ไม่ต้องสาธยายรายละเอียดมาก ผมเห็นแดงบางคนตั้งข้อสงสัยทำไม ในเมื่อศาลชันต้นและศาลอุทธรณ์ ตัดสินจำคุกแค่หนึ่งปี
แล้วศาลฎีกาเพิ่มโทษ
ที่จริงผมว่าควรตั้งข้อสังเกตุกลับกันมากกว่า ว่าทำไม สองศาลถึงตัดสินแบบนั้นแต่แรก ในเมื่อ
http://www.thairath.co.th/content/region/84509
(ข่าวตั้งแต่ปี 53 )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ค้นบ้านแกนนำเสื้อแดงอุบลราชธานี พบหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงคดีเผาศาลากลางจังหวัด ได้จำนวนมาก...
พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองวีระประเสริฐ ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี พร้อม พ.ท.สฤษดิ์ สิงหโยธิน ผบ.ร.6 พัน 2 มทบ.22 อุบลราชธานี แถลงผลการสนธิกำลังกัน ระหว่างทหารตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพัก ของนายพิเชษฐ์ ทาบุดดา หรือ ดีเจต้อย แกนนำกลุ่มเสื้อแดงชักธงรบอุบลราชธานี เลขที่ 26/45 ถ.บูรพานอก ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี ตามหมายศาลจังหวัดอุบลราชธานี เลขที่ 190/53 โดยขณะตรวจค้นมีนางผาสุข ทาบุดดา ภรรยาของนายพิเชษฐ์ แสดงความบริสุทธิ์ใจให้เข้าตรวจค้น ผลการตรวจสามารถยึดสิ่งของต้องสงสัยที่ใช้ในการระดมมวลชนคนเสื้อแดง เข้าร่วมชุมนุมตามจุดต่างๆในจังหวัดอุบลราชธานี และอาจเชื่อมโยงคดีลอบเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งหมด 35 รายการ อาทิ ถังน้ำมันขนาดต่างๆจำนวน 8 ถัง วิทยุสื่อสาร อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 47 นัด ระเบิดปิงปอง มีดดาบ ตะปูเบอร์ 3 จำนวนครึ่งลัง บั้งไฟ 90 อัน หนังสติ๊ก บัญชีรายชื่อสมาชิกกลุ่มกว่า 6,000 รายชื่อ เครื่องคอมพิวเตอร์ เสื้อผ้าที่มีคราบเลือดคราบน้ำมันโทรศัพท์มือถือ ตู้รับบริจาค รถจักรยานยนต์ 1 คัน กล้องวีดีโอ แผ่นซีด เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมซีพียู บัญชีเงินฝากของนายพิเชษฐ์ ทาบุดดา ยอดเงิน 500 บาท เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ เครื่องขยายเสียง และอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการชุมนุมอีกเป็นจำนวนมาก
โดย พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองวีระประเสริฐ ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี เผยว่า การสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้น บ้านนายพิเชษญ์ ทาบุดดาในครั้งนี้ เนื่องจากหลังทำการจับกุมนายพิเชษฐ์และว ทางเจ้าหน้าที่สงสัยว่าในบ้านดังกล่าวจะมีวัตถุต้องสงสัยที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ จึงได้ขออำนาจหมายศาลเข้าตรวจค้น และก็พบหลักฐานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุน เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือดคราบน้ำมัน อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการชุมนุม ถังน้ำมัน และที่สำคัญคือบัญชีรายสมาชิกกลุ่มชักธงรบที่มีกว่า 6,000 รายชื่อ อันจะทำให้การทำงานออกหมายจับผู้ร่วมชุมนุมในสถานที่ต่างๆง่ายยิ่งขึ้น
และในวันนี้ก็มี จ.ส.ต.สมจิตร สุทธินันท์ นายทหารนอกราชการ ซึ่งขึ้นไปบนรถขยายเสียงปลุกระดมมวลชนที่ไปชุมนุมเผายางรถหน้าประตูกองบิน 21 เมื่อวันที่ 16 พค.ที่ผ่านมา และทางเจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้ได้ เดินทางมามอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยอ้างว่าไม่ได้ปลุกระดมมวลชนแต่ไปคัดค้านการชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำดำเนินคดีต่อไป
ก็ลองไปนั่งนึกคิดกันเอง สมัยหนึ่งมีรัฐบาลหนึ่ง ที่ทำจำนำข้าว ไม่เคยดำเนินคดี หรือจับกุมพรรคพวกที่สนับสนุนตัวเองได้เลย ทั้งคนยิงระเบิดราชดำริ ฆ่าเด็กที่แสนตุ้ง ยิงคุณสุทิน และอีกจำนวนมาก เคยเห็นรัฐบาลก่อนหน้านี้จับได้สักรายไหม และเคยมีการดำเนินคดีไหม ก็เปล่า มาจับได้ยุคลุงตู่ทั้งนั้น และที่จริงหลักฐานดังกล่าวตำรวจค้นได้ตั้งแต่ปี 53 ตอนสองศาลตัดสินก็ไม่ทราบว่า หลักฐานเหล่านี้ตามข่าวน้ันอยู่ในสำนวนหรือเปล่าโดนอิทธิพลใดๆ ที่ตอนนั้นใครเป็นรัฐบาลหรือเปล่า เมื่อมาถึงศาลฏีกา ถึงกลับคำตัดสินเพิ่มโทษเป็นประหารชีวิต
สำหรับผม ผมตั้งข้อสังเกตุกลับกันว่าเหตุใด ศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ ถึงตัดสินจำคุกแค่ปีเดียว
ทำไมแกนนำอุบลโดนประหาร? มาดูคำตอบทีมันก็มีอยู่ในข่าว ( By Identity Idea)
แล้วศาลฎีกาเพิ่มโทษ ที่จริงผมว่าควรตั้งข้อสังเกตุกลับกันมากกว่า ว่าทำไม สองศาลถึงตัดสินแบบนั้นแต่แรก ในเมื่อ
http://www.thairath.co.th/content/region/84509
(ข่าวตั้งแต่ปี 53 )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ก็ลองไปนั่งนึกคิดกันเอง สมัยหนึ่งมีรัฐบาลหนึ่ง ที่ทำจำนำข้าว ไม่เคยดำเนินคดี หรือจับกุมพรรคพวกที่สนับสนุนตัวเองได้เลย ทั้งคนยิงระเบิดราชดำริ ฆ่าเด็กที่แสนตุ้ง ยิงคุณสุทิน และอีกจำนวนมาก เคยเห็นรัฐบาลก่อนหน้านี้จับได้สักรายไหม และเคยมีการดำเนินคดีไหม ก็เปล่า มาจับได้ยุคลุงตู่ทั้งนั้น และที่จริงหลักฐานดังกล่าวตำรวจค้นได้ตั้งแต่ปี 53 ตอนสองศาลตัดสินก็ไม่ทราบว่า หลักฐานเหล่านี้ตามข่าวน้ันอยู่ในสำนวนหรือเปล่าโดนอิทธิพลใดๆ ที่ตอนนั้นใครเป็นรัฐบาลหรือเปล่า เมื่อมาถึงศาลฏีกา ถึงกลับคำตัดสินเพิ่มโทษเป็นประหารชีวิต
สำหรับผม ผมตั้งข้อสังเกตุกลับกันว่าเหตุใด ศาลชั้นต้น และอุทธรณ์ ถึงตัดสินจำคุกแค่ปีเดียว