สวัสดีค่ะทุกคน
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ในส่วนตัวเราไม่เคยคิดที่จะเล่าปัญหาครอบครัวออกสู่ที่สาธารณะเลยค่ะ
เราเลือกที่จะปรึกษาครอบครัว เพื่อนฝูงก่อนในทุกครั้ง
แต่ตอนนี้. เรื่องที่เราเผชิญอยู่ เราปรึกษาครอบครัวไม่ได้เลย เพราะปัญหามาจากครอบครัว ถ้าเราบอกครอบครัว พ่อแม่ คงได้แต่นั่งทุกข์ โดยที่แก้ปัญหาอะไรช่วยเราไม่ได้ เราไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นค่ะ เราเคยบอกไปแล้วแม่ร้องไห้ เราเลยไม่อยากพูดอีก..
เราเลยตัดสินใจ มาถามทุกคน ว่าถ้าเจอปัญหาแบบเรา จะทำยังไงดีคะ??
เรื่องมีอยู่ว่า..
ตอนนี้ เราทำงานราชการอยู่ค่ะ เงินเดือน 2 หมื่นกว่า และรับจ๊อบพิเศษช่วงหลังเลิกงาน เฉลี่ยต่อเดือนรายได้จากตรงนี้ประมาณ หมื่นต้นๆค่ะ
มันดูเหมือนเยอะใช่มั้ยคะ ถ้าเราใช้คนเดียว มันคงเหลือเก็บมากมายเลยล่ะค่ะ
แต่ตอนนี้ เรากำลังรับภาระส่งน้องเรียนมหาลัย ค่าใช้จ่ายพ่อแม่ทุกอย่าง รวมถึงหนี้สินของพ่อแม่ รวมทุกหนี้ก็ราวๆ 1 ล้านบาทเศษค่ะ...
หลายคนอาจจะมองว่าน้อย. แต่สำหรับบ้านเรามันไม่น้อยเลยค่ะ
พ่อกับแม่มีหนี้นอกระบบเยอะมาก ที่แม่มีหนี้นอกเพราะเป็นแม่ค้าค่ะ ธนาคารเขาไม่ให้กู้ แม่ค้าตลาดสดไม่มีความมั่นคงพอ บ้านเราเคยวิกฤติหนักช่วงปี 2540 ทุกอย่างมันเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น. แต่เราไม่อยากว่าอะไรแม่เรา เพราะแม่ตั้งใจค้าขาย ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินส่งลูกเรียน พ่อทำงานราชการเงินเดือนไม่กี่พัน ที่พ่อกับแม่เป็นหนี้ทุกวันนี้. ก็เพราะส่งลูกมาจนเรียนจบนี่ล่ะค่ะ. เราจึงรับภาระใช้หนี้แทนพ่อแม่หมด พ่อกับแม่อีกไม่กี่ปีก็ 60 แล้วค่ะ ท่านไม่มีแรงทำอะไรมากแล้ว เพราะช่วงวัยทำงาน ท่านใช้ร่างกายทำงานหนักมากค่ะ ตอนนี้เลยได้แค่รับจ้างเล็กๆน้อยๆ เพราะไม่มีแรงแล้ว แกเป็นโรคหอบหืดด้วยน่ะค่ะ ร่างกายเลยไม่แข็งแรง. แม่รับจ้างก็ ได้เงินมาวันละ 50-60 บาท
ภาระทุกอย่างจึงตกที่เราค่ะ. เราพยายามบริหารเงินมาตลอด
เราเปิดบัตรทุกที่ที่เราเปิดได้. เพื่อปิดหนี้แม่ แต่มันก็ไม่พอ และเหลือล้านบาทเศษ จนตอนนี้ กู้ต่อไม่ได้แล้วค่ะ
ได้แต่บริหารเงินไปวันๆ. เรามีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนราวๆ 50,000 บาทค่ะ
เราต้องให้พ่อกับแม่ใช้ส่วนตัว และใช้หนี้รายวัน อาทิตย์ละประมาณ 5,000. ที่เหลือก็หนี้รายเดือนค่ะ
น้องสาวเรียนด้วย และรับทำงานเสริมเล็กๆน้อยๆ เท่าที่เค้าจะมีเวลาค่ะ น้องเป็นคนเดียวในครอบครัว ที่รู้เรื่องเราทุกอย่าง เค้าก็บอกให้รอเค้าจบ เค้าจะช่วยหาเงินเต็มตัว ทุกคนดีกับเราหมด. จนเราไม่อยากท้อ แต่มันก็ยากเหมือนกันนะคะ
เราเคยปรึกษาแม่ แม่ไม่สามารถช่วยอะไรเราได้.
