เคยเห็นบ่อยๆในละครหลังข่าว เวลายายเปิดทิ้งไว้ ที่พระรองสุดจะเพอร์เฟกต์เช็ดครกดูเข้ากันกับนางเอกได้ดั่งคู่จิ้นแห่งปีที่ตามเชียร์ให้ได้กันตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่ไหงสุดท้ายพระเอกที่เคมีดูไม่น่าจะเข้ากันได้กลับแต่งงานมีลูกเป็นโขยงสะงั้น
แต่ชีวิตจริงคนเรามันคงไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะถ้าเราทั้งคู่มีนิสัยที่ไม่มีอะไรๆเหมือนกันเลย เราจะจบด้วยคำว่าเข้ากันไม่ได้หรือป่าว??
เรื่องราวมันเกิดขึ้นตอนกำลังขึ้นปีสามสินะ ให้ตายเถอะ!! จำได้ชัดเจนในชีวิตเลยว่า ตอนนั้นมันฝันร้ายที่สุดในชีวิต เพราะมีประกาศจาก “คณะเพื่อนยุทธ์” (คือเพื่อนชื่อยุทธ์คณะวิทยาบอกมาอีกที ไม่ได้กล่าวถึงใครอื่นจริงๆเลยนะครับ) ว่าจะสั่งปิดร้านเหล้าบริเวณสถานศึกษาโดยรอบ โอ้!! พระสงฆ์ ความรู้สึกเหมือนหมอบอกว่าคุณเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายก็ว่าได้ ยังดีที่มีเวลาลอำลาอีกร่วมเดือน ก่อนจากกันและถูกสั่งปิด ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะทำได้จริงไหม? สุดท้ายพี่แกทำได้จริงๆว่ะ ผมนี่ยอมใจเลย!!
ซึ่งตอนนั้นก็สารภาพว่าแก่แล้วเลยไม่ได้ไปบ่อยๆเหมือนสมัยหนุ่มๆช่วงเฟรชชี่หมีน้อยวัยละอ่อน นั้นเป็นเหตุที่ทำให้ใกล้ๆวันสุดท้ายที่ร้านจะปิด ผมกลับไปเพื่อรำลึกความหลังก่อนจากกัน ผมจึงเลือกทำเลงามๆแล้วปักแลนด์มาร์คไว้ นั่งเพลินเพลิดดื่มบรรยาศเติมที่กับเพื่อนๆที่ชวนกันมา แล้วผมก็เจอเธอ เธอผู้มาในชุด สบายๆเสื้อยืด กางเกงขาสั้น มัดผมมาด้วยพร้อมหมวกแก็ป ให้ตายเถอะ แว็บแรกที่มองเลย ความรู้สึกแบบนี้ เดี้ยวนะ เดี้ยวๆๆ “สาส กระเทยป่าวว่ะ เดี้ยวนี้โลกเรามันอยู่ยากสะด้วย” แต่ด้วยความที่แอลกอฮอล์ มันจะทำให้ความรู้สึกไม่ผ่านสมอง คิดแล้วไปเลย หลังจากมองๆเธออยู่สักพักใหญ่ๆแล้ว
โทษนะครับ !! เอิ่ม เรียนคณะไหนครับเนี่ย ??
ป่าวคะ เรียนที่มออื่น !!
งั้น.. ผมชื่อด่างนะครับ แล้วคุณ??
คะเราชื่อลูกหมู
เครครับลูกมด
ไม่ๆๆ เราชื่อลูกหมู แล้วตอนนี้กลับไปโต๊ะก่อนได้ไหมคะ ??
ครับ แต่ผมเดินมาแล้ว ขอเป็นอะไรไว้ติดต่อได้ไหมครับ !!
