อยากถามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ว่าพ่อกับแม่ดิฉันดูแลลูกมากเกินไปหรือไม่ หรือเป็นพ่อแม่รังแกฉัน
ครอบครัวดิฉันมี 4 คนค่ะ พ่อ แม่ ลูกสาว2คน ปัจจุบันพี่สาวอายุใกล้ 40 แล้ว ดิฉันเอง 35 มีครอบครัว มีสามี มีลูก ออกมาแยกอยู่ต่างหาก ตอนนี้ที่บ้านเลยอยู่กัน 3 คน พ่อ แม่ และพี่สาว แต่ก็ไปหา หรือไปอยู่บ้างในเวลาสั้นๆ
คือปกติแล้วพี่สาวดิฉันมีหน้าที่การงานดี เงินเดือนดี การศึกษาดี หน้าตาดี แต่ไม่มีแฟน (ไม่เคยมี) มีคนมาจีบตั้งแต่สาวจนตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่ไม่เคยเป็นแฟนใครเลย เค้าบอกว่าถ้าหาดีไม่ได้ อยู่คนเดียวดีกว่า ทั้งๆที่ผู้ชายเค้าก็ไม่ได้มีข้อเสียอะไรมากมาย เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว คุยไปๆมาๆก็เลิกคุย เช่น เงินเดือนปานกลางไม่เอา ผิวดำไม่เอา ให้หั่นขาหมูให้ตอนไปกินข้าวด้วยไม่เอา โปรไฟล์ไม่แน่ใจว่าคุยหลายคนไหม(แต่ก็ไม่ถามเค้า)ไม่เอา คือเยอะว่างั้น
ตอนเช้าก่อนไปทำงาน แม่ตื่นมาทำกับข้าวให้ตี5 และออกไปออกกำลังกายตี5ครึ่ง พี่สาวตื่น6โมงครึ่ง และอาบน้ำทานข้าว ที่แม่ต้องทำกับข้าวเพราะติดต้องทานข้าวเช้ากับกับข้าว ไม่ทานเผ็ดเลย ซื้อมาอุ่นไม่ชอบ ไม่ถูกปาก และไม่ชอบทานขนมปัง ไม่ทานนม จากนั้นพ่อต้องไปส่งแต่เช้าที่สถานีรถไฟฟ้า เค้ามีหน้าที่นั่งรถและหลับไป จนถึงก็ลงไปขึ้นรถไฟฟ้า ตอนเย็นนั่งรถไฟฟ้ากลับ และพ่อมารอรับที่สถานีรถไฟฟ้ากลับบ้าน แม่ต้องโทรไปถามช่วงเย็นๆทุกวันว่าวันนี้ทานข้าวเย็นที่บ้านไหม มีนัดกับเพื่อนกินข้าวไหม และตอนเช้าอยากกินอะไร ที่ถามเพราะถ้าเค้ากินที่บ้าน แม่จะต้องออกไปซื้อของมาทำ ถ้าไม่กินเหลือพ่อกับแม่ก็จะง่ายๆ ซื้อสำเร็จ หรือน้ำพริกอะไรก็ว่าไป เสื้อผ้าก็แม่ซักให้ รีดให้ ชุดทำงาน ชุดไปเที่ยว เสาร์ อาทิตย์ถ้าไม่มีอะไรต้องไปเที่ยวกับเพื่อน ตื่นเที่ยงลงมาหาของกิน (ที่แม่ซื้อหรือทำไว้) แล้วก็อยู่บ้านไม่ได้มีหน้าที่ทำอะไร อาจจะเอารองเท้าตัวเองมาทำความสะอาด หรือซักชุดชั้นในเอง แม้แต่ล้างจานที่ตัวเองกินก็ไม่ การทำความสะอาดบ้าน จ้างมาทำ1 วันต่ออาทิตย์ โดยช่วยแม่ออกเงิน เดือนละ2ครั้ง