สวัสดีค่ะ อันนี้เป็นรีวิวแรกของเรา หากขาดตกบ่งพร่องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
สรรพคุณทางยา : กระตุ้นความสุข เพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว
วิธีใช้ : แบ่งรับประทาน 2 เวลา คือ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง และระหว่างเดินทาง
คำเตือน : จขกท.ไม่ได้เชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีแต่ความรักและความเป็นห่วงแม่ ดังนั้น รีวิวนี้เน้นไปที่คุณจะดูแลผู้สูงอายุอย่างไรดี หากจะเดินทางไปยังเส้นทาง ต้าหลี่ ลี่เจียง แชงการีล่า
ข้อมูลประกอบบางส่วน อาจมีจากท่านผู้รู้ และกูรู ทั้งหลาย ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
////////////////////////////////////////////// /////////////////////////////////////////////// /////////////////////////////////////////////////////////
รีวิวของเราขอเริ่มต้นจากบรรยากาศง่ายๆ ที่ทุกท่านต้องเคยเจอ
ปัง! โครม!
เสียงแฟ้มกระแทกโต๊ะทำงานตอนทุ่มครึ่งของวันหนึ่ง หลังจากที่เราโทรศัพท์ไปบอกแม่ให้กินข้าวแล้วนอนไปก่อนเลย เพราะต้องทำ OT ทำให้เราตัดสินใจไม่เอาแล้ว! พอแล้ว! กับการทุ่มเวลาไปกับที่ทำงาน แล้วปล่อยให้แม่ต้องกินข้าวคนเดียว สิ่งทีทำต่อมาคือ การเก็บกระเป๋ากลับบ้าน แล้วเปิดเว็ปไซต์ท่องเที่ยว ด้วยความคิดที่ว่า
"ฉันจะพาแม่ไปเที่ยว!!!!!!"
เอาละ ปัญหาโลกแตกต่อมา
"จะไปไหนดีละ?"
หันกลับไปมองแม่ที่หลับไปแล้ว (หลังจากที่พ่อเสียไปกระทันหัน เราอพยพตัวเองจากห้องส่วนตัวมานอนกับแม่ทุกคืน) จำได้ว่าคุณนายชอบดู องค์หญิงกำมะลอมาก ด้วยเหตุผลง่ายๆ คราวนั้น เลยเป็นที่มาของรีวิว "วางมือถือ หยิบเป้ จับมือแม่ตะลุยแชงการีล่า"
***********************************************************
เอาละค่ะ ลำดับแรก มีแค่ความอยาก ต้องค่อยๆ ปั้นดินให้เป็นดาวละนะ
1. จะไปอย่างไงดีละ?
ก. ไปเอง
ข. ไปกับทัวร์
สรุปเราเลือกคำตอบข้อ ข. ค่ะ ด้วยเหตุผลสนับสนุนดังนี้
1. พื้นที่ท่องเที่ยวของมณฑลยูนนาน ผู้อาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวเผ่าต่างๆ ของจีน เช่น ชาวไป๋ ชาวทิเบต พื้นที่นี้ไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเท่าไรนักเพราะความไม่สะดวกของการเดินทางและห้องน้ำ ดังนั้นแน่นอนว่า ภาษาอังกฤษ = 0 ค่ะ ยืนยันคอนเฟริมว่า ชาวเมืองที่นี้มีส่วนน้อยมากที่พูดภาษาอังกฤษได้ (แม้แต่ Reception ของรร. ก็ตาม) ดังนั้น ต่อให้คุณเทพอังกฤษมาจากไหน หากไม่ได้พกภาษาจีนมาด้วย = ใบ้กินแน่นอนค่ะ
2. ข้อความระวังอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวเส้นทางนี้ คือ "โรคแพ้ที่สูง" ดังนั้นการที่คุณจะพาผุ้สูงอายุไปด้วย ต้องวางแผนเรื่อง โรงพยาบาล ให้ดีค่ะ ไม่มีอะไรรับรองได้ว่า คุณกับผู้สุงอายุของคุณ จะเกิดอาการหรือไม่ แต่ถ้าเกิดขึ้นคุณจะทำอย่างไร ดังนั้นการไปกับทัวร์ จึงน่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภับที่สุด เพราะอย่างน้อยทัวร์เขาจะมีไกด์ท่องถิ่นที่จะรู้ว่าโรงพยาบาลอยู่ไหน สามารถสื่อสารกับหมอได้
บางคนอาจสงสัยว่าคือโรคอะไร ขออนุญาตยกข้อมูลจากอาจารย์หมอมาดังนี้ค่ะ (ข้อมูลจาก Thai Travel Clinic, Hospital for Tropical Diseases)
