนตรีไพเราะ และอวลไปด้วยบรรรยากาศแบบพี่ๆน้องๆ เป็นมีตติ้งของชาวมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดงานนึงที่ผมมีโอกาสได้เคยไปร่วมเลยทีเดียว ต้องให้เครดิตฝึมือการบริการหลังการขายของ Stallions ที่สามารถสนับสนุนกิจกรรมและสังคมของกลุ่มผู้ใช้งานให้เป็นรูปเป็นร่างที่แน่นแฟ้นรวมกลุ่มรวมคลับต่างๆของผู้ใช้งานเข้ามาร่วมกันขนาดนี้ได้....เกินกว่าธรรมดาคือดีเยี่ยมจริงๆ
จากนั้น เราก็นำ เจ้า Stallions CT400 และ Centaur Siam วิ่งจากปากช่องแคมป์ไปร่อนบนเขาใหญ่ เพื่อดูการทำงานต่างๆของเจ้ารถทั้งสองคันว่าเป็นอย่างไร
แล้วก็มาถึงหน้าที่ของผมที่จะเล่าเรื่องเจ้า CT400 แล้วล่ะ
กับเจ้าเครื่องยนต์สูบเดียว ปริมาตรกระบอกสูบ 397cc. ระบายความร้อนด้วยอากาศ กำลังอัด 8.8: 1 ให้แรงม้าที่ 19.5 ที่ 7000 รอบต่อนาที และแรงบิด ที่30 N.m ที่5500รอบ
ที่มาแปลกตาและทำให้หลายๆคนเดาผิดกับตอนที่ภาพเปิดตัวปล่อยออกมาก็คือ มันเป็นเครื่องสูบเดียวที่ท่อไอเสียออกสองมาจากตัวเครื่องเลยนี่แหละ ที่ทำเอาหลายๆคนนึกว่าเป็นเครื่องสองสูบไปเสียนี่ เป็นเป็นว่า สูบเดียว สี่วาวล์ และจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดนะจ๊ะ
ดีไซน์โดยรวมแล้ว...นานาจิตตัง แต่เชื่อว่าหลายๆคนคงเล็งจะเอาไปทำคาเฟ่ บอบเบอร์ แทรคเกอร์ คัสตอมกันตามงบประมาณและอัธยาศัย
แว้บกลับมาดูไฟหน้า....ให้หลอด H4 จากการใช้งาน บอกเลย สว่างดี สว่างพอ ให้ผ่านอย่างดีงาม
ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว ขนาดยาง 100/90 ยี่ห้อ IRC การใช้งานทั่วไป ให้ผ่านไม่มีข้อกังขา และดีงามเวลาตกหลุม ล้อใหญ่ๆนี่ช่วยได้เยอะ เนื้อยางทั้งหน้าหลังใช้งานทั่วไปได้ดี (แต่ยังไม่ได้ลองกับพื้นเปียกนะ)
ล้อหลังขนาด 18 นิ้ว ขนาดยาง 110/90 ยี่ห้อ IRC เช่นกัน โดยรวมแล้วยางหน้า-หลัง แม้จะไม่ได้ให้ยางหน้ากว้างมา แต่เป็นขนาดล้อและยางที่เหมาะสมกับรูปร่างและสไตล์ของรถ และใช้งานได้ดี อ่อ ล้อเหล็กดุ้นแข็งแรงดีจ้า แต่ถ้าให้ล้อเนียมมาก็คงยืนราคานี้ยากอะเนอะ
ช่วงหน้า กันสะเทือนแบบเทเลสโคปิด ซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานที่แข็งแรงเชื่อถือได้ เบรคหน้าจานเดี่ยวกับคาลิปเปอร์แบบลูกสูบคู่ การใช้งานเอาอยู่สบายๆ บังโคลนเป็นโลหะชุบโครเมี่ยมมาแข็งแรงดี ปลอกยางกันฝุ่นที่แกนโช๊คหน้าก็ใส่มาพร้อมสรรพ งามจบโดยไม่ต้องดับไฟ
ช่วงหลัง แบบสวิงอาร์ม โช็คหลังคู่ ดรัมเบรคโตๆแบบเรโทร อาจต้องกดเบรคกันลึกนิด...แต่ก็ได้นะ เอาอยู่ๆ ปลายท่อไอเสียแบบลูกบวบคู่เรโทรได้ใจไปเต็มๆ บังโคลนหลังโลหะชุบโครเมี่ยมแข็งแรงดี และถ้าถอดก็คาเฟ่ได้ทันทีเหมือนกัน พักเท้าคู่หลังทื่อๆง่ายตามดีไซน์ในยุคสมัยนั้น โดยรวมก็งามตามสมัยไม่มีอะไรขัดหูขัดตา
ถ้าใครสังเกตรูปนี้ดีๆ หลังซุมล้อหลังเนี่ย DRY SUMP นะจ๊ะ ดีงามอีกอย่างก็เจ้านี่แหละ แจ่มจริงๆ
อัตราสิ้นเปลืองที่ลองทำได้ (ยังไม่พ้นรันอิน) อยู่ประมาณที่ 25 กิโลเมตร ต่อ 1 ลิตร ย่านความเร็วที่ใช้งาน 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เรื่องหน้าตาเรือนไมล์ก็ดูจากรูปนี้ด้วยเลยละกัน พื้นเรือนไมล์เป็นสีขาวดูสบายตา ให้วัดรอบมาด้วย ไฟต่างๆครบครัน มีไฟหัวฉีด และไฟเตือนน้ำมันขึ้นเมื่อไรก็แปลว่าในถังเหลือประมาณลิตรนึงนะจ๊ะ โฮ่ๆๆๆ (ถังน้ำมันความจุ 13 ลิตร) ตรงนี้ตินิด เวลากลางคืนเนี่ย เรือนไมล์ผมว่ามืดไปนิดนะ มองอะไรไม่ค่อยชัดสักเท่าไร โอวววว เจอข้อเสียละ(แอบดีใจ)