นอกนั้นค่าใช้จ่ายในบ้านไม่ต้องออกอะไรอีก ชอบชอปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ เลยกลายเป็นเสื้อผ้าคนในบ้านเค้าจะคอยซื้อให้ และก็ให้หลานให้ดิฉันบ้าง แทบจะบอกว่าซื้อทุกวัน แม้ใส่ไม่ได้ แต่เห็นป้าย S A L E เลยไม่อยากพลาด ซื้อขนมเข้าบ้านบ้างถ้าเค้าไปทานข้าวกับเพื่อนข้างนอก ชีวิตสบายขนาดนี้มีอีกไหม
เวลาดิฉันได้คุยกับแม่ บางครั้งเค้าบ่นว่าเหนื่อยที่จะต้องตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าว เค้าอยากไปออกกำลังกาย ดิฉันก็ตอบไปว่า งั้นไม่ต้องทำ ให้หากินเอง โตจนป่านนี้ แม่บอกว่า พี่สาวบอกว่าทางที่ไปทำงานไม่มีของกิน (สีลม) แค่ก้าวลงรถพ่อ ก็จะเห็นหมูปิ้ง ข้าวกล่อง ข้าวเหนียวหน้าโน้นนี่ ขนมจีบ ผลไม้ หรือเดินไปก็มีเซเว่น ฯลฯ มันจะไม่มีเชียวเหรอ ดิฉันเคยทำงานโดยสารรถไฟฟ้าเหมือนกัน ไม่เห็นมีปัญหาเรื่องของกิน แม่เลยบอกว่าเค้าคงอยากให้แม่ทำให้กิน แม่ดิฉันก็ป่วยบ่อย เป็นความดันสูง และโรคหัวใจ เลยต้องพยายามออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ดิฉันบอกว่าวันไหนเหนื่อยก็ไม่ต้องทำ เค้าก็เออออ แต่สุดท้ายก็เห็นทำทุกวันเหมือนเดิม พอดิฉันถามเค้าก็บอกว่า ก็แม่เกษียณ อยู่ว่างๆเลยทำให้ เห็นเค้าไม่มีเวลา กลับบ้านเย็น วันหยุดก็ให้พักผ่อนดีกว่า พ่อไม่ต้องถามเค้ายังไงก็ได้ บางทีโทรให้ไปรับ5ทุ่มก็ไป จริงๆเค้าก็เหนื่อย แต่ไม่พูด(คิดว่า) ดิฉันบอกว่าแทกซี่จอดรอแถวยาวตอนเดินลงมาจากรถไฟฟ้า แม่บอกว่าเอาเถอะ ปลอดภัยดี วันนึงเสียเวลาไปกลับ 4 รอบ ค่าน้ำมันไม่ช่วยออกด้วย ให้ขับรถไปเองบอกไม่เอารถติด
ดิฉันบอกพี่สาวเรื่องนี้ เค้าบอกว่า ถ้าเหนื่อยตอนเช้าก็ไม่ต้องไปออกกำลังกายสิ ออกกำลังกายเหนื่อยกว่าอีก แล้วทีดิฉันเอาหลานมาฝากเลี้ยง ทำให้แม่เหนื่อยกว่าอีก แต่ดิฉันก็นานๆฝากทีนะ เดือนละ 1 ครั้งหรือน้อยกว่านั้น จุกมากคะคำตอบ และยังบอกอีกว่า แม่ก็ไม่ได้ทำอาหารให้เค้าทุกวันนะ บางทีก็ซื้อซาลาเปาให้ ไม่ได้ทำซักหน่อย