High Altitude Sickness (โรคแพ้ที่สูง) เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ในภาวะที่มีออกซิเจนน้อย ซึ่งประกอบด้วย 3 โรคหลักๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์และมีความต่อเนื่องกันอยู่ในบางส่วน โรคนี้พบเกิดได้กับทุกเพศและทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วย โดยอัตราเกิดในผู้หญิงและในผู้ชายใกล้เคียงกัน โดยโรคนี้มีอาการ 3 รูปแบบ คือ
1. Acute Mountain Sickness (AMS) เป็นโรคที่มีความรุนแรงไม่มาก เกิดเมื่อมีการเดินทางขึ้นไปที่สูง โดยทั่วไปต้องมากกว่า 2500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจะมีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ ซึ่งเป็นอาการเด่นของภาวะนี้ อาการอื่นๆที่พบได้บ่อยคือ นอนไม่หลับ เหนื่อย หายใจเร็ว โดยอาการต่างๆเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นหลังจากขึ้นไปที่สูงประมาณ 4-10 ชั่วโมง ที่พบบ่อยคือเกิดขึ้นในคืนแรกที่ขึ้นไปที่สูง โดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรงมาก และร่างกายจะค่อยๆปรับตัวได้เองภายใน 1-2 วัน
2. High Altitude Cerebral Edema (HACE) หรือภาวะสมองบวมจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่เกิดต่อเนื่องจากภาวะ AMS โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ เห็นภาพซ้อน ถ้ามีอาการรุนแรงมากจะมีชัก หมดสติ จนถึงเสียชีวิตได้ ดังนั้นถ้ามีอาการดังกล่าวต้องรีบพบแพทย์ และเดินทางลงสู่ในพื้นที่ต่ำกว่าทันที
3. High Altitude Pulmonary Edema (HAPE) คือภาวะปอดบวมน้ำจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่รุนแรงซึ่งอาจเกิดขึ้นเดี่ยวๆหรือเกิดขึ้นร่วมกับภาวะ HACE ก็ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก อยู่เฉยๆก็เหนื่อย ภาวะนี้ทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นถ้าเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น ต้องรีบพบแพทย์และเดินทางลงสู่พื้นที่ต่ำกว่าทันที
คำถาม
อาการแบบนี้มีวิธีป้องกันได้ไหม?
คำตอบ
1. ศึกษาข้อมูลถึงสถานที่ที่จะไปก่อนการเดินทาง
2. ถ้าจำเป็นต้องเดินทางขึ้นสู่ที่สูงอย่างรวดเร็ว เช่น นั่งเครื่องบินมักจะมีอาการ ดังนั้นในช่วงแรกๆที่ขึ้นไปที่สูง ควรงดการออกกำลัง เดิน หรือวิ่ง ควรพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ และสังเกตอาการของตัวเองว่ามีความผิดปกติใดๆหรือไม่ ถ้ามีอาการของ AMS เพียงเล็กน้อย เช่นปวดศีรษะ คลื่นไส้ นอนไม่หลับ ร่างกายค่อยๆปรับตัวได้ และอาการจะหายไปเองใน 1-2 วันแต่ถ้ามีอาการรุนแรงมากขึ้น ควรพบแพทย์ และเดินทางสู่ที่ต่ำกว่าทันที
3.ร่างกายต้องการเวลาปรับตัว (Acclimatization) ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรเลือกแผนการเดินทางที่ไม่ขึ้นสู่ที่สูงเร็วเกินไป ควรพักที่เมืองที่อยู่ต่ำกว่า 1-2 วันเพื่อปรับตัว
4. การใช้ยาเพื่อป้องกัน altitude sickness เช่น Acetazolamide (diamox) ในนักท่องเที่ยวบางรายมีความจำเป็น เพราะยาจะช่วยป้องกันและลดบรรเทาอาการได้ แต่การใช้ยาควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะแพทย์ต้องพิจารณาแผนการเดินทาง ข้อบ่งชี้ ข้อห้ามในการใช้ยา และแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้อง
คำถาม
เส้นทางคุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง แชงการีล่า เป็นเส้นที่ที่เสี่ยงต่อโรค AMS หรือไม่?
