MIND: ทำไมช่วงชีวิตวัย 40-50 ปี ถึงว่ากันว่าเป็น ‘วัยที่เหนื่อยที่สุด’?

📌
โลกทุกวันนี้ทุกคนเหนื่อย คนเรียนจบใหม่ดิ้นรนหางานในตลาดที่งานมีน้อย ส่วนคนสูงอายุจำนวนมากก็มีเงินไม่พอใช้ ยังต้องทำงานต่อไป ปรับตัวต่อไปให้อยู่ได้
.
อย่างไรก็ดี ถ้าจะมี 'ช่วงที่เหนื่อยที่สุด' โดยทั่วๆ ไปเขาก็จะยอมรับกันว่าช่วงวัย 40 หรือช่วงประมาณ 40-50 นี่แหละเหนื่อยที่สุด
.
คำถามคือทำไม?
.
สำหรับคนจำนวนมาก วัย 40 ดูจะเป็นวัยที่ทุกอย่างลงตัวทั้งหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ มันคือวัยที่คนมักจะเข้าใจและยอมรับแล้วว่าตนเองมีศักยภาพแค่ไหน สามารถคาดหวังอะไรกับชีวิตบ้าง หน้าที่การงานก็มักจะมีงานประจำที่มั่นคง ไม่เปลี่ยนบ่อยแบบช่วงอายุก่อนหน้าแล้ว ด้านความสัมพันธ์ คนวัยนี้ถ้าไม่แต่งงานไปแล้ว ก็มักจะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่แต่งงาน ดังนั้นมันจะไม่มีความลังเลหรือเฝ้ารอคู่ชีวิตแบบในวัยที่อายุน้อยกว่านี้
.
ทั้งหมดฟังดูดีมาก แต่ทำไมยัง 'เหนื่อย'
.
จริงๆ นี่น่าจะเป็นคนวัย 40+ เข้าใจดี
.
โดยทั่วไปคนวัยนี้ก็มักจะมีรายได้สูงกว่าวัยอื่นๆ เพราะเงินเดือนก็เพิ่มตามประสบการณ์การทำงาน และก็เรียกได้ว่า ถ้าทำงานมาตลอด ได้ขึ้นเงินเดือนตามสเต็ปเรื่อยๆ และไม่ตกงาน วัยนี้ก็จะเป็นช่วงที่ทุกคนเริ่มรู้สึกว่า 'ปัญหาเรื่องเงิน' มันลดลงตามรายได้ที่มากขึ้น
.
แต่ปัญหาคือ 'ปัญหาเรื่องเงิน' น่าจะเป็นปัญหาที่เล็กสุดของคนวัย 40+
.
เพราะวัยนี้ ภาระหน้าที่มักจะหนักตาม คืองานที่ได้เงินมากขึ้นความรับผิดชอบก็มากขึ้นตาม แต่มันก็ไม่ใช่แค่งาน แต่วัยนี้คือพ่อแม่มักจะเริ่มแก่มากๆ และต้องการการดูแลแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน การต้องเหนื่อยกับงานเพิ่มอยู่แล้วมันต้องมาเหนื่อยเรื่องดูแลพ่อแม่เสริมไปอีก
.
ในกรณีของคนที่มีลูกยิ่งหนัก ถ้ามีลูกช้า ต้องเลี้ยงลูกเล็กในวัยนี้ก็เหนื่อยไม่ใช่เล่น ส่วนถ้ามีลูกเร็วในช่วงวัย 20 ปลายๆ หรือ 30 ต้นๆ สิ่งที่จะต้องเจอในวัย 40 ก็คือลูกที่ย่างเข้าวัยรุ่น และนั่นคือความเป็นไปได้ของความปวดหัวในทุกมิติ ซึ่งถ้ามีพ่อแม่ต้องดูแลอีก ก็คงไม่ต้องอธิบายว่า การต้องดูแลทั้งพ่อแม่และลูกพร้อมกันมันเหนื่อยแค่ไหน ดังที่เขามีคำเรียกว่า Sandwich Generation เพื่อให้เห็นภาพการ 'ถูกบีบจากสองทาง'
.
นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางประการของ 'ภาระที่มากขึ้น' ของคนในวัย 40+ ซึ่งก็อาจเรียกได้ว่าต่างกันไปในแต่ละคน บางคนไม่มีลูก แต่มีพ่อหรือแม่สักคนติดเตียง บางคนพ่อแม่ตัวเองสุขภาพดีอยู่ แต่ดันมีลูกเล็ก และพ่อแม่ฝั่งคู่ชีวิตตนไม่สบาย ก็อาจต้องทุ่มแรงเลี้ยงลูก ฯลฯ
.
แต่มันไม่ใช่แค่ภาระทางสังคมและวัฒนธรรมเท่านั้นที่ทำให้วัยนี้ 'หนัก' แต่ 'ความหนัก' คือเรื่องดิบๆ อย่างการเสื่อมถอยทางกายภาพ
.
วัย 40+ เป็นวัยที่แทบทุกคนต้องประสบปัญหาสายตายาว มากน้อยต่างกันไป แต่รอดยาก ซึ่งนอกจากสายตายาวแล้ว นี่ยังเป็นวัยที่คนมักจะเริ่มตรวจเจอ 'โรคประจำตัว' ที่จะต้องอยู่กับมันยาวๆ ไปตลอดชีวิตกันสักคนละโรคสองโรคอีกด้วย
.