การเลี้ยงดูสมัยเด็ก แบบไข่ในหินทั้งคู่ พ่อไปรับส่งตลอด จนมหาลัย พี่สาวเรียนที่ที่ใกล้ที่ทำงานพ่อ พ่อเลยไปรับส่งอยู่ แต่ดิฉันเรียนใกล้บ้าน ขอไปกลับเอง เค้าคงติดให้ไปรับส่ง(มั๊ง) จากนั้นตอนทำงานที่แรกดิฉันขับรถไปเองเพราะเส้นนั้นไม่มีรถไฟฟ้า พี่สาวก็ทำในเมืองต้องไปรถไฟฟ้า พ่อไปส่งก่อนเค้าไปทำงาน ต่อมาดิฉันไปอยู่ต่างประเทศ 5ปี ปีแรกอยู่กับโฮส ที่เหลืออยู่เอง ทำงาน เรียน หาเงินเอง ทำทุกอย่างเอง แฟนที่เมืองไทยก็มี แต่ต่อมาดิฉันขอเลิก เพราะตอนนั้นเค้านิสัยเหมือนพ่อ ไปรับส่ง ตามใจ และดีทุกอย่าง พอดิฉันไปเมืองนอก เลยเพิ่งเข้าใจตัวเองว่า ดิฉันไม่ใช่ผญ.ที่ต้องมีผช.แบบนั้นเคียงข้าง ปีกกล้าขาแข็ง ตีปีกพึบพับเลย เลยขอโทษเค้าและขอให้ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง ตอนอยู่กับที่บ้านเหมือนโลกสวย ทุกอย่างเพอเฟค มองโลกในแง่ดี ทุกคนในชีวิตดีหมด แต่ก็โชคดีที่ไม่มีอันตรายใดๆในชีวิต ไม่เคยลำบาก ไม่เคยไม่มีกิน ทุกอย่างเป็นไปตามสเตปที่พ่อแม่วางไว้ แต่ก็ไม่เคยอึดอัดนะ ไปเที่ยวกลางคืนครั้งเดียวตอนอายุ 19 ไปโดยบังเอิญ เพราะไม่มีกุญแจเข้าบ้าน เพื่อนเลยพาไป โทรไปหาพ่อ พ่อบอกว่าให้อยู่ที่เดิม จะไปรับเดี๋ยวนี้ที่พระราม 9
การเลี้ยงดูที่ผ่านมา20กว่าปี ทำให้ดิฉันเข้าใจโลกช้ามาก ทุกเรื่องที่ต้องแก้ปัญหาที่ต่างประเทศ มันทำให้ดิฉันแกร่งขึ้น มีร้องไห้นิดหน่อย ปานกลาง ถึงหนักมาก แต่ก็ไม่คิดจะกลับ เพราะสนุก เต็มที่กับชีวิต อยากใช้ชีวิตที่ไม่ต้องแคร์คนอื่น เช่น เพื่อนพ่อเพื่อนแม่ ข้างบ้าน หรือใครที่รู้จักเรา สนุกกับชีวิตที่ต้องดูแลตัวเองสุดๆ จนอิ่มแล้วก็กลับบ้าน แต่หลังจากกลับมาไม่นาน ดิฉันเจอสามีที่เมืองไทย และแต่งงาน เลยอยู่บ้านเวลาสั้นๆ
จากประสบการณ์ที่มี ดิฉันถามแม่ว่า ทำไมไม่เลี้ยงดูพีสาว ณ ตอนนี้ให้เค้าโต ดูแลตัวเอง แม่ก็ตอบแบบเดิมว่าแม่เกษียณ อยู่ว่างๆเลยทำให้ ดิฉันถามว่า แม่ตายไปพี่สาวจะลำบากนะ แม่บอกว่าไม่หรอก ถึงตอนนั้นเค้าต้องปรับตัวได้ พอถามถึงพี่สาว เค้าบอกว่าแม่มาอยู่กับดิฉัน 1 อาทิตย์ตอนคลอดลูกใหม่ๆ เค้าก็ทำทุกอย่างเอง เค้าก็อยู่ได้ (แต่พ่อไปรับส่งนะ) ถ้าใครเป็นอะไร เค้าก็อยู่ได้ เค้าบอกว่าเค้ามีความรับผิดชอบสูง แต่จะทำทำไมตอนนี้ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำเอง ในเมื่อทุกคนเต็มใจทำให้เค้า แล้วดิฉันจะมาเดือดร้อนทำไม ในเมื่อแยกบ้านไปแล้ว ตอนที่ดิฉันอยู่ต่างประเทศ เคยชวนเค้าไปเที่ยว เค้าบอกไม่อยากไป ไปแล้วลำบาก คืออะไร ต้องทำอะไรเอง เค้าว่างั้นนะ