เราเสียใจมาก ที่เห็นแม่ร้องไห้ แม่อยากช่วยเราค่ะ แต่แกทำได้เท่านั้น หารายได้ได้แค่วันละไม่ถึงร้อย
เวลาบอกพ่อ พ่อก็จะโทษตัวเอง ที่เป็นผู้นำครอบครัวไม่ได้ เราเลยไม่อยากบอกพ่อแม่เลยค่ะ
ตอนนี้ เงินเรากำลังจะตันทุกบัตรแล้ว
เราอยากหารายได้เพิ่มค่ะ. คิดว่าอยากออกจากงานราชการ ไปรับจ๊อบที่ทำอยู่เต็มตัว น่าจะได้เงินมากกว่านี้
แต่บ้านเราเป็นข้าราชการทั้งบ้านค่ะ ยกเว้นแม่ การลาออกจากราชการ เป็นอะไรที่พ่อคงเสียใจมาก เพราะแกอยากเห็นลูกทำงานราชการค่ะ แกมองว่ามันมั่นคง (แต่เราเป็นพนักงานราชการค่ะ) ที่บ้านเราเองก็วิกฤติการเงินเหมือนกัน หยิบยืมกันคงยากแล้ว
เราอยากหารายได้เพิ่มมากกว่าค่ะ. ทุกคนมีทางออกพอที่จะแนะนำเราได้มั้ยคะ
เราลองคำนวณดูจากทุกอย่าง รายรับคงไม่เพิ่มมากกว่านี้ แต่รายจ่ายจะเพิ่มจากการกดบัตร คาดว่า เดือนหน้า เราจะตันแล้วค่ะ
**เรากำลังจะหมดแรงสู้แล้วจิงๆค่ะ**
--ไม่รู้แม่ผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาได้ยังไง ลูก 2 คน สงสารแม่ค่ะ ไม่อยากให้แกต้องมาเห็นลูกทุกข์ แค่นี้แกก็ทุกข์มากพอแล้วค่ะ---
"ขออภัยด้วยนะคะ โพสต์แรก เขียนอาจจะวนๆ ขอบคุณทุกคนล่วงหน้านะคะที่อ่านเรื่องนี้จนจบ"
แม่ผ่านความลำบากแบบนี้มาได้ยังไง อยากแกร่งเหมือนแม่ เราจะหมดแรงแล้วค่ะ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ในส่วนตัวเราไม่เคยคิดที่จะเล่าปัญหาครอบครัวออกสู่ที่สาธารณะเลยค่ะ
เราเลือกที่จะปรึกษาครอบครัว เพื่อนฝูงก่อนในทุกครั้ง
แต่ตอนนี้. เรื่องที่เราเผชิญอยู่ เราปรึกษาครอบครัวไม่ได้เลย เพราะปัญหามาจากครอบครัว ถ้าเราบอกครอบครัว พ่อแม่ คงได้แต่นั่งทุกข์ โดยที่แก้ปัญหาอะไรช่วยเราไม่ได้ เราไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นค่ะ เราเคยบอกไปแล้วแม่ร้องไห้ เราเลยไม่อยากพูดอีก..
เราเลยตัดสินใจ มาถามทุกคน ว่าถ้าเจอปัญหาแบบเรา จะทำยังไงดีคะ??
เรื่องมีอยู่ว่า..
ตอนนี้ เราทำงานราชการอยู่ค่ะ เงินเดือน 2 หมื่นกว่า และรับจ๊อบพิเศษช่วงหลังเลิกงาน เฉลี่ยต่อเดือนรายได้จากตรงนี้ประมาณ หมื่นต้นๆค่ะ
มันดูเหมือนเยอะใช่มั้ยคะ ถ้าเราใช้คนเดียว มันคงเหลือเก็บมากมายเลยล่ะค่ะ
แต่ตอนนี้ เรากำลังรับภาระส่งน้องเรียนมหาลัย ค่าใช้จ่ายพ่อแม่ทุกอย่าง รวมถึงหนี้สินของพ่อแม่ รวมทุกหนี้ก็ราวๆ 1 ล้านบาทเศษค่ะ...
หลายคนอาจจะมองว่าน้อย. แต่สำหรับบ้านเรามันไม่น้อยเลยค่ะ
พ่อกับแม่มีหนี้นอกระบบเยอะมาก ที่แม่มีหนี้นอกเพราะเป็นแม่ค้าค่ะ ธนาคารเขาไม่ให้กู้ แม่ค้าตลาดสดไม่มีความมั่นคงพอ บ้านเราเคยวิกฤติหนักช่วงปี 2540 ทุกอย่างมันเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น. แต่เราไม่อยากว่าอะไรแม่เรา เพราะแม่ตั้งใจค้าขาย ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินส่งลูกเรียน พ่อทำงานราชการเงินเดือนไม่กี่พัน ที่พ่อกับแม่เป็นหนี้ทุกวันนี้. ก็เพราะส่งลูกมาจนเรียนจบนี่ล่ะค่ะ. เราจึงรับภาระใช้หนี้แทนพ่อแม่หมด พ่อกับแม่อีกไม่กี่ปีก็ 60 แล้วค่ะ ท่านไม่มีแรงทำอะไรมากแล้ว เพราะช่วงวัยทำงาน ท่านใช้ร่างกายทำงานหนักมากค่ะ ตอนนี้เลยได้แค่รับจ้างเล็กๆน้อยๆ เพราะไม่มีแรงแล้ว แกเป็นโรคหอบหืดด้วยน่ะค่ะ ร่างกายเลยไม่แข็งแรง. แม่รับจ้างก็ ได้เงินมาวันละ 50-60 บาท
ภาระทุกอย่างจึงตกที่เราค่ะ. เราพยายามบริหารเงินมาตลอด
เราเปิดบัตรทุกที่ที่เราเปิดได้. เพื่อปิดหนี้แม่ แต่มันก็ไม่พอ และเหลือล้านบาทเศษ จนตอนนี้ กู้ต่อไม่ได้แล้วค่ะ
ได้แต่บริหารเงินไปวันๆ. เรามีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนราวๆ 50,000 บาทค่ะ
เราต้องให้พ่อกับแม่ใช้ส่วนตัว และใช้หนี้รายวัน อาทิตย์ละประมาณ 5,000. ที่เหลือก็หนี้รายเดือนค่ะ
น้องสาวเรียนด้วย และรับทำงานเสริมเล็กๆน้อยๆ เท่าที่เค้าจะมีเวลาค่ะ น้องเป็นคนเดียวในครอบครัว ที่รู้เรื่องเราทุกอย่าง เค้าก็บอกให้รอเค้าจบ เค้าจะช่วยหาเงินเต็มตัว ทุกคนดีกับเราหมด. จนเราไม่อยากท้อ แต่มันก็ยากเหมือนกันนะคะ
เราเคยปรึกษาแม่ แม่ไม่สามารถช่วยอะไรเราได้.
เราเสียใจมาก ที่เห็นแม่ร้องไห้ แม่อยากช่วยเราค่ะ แต่แกทำได้เท่านั้น หารายได้ได้แค่วันละไม่ถึงร้อย
เวลาบอกพ่อ พ่อก็จะโทษตัวเอง ที่เป็นผู้นำครอบครัวไม่ได้ เราเลยไม่อยากบอกพ่อแม่เลยค่ะ
ตอนนี้ เงินเรากำลังจะตันทุกบัตรแล้ว
เราอยากหารายได้เพิ่มค่ะ. คิดว่าอยากออกจากงานราชการ ไปรับจ๊อบที่ทำอยู่เต็มตัว น่าจะได้เงินมากกว่านี้
แต่บ้านเราเป็นข้าราชการทั้งบ้านค่ะ ยกเว้นแม่ การลาออกจากราชการ เป็นอะไรที่พ่อคงเสียใจมาก เพราะแกอยากเห็นลูกทำงานราชการค่ะ แกมองว่ามันมั่นคง (แต่เราเป็นพนักงานราชการค่ะ) ที่บ้านเราเองก็วิกฤติการเงินเหมือนกัน หยิบยืมกันคงยากแล้ว
เราอยากหารายได้เพิ่มมากกว่าค่ะ. ทุกคนมีทางออกพอที่จะแนะนำเราได้มั้ยคะ
เราลองคำนวณดูจากทุกอย่าง รายรับคงไม่เพิ่มมากกว่านี้ แต่รายจ่ายจะเพิ่มจากการกดบัตร คาดว่า เดือนหน้า เราจะตันแล้วค่ะ
**เรากำลังจะหมดแรงสู้แล้วจิงๆค่ะ**
--ไม่รู้แม่ผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาได้ยังไง ลูก 2 คน สงสารแม่ค่ะ ไม่อยากให้แกต้องมาเห็นลูกทุกข์ แค่นี้แกก็ทุกข์มากพอแล้วค่ะ---
"ขออภัยด้วยนะคะ โพสต์แรก เขียนอาจจะวนๆ ขอบคุณทุกคนล่วงหน้านะคะที่อ่านเรื่องนี้จนจบ"