คำตอบ
มีความเสี่ยงค่ะ โรคแพ้ที่สูง มักเกิดอาการได้ตั้งแต่สถานที่นั้นๆมีความสูงตั้งแต่ประมาณ 2,100เมตร (7,000 ฟุต) จากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป
ระดับพื้นที่ที่จัดว่าสูงที่จะก่อให้เกิดอาการของโรคจากขึ้นที่สูง โดยแบ่งตามความสูง (ซึ่งอาการที่เกิดจะรุนแรงขึ้นตามความสูงที่เพิ่มขึ้น) เป็น 3 ระดับ คือ
พื้นที่สูง (High altitude) คือความสูง 1,500-3,500 เมตร (5,000-11,500 ฟุต) จากระดับ น้ำทะเลปานกลาง
พื้นที่สูงมาก (Very high altitude) คือความสูง 3,500-5,500 เมตร (11,500-18,000ฟุต)
และพื้นที่สูงสุดขีด (Extreme altitude) คือสูงเหนือ 5,500 เมตร (18,000 ฟุต) ขึ้นไป
ในการท่องเที่ยวทั่วไป มักจะท่องเที่ยวอยู่ในระดับความสูงประมาณไม่เกิน 5,000 เมตร ซึ่งเมื่อเกิดโรคจากขึ้นที่สูง อาการมักอยู่ในระดับไม่รุนแรง เรียกว่า Acute mountain sickness เรียกย่อว่า เอเอมเอส (AMS) ซึ่งพบเกิดอาการ AMS ได้ประมาณ 9-40% เมื่ออยู่ในที่สูงระดับไม่เกิน 3,500 เมตร และประมาณ 15-58% เมื่อความสูงอยู่ในช่วง 3,500-5,000 เมตร
(ขอบคุณข้อมูลจากhttp://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87/)
ดังนั้นในการเดินทางครั้งนี้มีจุดเสี่ยงทั้งหมด 3 จุด คือ
1. ลี่เจียง (2400 m จากระดับน้ำทะเล)
2. ภูเขามังกรหยก (4506 m จากระดับน้ำทะเล)
3. แชงการีล่า (3300 m จากระดับน้ำทะเล)
วางมือถือ สะพายเป้ จับมือแม่เที่ยวแชงการี-ลา
สรรพคุณทางยา : กระตุ้นความสุข เพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว
วิธีใช้ : แบ่งรับประทาน 2 เวลา คือ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง และระหว่างเดินทาง
คำเตือน : จขกท.ไม่ได้เชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีแต่ความรักและความเป็นห่วงแม่ ดังนั้น รีวิวนี้เน้นไปที่คุณจะดูแลผู้สูงอายุอย่างไรดี หากจะเดินทางไปยังเส้นทาง ต้าหลี่ ลี่เจียง แชงการีล่า
ข้อมูลประกอบบางส่วน อาจมีจากท่านผู้รู้ และกูรู ทั้งหลาย ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
////////////////////////////////////////////// /////////////////////////////////////////////// /////////////////////////////////////////////////////////
รีวิวของเราขอเริ่มต้นจากบรรยากาศง่ายๆ ที่ทุกท่านต้องเคยเจอ
ปัง! โครม!
เสียงแฟ้มกระแทกโต๊ะทำงานตอนทุ่มครึ่งของวันหนึ่ง หลังจากที่เราโทรศัพท์ไปบอกแม่ให้กินข้าวแล้วนอนไปก่อนเลย เพราะต้องทำ OT ทำให้เราตัดสินใจไม่เอาแล้ว! พอแล้ว! กับการทุ่มเวลาไปกับที่ทำงาน แล้วปล่อยให้แม่ต้องกินข้าวคนเดียว สิ่งทีทำต่อมาคือ การเก็บกระเป๋ากลับบ้าน แล้วเปิดเว็ปไซต์ท่องเที่ยว ด้วยความคิดที่ว่า
"ฉันจะพาแม่ไปเที่ยว!!!!!!"
เอาละ ปัญหาโลกแตกต่อมา
"จะไปไหนดีละ?"