ในทางกายภาพอื่นๆเราก็จะพบว่าการกินเท่าเดิมทำให้เราอ้วนขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งคือเพราะกล้ามเนื้อเราลดลง และทำให้ส่วนร่างกายที่จะใช้พลังงานลดลง กินเท่าเดิมเลยอ้วนขึ้น และนี่เลยทำให้หลายๆ คนเริ่มลุกขึ้นมาออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อในวัยนี้ เพราะนั่นคือหนทางให้ร่างกายยัง 'คงสภาพ' อยู่ได้
.
สำหรับผู้ชาย หลายคนที่ 'ใช้ชีวิตมาหนัก' ก็จะเริ่มเห็นว่าผลของพฤติกรรมต่างๆ มันจะเริ่มชัดในวัยนี้ กิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำได้เป็นปกติ ตอนนี้ก็กลับทำไม่ได้เหมือนเดิม อาจมีตั้งแต่การกินเหล้าไปเพียงนิดเดียวแล้ว 'แฮงก์' เป็นวันๆ ไปจนถึงการทำงานแบบไม่นอนแล้วผลคือล้มป่วยแบบงงๆ ซึ่งช่วงนี้การตรวจไปเจอภาวะความดันโลหิตสูงหรือคอเลสเตอรอลสูงก็ไม่แปลกเลย เพราะในทางสถิติ ผู้ชายวัยนี้มีโอกาสตรวจพบภาวะพวกนี้มากกว่าผู้หญิง
.
ส่วนของผู้หญิง วัยนี้ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่ 'การเปลี่ยนผ่าน' เข้าสู่ 'วัยหมดประจำเดือน' ซึ่งคือวัย 50 ต้นๆ แต่กระบวนการมันจะเริ่มราวๆ 40 กลางๆ และนั่นก็คือช่วงที่ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และฮอร์โมนต่างๆ ก็จะทำงาน 'ผิดปกติ' มากๆ แบบที่เข้าใจจากประสบการณ์ที่มีมาก่อนไม่ได้เลย
.
ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเหล่านี้ เวลาอ่านเป็นตัวอักษรมันดูไม่มีอะไร เพราะมันไม่ใช่ 'ความเจ็บป่วย' แต่ในความเป็นจริง เวลาประสบเองแล้วนี่คือภาวะที่ย้ำเตือนผู้ประสบตลอดเวลาว่า 'เราแก่แล้ว' ‘เราใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว' ทั้งนี้อยากให้ลองคิดภาพว่า คนวัยนี้ต้องสู้กับความชราของตนเองแบบงงๆ (เพราะจริงๆ เราไม่รู้ว่าเรา 'ป่วย' หรือแค่ 'แก่' เช่นทุกคนที่เริ่มสายตายาวจะเริ่มจากอาการปวดหัวไม่มีสาเหตุ ก่อนจะพบว่าจริงๆ เราโฟกัสของที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ เลยทำให้ใช้สายตามากจนทำให้ปวดหัว) ไปพร้อมๆ กับที่ต้องรับผิดชอบทั้งการงาน ครอบครัว ไปจนถึงสังคมมากขึ้น มันเหนื่อยเอาเรื่องอยู่
.
แน่นอน ว่ากันว่าภาวะทุกอย่างจะเริ่มเบาลงเมื่อเข้าสู่ช่วง 50 คือเราจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าเราแก่ จะเริ่มรับมือได้ ภาระต่างๆ ก็จะเริ่มเบาลงไป พ่อแม่ก็อาจไม่อยู่แล้ว ลูกก็โตแล้ว งานก็เริ่มเป็นการทำงานซ้ำๆ ไม่หนัก รอวันเกษียณ และก็ว่ากันว่า เราจะไปชิลอีกทีตอน 60 ที่เรายอมรับความเป็นไปของโลกและอยู่บนโลกอย่างสบายใจไปตามอัตภาพ
.
ทั้งหมดนี้หากลองคิดดู สิ่งที่ทำให้วัย 40+ เหนื่อยเป็นพิเศษ อาจไม่ใช่สิ่งที่มันต้องเผชิญเท่ากับการที่คนวัยนี้ต้องเจอ 'เรื่องใหญ่ๆ ของชีวิต' หลายๆ เรื่องพร้อมๆ กัน จึงทำให้คนในวัยนี้ยากที่จะ 'ไม่เจออะไรเลย' เช่น อาจมีครอบครัวที่มีความสุขดี แต่พ่อแม่ดันป่วย หรือทุกคนในครอบครัวสุขภาพดีหมด แต่วันดีคืนดีคู่ชีวิตโดนเลย์ออฟก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ หรือบางคนพ่อแม่ไม่ป่วย ความสัมพันธ์กับแฟนก็ดีเยี่ยม งานมั่นคงจัดๆ แต่วันดีคืนดีไปตรวจเจอ 'มะเร็ง' ก็อาจเกิดขึ้นได้
.
มันคือวัยที่ 'หายนะ' ระดับน้อยถึงมากจนสามารถสั่นสะเทือนชีวิตได้ และมีโอกาสโผล่มาได้ทุกทิศทางมากกว่าวัยอื่นๆ แต่ข้อดีคือถ้าเรา 'ผ่านมันไปได้' ช่วงชีวิตหลังจากนั้นก็จะชิลแล้ว
.
#BrandThink
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่