ดิฉันไม่ได้อิจฉา หรืออะไร แค่อยากให้พ่อแม่สบายในวันเกษียณ นี่ชวนไปเที่ยวทีไร ต้องบอกว่าขอไปเสาร์ อาทิตย์ เพราะพี่สาวไม่ได้ไปทำงาน จะต้องทำกับข้าว และไปรับส่ง แต่ครอบครัวดิฉันชอบไปเที่ยววันธรรมดาคะ ถูกกว่า และคนไม่เยอะ ถ้าจะไปแล้วพี่สาวลางานไม่ได้ ก็ไม่ไป และแม่ไม่อยากให้อยู่คนเดียวอีก คือบางครั้งชวนนี่คือชวนพ่อแม่นะ แต่แม่ติดที่พี่สาว เลยกลายเป็นไม่ต้องไปง่ายสุด และเวลาไปไหนมาไหนกัน ถ้าครอบครัวดิฉันไปด้วย คือสามีดิฉันออก แต่แม่จะไม่ให้ออกให้เค้า แม่จะจ่ายครอบครัวเค้า 3 คน พี่สาวก็เหมือนเด็ก ไม่ออกอะไร แต่ทั้งนี้นิสัยส่วนตัว เค้าก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ตัวนะคะ ทำบุญตลอด พาแม่ไปชอปปิ้ง ซื้อขนมเข้าบ้าน รวมทั้งเสื้อผ้า(เยอะมากกกกก) ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาเรื่องส่วนตัว และเรื่องงาน
อยากทราบจริงๆคะ ว่าคนนอกครอบครัวคิดยังไง
มีใครอายุ40แล้ว แต่พ่อแม่ต้องคอยดูแลอยู่บ้าง (ร่างกาย และสติสมบูรณ์)
ครอบครัวดิฉันมี 4 คนค่ะ พ่อ แม่ ลูกสาว2คน ปัจจุบันพี่สาวอายุใกล้ 40 แล้ว ดิฉันเอง 35 มีครอบครัว มีสามี มีลูก ออกมาแยกอยู่ต่างหาก ตอนนี้ที่บ้านเลยอยู่กัน 3 คน พ่อ แม่ และพี่สาว แต่ก็ไปหา หรือไปอยู่บ้างในเวลาสั้นๆ
คือปกติแล้วพี่สาวดิฉันมีหน้าที่การงานดี เงินเดือนดี การศึกษาดี หน้าตาดี แต่ไม่มีแฟน (ไม่เคยมี) มีคนมาจีบตั้งแต่สาวจนตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่ไม่เคยเป็นแฟนใครเลย เค้าบอกว่าถ้าหาดีไม่ได้ อยู่คนเดียวดีกว่า ทั้งๆที่ผู้ชายเค้าก็ไม่ได้มีข้อเสียอะไรมากมาย เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว คุยไปๆมาๆก็เลิกคุย เช่น เงินเดือนปานกลางไม่เอา ผิวดำไม่เอา ให้หั่นขาหมูให้ตอนไปกินข้าวด้วยไม่เอา โปรไฟล์ไม่แน่ใจว่าคุยหลายคนไหม(แต่ก็ไม่ถามเค้า)ไม่เอา คือเยอะว่างั้น