หันกลับไปมองแม่ที่หลับไปแล้ว (หลังจากที่พ่อเสียไปกระทันหัน เราอพยพตัวเองจากห้องส่วนตัวมานอนกับแม่ทุกคืน) จำได้ว่าคุณนายชอบดู องค์หญิงกำมะลอมาก ด้วยเหตุผลง่ายๆ คราวนั้น เลยเป็นที่มาของรีวิว "วางมือถือ หยิบเป้ จับมือแม่ตะลุยแชงการีล่า"
***********************************************************
เอาละค่ะ ลำดับแรก มีแค่ความอยาก ต้องค่อยๆ ปั้นดินให้เป็นดาวละนะ
1. จะไปอย่างไงดีละ?
ก. ไปเอง
ข. ไปกับทัวร์
สรุปเราเลือกคำตอบข้อ ข. ค่ะ ด้วยเหตุผลสนับสนุนดังนี้
1. พื้นที่ท่องเที่ยวของมณฑลยูนนาน ผู้อาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวเผ่าต่างๆ ของจีน เช่น ชาวไป๋ ชาวทิเบต พื้นที่นี้ไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเท่าไรนักเพราะความไม่สะดวกของการเดินทางและห้องน้ำ ดังนั้นแน่นอนว่า ภาษาอังกฤษ = 0 ค่ะ ยืนยันคอนเฟริมว่า ชาวเมืองที่นี้มีส่วนน้อยมากที่พูดภาษาอังกฤษได้ (แม้แต่ Reception ของรร. ก็ตาม) ดังนั้น ต่อให้คุณเทพอังกฤษมาจากไหน หากไม่ได้พกภาษาจีนมาด้วย = ใบ้กินแน่นอนค่ะ
2. ข้อความระวังอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวเส้นทางนี้ คือ "โรคแพ้ที่สูง" ดังนั้นการที่คุณจะพาผุ้สูงอายุไปด้วย ต้องวางแผนเรื่อง โรงพยาบาล ให้ดีค่ะ ไม่มีอะไรรับรองได้ว่า คุณกับผู้สุงอายุของคุณ จะเกิดอาการหรือไม่ แต่ถ้าเกิดขึ้นคุณจะทำอย่างไร ดังนั้นการไปกับทัวร์ จึงน่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภับที่สุด เพราะอย่างน้อยทัวร์เขาจะมีไกด์ท่องถิ่นที่จะรู้ว่าโรงพยาบาลอยู่ไหน สามารถสื่อสารกับหมอได้
บางคนอาจสงสัยว่าคือโรคอะไร ขออนุญาตยกข้อมูลจากอาจารย์หมอมาดังนี้ค่ะ (ข้อมูลจาก Thai Travel Clinic, Hospital for Tropical Diseases)
High Altitude Sickness (โรคแพ้ที่สูง) เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ในภาวะที่มีออกซิเจนน้อย ซึ่งประกอบด้วย 3 โรคหลักๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์และมีความต่อเนื่องกันอยู่ในบางส่วน โรคนี้พบเกิดได้กับทุกเพศและทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วย โดยอัตราเกิดในผู้หญิงและในผู้ชายใกล้เคียงกัน โดยโรคนี้มีอาการ 3 รูปแบบ คือ
1. Acute Mountain Sickness (AMS) เป็นโรคที่มีความรุนแรงไม่มาก เกิดเมื่อมีการเดินทางขึ้นไปที่สูง โดยทั่วไปต้องมากกว่า 2500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจะมีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ ซึ่งเป็นอาการเด่นของภาวะนี้ อาการอื่นๆที่พบได้บ่อยคือ นอนไม่หลับ เหนื่อย หายใจเร็ว โดยอาการต่างๆเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นหลังจากขึ้นไปที่สูงประมาณ 4-10 ชั่วโมง ที่พบบ่อยคือเกิดขึ้นในคืนแรกที่ขึ้นไปที่สูง โดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรงมาก และร่างกายจะค่อยๆปรับตัวได้เองภายใน 1-2 วัน
2. High Altitude Cerebral Edema (HACE) หรือภาวะสมองบวมจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่เกิดต่อเนื่องจากภาวะ AMS โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ เห็นภาพซ้อน ถ้ามีอาการรุนแรงมากจะมีชัก หมดสติ จนถึงเสียชีวิตได้ ดังนั้นถ้ามีอาการดังกล่าวต้องรีบพบแพทย์ และเดินทางลงสู่ในพื้นที่ต่ำกว่าทันที
3. High Altitude Pulmonary Edema (HAPE) คือภาวะปอดบวมน้ำจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่รุนแรงซึ่งอาจเกิดขึ้นเดี่ยวๆหรือเกิดขึ้นร่วมกับภาวะ HACE ก็ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก อยู่เฉยๆก็เหนื่อย ภาวะนี้ทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นถ้าเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น ต้องรีบพบแพทย์และเดินทางลงสู่พื้นที่ต่ำกว่าทันที
คำถาม
อาการแบบนี้มีวิธีป้องกันได้ไหม?
