รอดกันมาได้ยังไง .. ย้อนดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม ปี 54



        หากถึงประสิทธิภาพในการเตือนภัยล่วงหน้าของหน่วยงานภาครัฐที่ดูเหมือน มดขนไข่ยังจะแม่นยำกว่า กลายเป็นว่าประชาชนต้องพึ่งพาเพจดัง หมอดูพยากรณ์ แล้วก็ต้องอพยพขนทรัพย์สินหนีน้ำอย่างทุลักทุเลไม่ทันตั้งตัว  รถยนต์ฝ่าน้ำท่วมจมดับ ท่วมมิดคัน ได้แค่เอาชีวิตรอด ไม่ให้ถูกน้ำพัดก็นับว่าโชคดีแล้ว


        แม้คนไทยจะเคยมีบทเรียนราคาแพงจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาแล้ว ทำให้เศรษฐกิจพังพินาศมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท แต่ผ่านไป 15 ปี ดูเหมือนการเตรียมพร้อมรับมือ ไม่มีความคืบหน้าทันกับสถานการณ์ เพิ่มความทุกข์ความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซ้ำเติมผลกระทบจากวิกฤติโควิด และหวั่นวิตกเกรงว่าน้ำท่วมปี 2569 จะซ้ำรอยปี 2554 หรือไม่ (ถึงจะออกมาบอกว่า ไม่ใช่มหาอุทกภัยก็ตาม) เพราะครั้งนั้นกว่าเศรษฐกิจจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ต้องใช้เวลากว่าครึ่งปี หรือ 1 ปี และรัฐบาลขณะนั้นต้องใช้งบประมาณมหาศาลออกหลายมาตรการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน ให้สามารถเดินหน้าได้ต่อไป

ท่วม 54

     หลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2554 รัฐบาลไทย (ในยุคนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นฟูประเทศครอบคลุมหลายด้าน


1. การเยียวยาและฟื้นฟูประชาชน

• เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย จัดสรรเงินเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามระดับความเสียหาย
(เช่น กรณีน้ำท่วมขังเกินระยะเวลาที่กำหนด) ผ่านระเบียบของทางราชการ

• การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ระดมหน่วยงานทหารและหน่วยงานรัฐ เร่งซ่อมแซมถนน สะพาน ระบบประปา ไฟฟ้า และสถานที่ราชการที่เสียหาย


2. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อครั้งใหญ่

• โครงการรถยนต์คันแรก คืนภาษีสรรพสามิตให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
(สำหรับรถยนต์ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี)
ซึ่งช่วยกระตุ้นการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

• โครงการบ้านหลังแรก ออกมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์

• สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วม
ให้สามารถนำเงินไปซ่อมแซมเครื่องจักรและจ้างแรงงานกลับมาดำเนินกิจการต่อได้

• การลดหย่อนภาษีภาคธุรกิจ ผ่อนปรนและลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดาให้กับธุรกิจที่ได้รับความเสียหาย


3. แผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว

• จัดตั้งหน่วยงานและคณะกรรมการเฉพาะกิจ เช่น คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (บอท.)
และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือและวางแผนเชิงระบบ

• แผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เสนอแผนงานลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำครั้งใหญ่ของประเทศ เช่น
การสร้างฟลัดเวย์ (Floodway) และการปรับปรุงลำน้ำ
(แม้ในเวลาต่อมาแผนดังกล่าวจะไม่ได้ดำเนินการต่อตามรูปแบบเดิมทั้งหมด) .. คสช ล้ม เอางบไปให้ ทหารขุดลอกคลอง
โครงการแก้มลิง ก็หายไปเลย เพี้ยนฟ้าร้องเพี้ยนร้องไห้

บทเรียนมหาอุทกภัยปี 54 คืออะไร



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่