ตอนเช้าก่อนไปทำงาน แม่ตื่นมาทำกับข้าวให้ตี5 และออกไปออกกำลังกายตี5ครึ่ง พี่สาวตื่น6โมงครึ่ง และอาบน้ำทานข้าว ที่แม่ต้องทำกับข้าวเพราะติดต้องทานข้าวเช้ากับกับข้าว ไม่ทานเผ็ดเลย ซื้อมาอุ่นไม่ชอบ ไม่ถูกปาก และไม่ชอบทานขนมปัง ไม่ทานนม จากนั้นพ่อต้องไปส่งแต่เช้าที่สถานีรถไฟฟ้า เค้ามีหน้าที่นั่งรถและหลับไป จนถึงก็ลงไปขึ้นรถไฟฟ้า ตอนเย็นนั่งรถไฟฟ้ากลับ และพ่อมารอรับที่สถานีรถไฟฟ้ากลับบ้าน แม่ต้องโทรไปถามช่วงเย็นๆทุกวันว่าวันนี้ทานข้าวเย็นที่บ้านไหม มีนัดกับเพื่อนกินข้าวไหม และตอนเช้าอยากกินอะไร ที่ถามเพราะถ้าเค้ากินที่บ้าน แม่จะต้องออกไปซื้อของมาทำ ถ้าไม่กินเหลือพ่อกับแม่ก็จะง่ายๆ ซื้อสำเร็จ หรือน้ำพริกอะไรก็ว่าไป เสื้อผ้าก็แม่ซักให้ รีดให้ ชุดทำงาน ชุดไปเที่ยว เสาร์ อาทิตย์ถ้าไม่มีอะไรต้องไปเที่ยวกับเพื่อน ตื่นเที่ยงลงมาหาของกิน (ที่แม่ซื้อหรือทำไว้) แล้วก็อยู่บ้านไม่ได้มีหน้าที่ทำอะไร อาจจะเอารองเท้าตัวเองมาทำความสะอาด หรือซักชุดชั้นในเอง แม้แต่ล้างจานที่ตัวเองกินก็ไม่ การทำความสะอาดบ้าน จ้างมาทำ1 วันต่ออาทิตย์ โดยช่วยแม่ออกเงิน เดือนละ2ครั้ง นอกนั้นค่าใช้จ่ายในบ้านไม่ต้องออกอะไรอีก ชอบชอปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ เลยกลายเป็นเสื้อผ้าคนในบ้านเค้าจะคอยซื้อให้ และก็ให้หลานให้ดิฉันบ้าง แทบจะบอกว่าซื้อทุกวัน แม้ใส่ไม่ได้ แต่เห็นป้าย S A L E เลยไม่อยากพลาด ซื้อขนมเข้าบ้านบ้างถ้าเค้าไปทานข้าวกับเพื่อนข้างนอก ชีวิตสบายขนาดนี้มีอีกไหม
เวลาดิฉันได้คุยกับแม่ บางครั้งเค้าบ่นว่าเหนื่อยที่จะต้องตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าว เค้าอยากไปออกกำลังกาย ดิฉันก็ตอบไปว่า งั้นไม่ต้องทำ ให้หากินเอง โตจนป่านนี้ แม่บอกว่า พี่สาวบอกว่าทางที่ไปทำงานไม่มีของกิน (สีลม) แค่ก้าวลงรถพ่อ ก็จะเห็นหมูปิ้ง ข้าวกล่อง ข้าวเหนียวหน้าโน้นนี่ ขนมจีบ ผลไม้ หรือเดินไปก็มีเซเว่น ฯลฯ มันจะไม่มีเชียวเหรอ ดิฉันเคยทำงานโดยสารรถไฟฟ้าเหมือนกัน ไม่เห็นมีปัญหาเรื่องของกิน แม่เลยบอกว่าเค้าคงอยากให้แม่ทำให้กิน แม่ดิฉันก็ป่วยบ่อย เป็นความดันสูง และโรคหัวใจ เลยต้องพยายามออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ดิฉันบอกว่าวันไหนเหนื่อยก็ไม่ต้องทำ เค้าก็เออออ แต่สุดท้ายก็เห็นทำทุกวันเหมือนเดิม พอดิฉันถามเค้าก็บอกว่า ก็แม่เกษียณ อยู่ว่างๆเลยทำให้ เห็นเค้าไม่มีเวลา กลับบ้านเย็น วันหยุดก็ให้พักผ่อนดีกว่า พ่อไม่ต้องถามเค้ายังไงก็ได้ บางทีโทรให้ไปรับ5ทุ่มก็ไป จริงๆเค้าก็เหนื่อย แต่ไม่พูด(คิดว่า) ดิฉันบอกว่าแทกซี่จอดรอแถวยาวตอนเดินลงมาจากรถไฟฟ้า แม่บอกว่าเอาเถอะ ปลอดภัยดี วันนึงเสียเวลาไปกลับ 4 รอบ ค่าน้ำมันไม่ช่วยออกด้วย ให้ขับรถไปเองบอกไม่เอารถติด
ดิฉันบอกพี่สาวเรื่องนี้ เค้าบอกว่า ถ้าเหนื่อยตอนเช้าก็ไม่ต้องไปออกกำลังกายสิ ออกกำลังกายเหนื่อยกว่าอีก แล้วทีดิฉันเอาหลานมาฝากเลี้ยง ทำให้แม่เหนื่อยกว่าอีก แต่ดิฉันก็นานๆฝากทีนะ เดือนละ 1 ครั้งหรือน้อยกว่านั้น จุกมากคะคำตอบ และยังบอกอีกว่า แม่ก็ไม่ได้ทำอาหารให้เค้าทุกวันนะ บางทีก็ซื้อซาลาเปาให้ ไม่ได้ทำซักหน่อย
การเลี้ยงดูสมัยเด็ก แบบไข่ในหินทั้งคู่ พ่อไปรับส่งตลอด จนมหาลัย พี่สาวเรียนที่ที่ใกล้ที่ทำงานพ่อ พ่อเลยไปรับส่งอยู่ แต่ดิฉันเรียนใกล้บ้าน ขอไปกลับเอง เค้าคงติดให้ไปรับส่ง(มั๊ง) จากนั้นตอนทำงานที่แรกดิฉันขับรถไปเองเพราะเส้นนั้นไม่มีรถไฟฟ้า พี่สาวก็ทำในเมืองต้องไปรถไฟฟ้า พ่อไปส่งก่อนเค้าไปทำงาน ต่อมาดิฉันไปอยู่ต่างประเทศ 5ปี ปีแรกอยู่กับโฮส ที่เหลืออยู่เอง ทำงาน เรียน หาเงินเอง ทำทุกอย่างเอง แฟนที่เมืองไทยก็มี แต่ต่อมาดิฉันขอเลิก เพราะตอนนั้นเค้านิสัยเหมือนพ่อ ไปรับส่ง ตามใจ และดีทุกอย่าง พอดิฉันไปเมืองนอก เลยเพิ่งเข้าใจตัวเองว่า ดิฉันไม่ใช่ผญ.ที่ต้องมีผช.แบบนั้นเคียงข้าง ปีกกล้าขาแข็ง ตีปีกพึบพับเลย เลยขอโทษเค้าและขอให้ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง ตอนอยู่กับที่บ้านเหมือนโลกสวย ทุกอย่างเพอเฟค มองโลกในแง่ดี ทุกคนในชีวิตดีหมด แต่ก็โชคดีที่ไม่มีอันตรายใดๆในชีวิต ไม่เคยลำบาก ไม่เคยไม่มีกิน ทุกอย่างเป็นไปตามสเตปที่พ่อแม่วางไว้ แต่ก็ไม่เคยอึดอัดนะ ไปเที่ยวกลางคืนครั้งเดียวตอนอายุ 19 ไปโดยบังเอิญ เพราะไม่มีกุญแจเข้าบ้าน เพื่อนเลยพาไป โทรไปหาพ่อ พ่อบอกว่าให้อยู่ที่เดิม จะไปรับเดี๋ยวนี้ที่พระราม 9