คำตอบ
1. ศึกษาข้อมูลถึงสถานที่ที่จะไปก่อนการเดินทาง
2. ถ้าจำเป็นต้องเดินทางขึ้นสู่ที่สูงอย่างรวดเร็ว เช่น นั่งเครื่องบินมักจะมีอาการ ดังนั้นในช่วงแรกๆที่ขึ้นไปที่สูง ควรงดการออกกำลัง เดิน หรือวิ่ง ควรพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ และสังเกตอาการของตัวเองว่ามีความผิดปกติใดๆหรือไม่ ถ้ามีอาการของ AMS เพียงเล็กน้อย เช่นปวดศีรษะ คลื่นไส้ นอนไม่หลับ ร่างกายค่อยๆปรับตัวได้ และอาการจะหายไปเองใน 1-2 วันแต่ถ้ามีอาการรุนแรงมากขึ้น ควรพบแพทย์ และเดินทางสู่ที่ต่ำกว่าทันที
3.ร่างกายต้องการเวลาปรับตัว (Acclimatization) ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรเลือกแผนการเดินทางที่ไม่ขึ้นสู่ที่สูงเร็วเกินไป ควรพักที่เมืองที่อยู่ต่ำกว่า 1-2 วันเพื่อปรับตัว
4. การใช้ยาเพื่อป้องกัน altitude sickness เช่น Acetazolamide (diamox) ในนักท่องเที่ยวบางรายมีความจำเป็น เพราะยาจะช่วยป้องกันและลดบรรเทาอาการได้ แต่การใช้ยาควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะแพทย์ต้องพิจารณาแผนการเดินทาง ข้อบ่งชี้ ข้อห้ามในการใช้ยา และแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้อง
คำถาม
เส้นทางคุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง แชงการีล่า เป็นเส้นที่ที่เสี่ยงต่อโรค AMS หรือไม่?
คำตอบ
มีความเสี่ยงค่ะ โรคแพ้ที่สูง มักเกิดอาการได้ตั้งแต่สถานที่นั้นๆมีความสูงตั้งแต่ประมาณ 2,100เมตร (7,000 ฟุต) จากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป
ระดับพื้นที่ที่จัดว่าสูงที่จะก่อให้เกิดอาการของโรคจากขึ้นที่สูง โดยแบ่งตามความสูง (ซึ่งอาการที่เกิดจะรุนแรงขึ้นตามความสูงที่เพิ่มขึ้น) เป็น 3 ระดับ คือ
พื้นที่สูง (High altitude) คือความสูง 1,500-3,500 เมตร (5,000-11,500 ฟุต) จากระดับ น้ำทะเลปานกลาง
พื้นที่สูงมาก (Very high altitude) คือความสูง 3,500-5,500 เมตร (11,500-18,000ฟุต)
และพื้นที่สูงสุดขีด (Extreme altitude) คือสูงเหนือ 5,500 เมตร (18,000 ฟุต) ขึ้นไป
ในการท่องเที่ยวทั่วไป มักจะท่องเที่ยวอยู่ในระดับความสูงประมาณไม่เกิน 5,000 เมตร ซึ่งเมื่อเกิดโรคจากขึ้นที่สูง อาการมักอยู่ในระดับไม่รุนแรง เรียกว่า Acute mountain sickness เรียกย่อว่า เอเอมเอส (AMS) ซึ่งพบเกิดอาการ AMS ได้ประมาณ 9-40% เมื่ออยู่ในที่สูงระดับไม่เกิน 3,500 เมตร และประมาณ 15-58% เมื่อความสูงอยู่ในช่วง 3,500-5,000 เมตร
(ขอบคุณข้อมูลจากhttp://haamor.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87/)
ดังนั้นในการเดินทางครั้งนี้มีจุดเสี่ยงทั้งหมด 3 จุด คือ
1. ลี่เจียง (2400 m จากระดับน้ำทะเล)
2. ภูเขามังกรหยก (4506 m จากระดับน้ำทะเล)
3. แชงการีล่า (3300 m จากระดับน้ำทะเล)