และในที่สุด ผมได้เฟสเธอมาด้วยความที่ยังไม่แน่ใจกับตัวเองด้วยซ้ำว่าข้อสรุปเธอจะเป็นสาวสองหรือป่าว แต่ที่แน่ๆคืนนั้นผมเห็นมีชายหนุ่มมาโอบเอวเธอ แล้วเธอเองก็เดินไปโต๊ะอื่นๆ
แย่จังคงมีแฟนแล้วล่ะ…
จำเป็นไหม? ที่ความต่างของคนสองคน จะทำให้สุดท้ายจะต้องจบด้วยคำว่า “เราเข้ากันไม่ได้”
แต่ชีวิตจริงคนเรามันคงไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะถ้าเราทั้งคู่มีนิสัยที่ไม่มีอะไรๆเหมือนกันเลย เราจะจบด้วยคำว่าเข้ากันไม่ได้หรือป่าว??
เรื่องราวมันเกิดขึ้นตอนกำลังขึ้นปีสามสินะ ให้ตายเถอะ!! จำได้ชัดเจนในชีวิตเลยว่า ตอนนั้นมันฝันร้ายที่สุดในชีวิต เพราะมีประกาศจาก “คณะเพื่อนยุทธ์” (คือเพื่อนชื่อยุทธ์คณะวิทยาบอกมาอีกที ไม่ได้กล่าวถึงใครอื่นจริงๆเลยนะครับ) ว่าจะสั่งปิดร้านเหล้าบริเวณสถานศึกษาโดยรอบ โอ้!! พระสงฆ์ ความรู้สึกเหมือนหมอบอกว่าคุณเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายก็ว่าได้ ยังดีที่มีเวลาลอำลาอีกร่วมเดือน ก่อนจากกันและถูกสั่งปิด ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะทำได้จริงไหม? สุดท้ายพี่แกทำได้จริงๆว่ะ ผมนี่ยอมใจเลย!!
ซึ่งตอนนั้นก็สารภาพว่าแก่แล้วเลยไม่ได้ไปบ่อยๆเหมือนสมัยหนุ่มๆช่วงเฟรชชี่หมีน้อยวัยละอ่อน นั้นเป็นเหตุที่ทำให้ใกล้ๆวันสุดท้ายที่ร้านจะปิด ผมกลับไปเพื่อรำลึกความหลังก่อนจากกัน ผมจึงเลือกทำเลงามๆแล้วปักแลนด์มาร์คไว้ นั่งเพลินเพลิดดื่มบรรยาศเติมที่กับเพื่อนๆที่ชวนกันมา แล้วผมก็เจอเธอ เธอผู้มาในชุด สบายๆเสื้อยืด กางเกงขาสั้น มัดผมมาด้วยพร้อมหมวกแก็ป ให้ตายเถอะ แว็บแรกที่มองเลย ความรู้สึกแบบนี้ เดี้ยวนะ เดี้ยวๆๆ “สาส กระเทยป่าวว่ะ เดี้ยวนี้โลกเรามันอยู่ยากสะด้วย” แต่ด้วยความที่แอลกอฮอล์ มันจะทำให้ความรู้สึกไม่ผ่านสมอง คิดแล้วไปเลย หลังจากมองๆเธออยู่สักพักใหญ่ๆแล้ว
โทษนะครับ !! เอิ่ม เรียนคณะไหนครับเนี่ย ??
ป่าวคะ เรียนที่มออื่น !!
งั้น.. ผมชื่อด่างนะครับ แล้วคุณ??
คะเราชื่อลูกหมู
เครครับลูกมด
ไม่ๆๆ เราชื่อลูกหมู แล้วตอนนี้กลับไปโต๊ะก่อนได้ไหมคะ ??
ครับ แต่ผมเดินมาแล้ว ขอเป็นอะไรไว้ติดต่อได้ไหมครับ !!
และในที่สุด ผมได้เฟสเธอมาด้วยความที่ยังไม่แน่ใจกับตัวเองด้วยซ้ำว่าข้อสรุปเธอจะเป็นสาวสองหรือป่าว แต่ที่แน่ๆคืนนั้นผมเห็นมีชายหนุ่มมาโอบเอวเธอ แล้วเธอเองก็เดินไปโต๊ะอื่นๆ
แย่จังคงมีแฟนแล้วล่ะ…