แผนกระตุ้นอสังหาฯของรัฐบาล เกือบดูดีแล้วเชียว แต่ยังดีไม่สุด

โดยเฉพาะส่วนของการนำ 20 เปอร์เซ็นต์ของราคาบ้านที่ไม่เกินสามล้านบาท  สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ถึง 5ปี


แต่มาล๊อกไว้ว่า  บุคคลที่ใช้สิทธิต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์มาก่อน   ซึ่งถ้ามาวิเคราะห์ดูแล้ว  มาตรการนี้กระตุ้นภาคอสังหาได้น้อยที่สุด  และกลุ่มเป้าหมายก็ได้รับประโยชน์น้อยมาก


กลุ่มคนที่จะไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์มาก่อน  ก็น่าจะเป็นกลุ่มคนที่เริ่มทำงานจนอายุสักอย่างน้อยสามสิบห้าปี ก็เริ่มจะคิดหาซื้อบ้านเป็นของตนเองกันแล้ว


ในอายุงานสิบปีนี้  เงินเดือนโดยเฉลี่ยคงไม่เกิน ห้าหมื่นบาท  เท่ากับว่า  ปีนึง เงินได้ที่จะนำมาคำนวณภาษีทั้งปี ก็อยู่ที่ หกแสนบาท


หากไม่นำค่าลดหย่อนมาคิดเลย  ปีนั้นทั้งปีจะเสียภาษี 42500 บาท  แต่ในความเป็นจริง มนุษย์เงินเดือนย่อมมีค่าลดหย่อนภาคบังคับอยู่แล้ว เสียภาษีจริงจึงไม่น่าถึง สามหมื่นบาทต่อปี


หากซื้อบ้านที่สามล้านบาท จะมียอดเงินหกแสน สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ นั่นคือ ทั้งปีไม่ต้องเสียภาษีเลย


แต่ความจริง  เราสามารถนำยอดดอกเบี้ยเงินกู้มาลดหย่อนได้ด้วย ซึ่งก็ประมาณ หกเปอร์เซ็นต์ หรือ แสนแปดหมื่นบาท


นั่นหมายความว่า  มาตรการข้อนี้  จะช่วยประหยัดเงินไปไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทต่อปีเท่านั้นเอง


แต่ถ้าหากรัฐบาลไม่มากำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสิทธิ  นั่นหมายความว่า  ใครก็ตามที่มีเงินเก็บเหลือใช้  และอยากซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ราคาถูกลงมาอีก 10-35 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับฐานภาษีของแต่ละคน


ซึ่งน่าจะตอบโจทย์เรื่องการกระตุ้นภาคอสังหาได้มากกว่า  ถึงจะสมกับเป็นยาแรงของจริง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่