การเลี้ยงดูที่ผ่านมา20กว่าปี ทำให้ดิฉันเข้าใจโลกช้ามาก ทุกเรื่องที่ต้องแก้ปัญหาที่ต่างประเทศ มันทำให้ดิฉันแกร่งขึ้น มีร้องไห้นิดหน่อย ปานกลาง ถึงหนักมาก แต่ก็ไม่คิดจะกลับ เพราะสนุก เต็มที่กับชีวิต อยากใช้ชีวิตที่ไม่ต้องแคร์คนอื่น เช่น เพื่อนพ่อเพื่อนแม่ ข้างบ้าน หรือใครที่รู้จักเรา สนุกกับชีวิตที่ต้องดูแลตัวเองสุดๆ จนอิ่มแล้วก็กลับบ้าน แต่หลังจากกลับมาไม่นาน ดิฉันเจอสามีที่เมืองไทย และแต่งงาน เลยอยู่บ้านเวลาสั้นๆ
จากประสบการณ์ที่มี ดิฉันถามแม่ว่า ทำไมไม่เลี้ยงดูพีสาว ณ ตอนนี้ให้เค้าโต ดูแลตัวเอง แม่ก็ตอบแบบเดิมว่าแม่เกษียณ อยู่ว่างๆเลยทำให้ ดิฉันถามว่า แม่ตายไปพี่สาวจะลำบากนะ แม่บอกว่าไม่หรอก ถึงตอนนั้นเค้าต้องปรับตัวได้ พอถามถึงพี่สาว เค้าบอกว่าแม่มาอยู่กับดิฉัน 1 อาทิตย์ตอนคลอดลูกใหม่ๆ เค้าก็ทำทุกอย่างเอง เค้าก็อยู่ได้ (แต่พ่อไปรับส่งนะ) ถ้าใครเป็นอะไร เค้าก็อยู่ได้ เค้าบอกว่าเค้ามีความรับผิดชอบสูง แต่จะทำทำไมตอนนี้ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำเอง ในเมื่อทุกคนเต็มใจทำให้เค้า แล้วดิฉันจะมาเดือดร้อนทำไม ในเมื่อแยกบ้านไปแล้ว ตอนที่ดิฉันอยู่ต่างประเทศ เคยชวนเค้าไปเที่ยว เค้าบอกไม่อยากไป ไปแล้วลำบาก คืออะไร ต้องทำอะไรเอง เค้าว่างั้นนะ
ดิฉันไม่ได้อิจฉา หรืออะไร แค่อยากให้พ่อแม่สบายในวันเกษียณ นี่ชวนไปเที่ยวทีไร ต้องบอกว่าขอไปเสาร์ อาทิตย์ เพราะพี่สาวไม่ได้ไปทำงาน จะต้องทำกับข้าว และไปรับส่ง แต่ครอบครัวดิฉันชอบไปเที่ยววันธรรมดาคะ ถูกกว่า และคนไม่เยอะ ถ้าจะไปแล้วพี่สาวลางานไม่ได้ ก็ไม่ไป และแม่ไม่อยากให้อยู่คนเดียวอีก คือบางครั้งชวนนี่คือชวนพ่อแม่นะ แต่แม่ติดที่พี่สาว เลยกลายเป็นไม่ต้องไปง่ายสุด และเวลาไปไหนมาไหนกัน ถ้าครอบครัวดิฉันไปด้วย คือสามีดิฉันออก แต่แม่จะไม่ให้ออกให้เค้า แม่จะจ่ายครอบครัวเค้า 3 คน พี่สาวก็เหมือนเด็ก ไม่ออกอะไร แต่ทั้งนี้นิสัยส่วนตัว เค้าก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ตัวนะคะ ทำบุญตลอด พาแม่ไปชอปปิ้ง ซื้อขนมเข้าบ้าน รวมทั้งเสื้อผ้า(เยอะมากกกกก) ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาเรื่องส่วนตัว และเรื่องงาน
อยากทราบจริงๆคะ ว่าคนนอกครอบครัวคิดยังไง