อาชีพไกด์ ในมุมมองของคุณที่ไม่ได้ทำอาชีพนี้ คุณคิดว่ามันคืออะไร????
ผมขอออกตัวก่อนว่า ผมทำงานเป็นไกด์ Domestic หรือไกด์ ในประเทศนำคนไทยเที่ยวในไทย มีทำ Outbound หรือ ต่างประเทศบ้าง แต่นำเฉพาะคนไทยไปเที่ยวเท่านั้น สายงาน Inbound หรือ นำชาวต่างชาติเที่ยวในประเทศ อันนี้ไม่เคย แต่ก็รู้มาบ้าง ทำงานมาปีนี้เข้าปีที่ 8 เป็นทั้งคนขายทัวร์ด้วย และรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่หลังจบงาน แล้วประสบความสำเร็จ ผมไม่วัดความประสบความสำเร็จจากตัวเลข แต่วัดจากความรู้สึกของคนที่ไปเที่ยว แล้วกลับมาอย่างมีความสุขโดยสังเกตจากสีหน้า เสียงหัวเราะในระหว่างการทำงาน สายตาที่โฟกัสมาที่เราทุกครั้งที่จับไมค์เล่าเรื่องเล่าต่างๆ อย่างตั้งใจ ด้วยสายตาที่อยากรู้ อยากเห็นในสิ่งที่เขากำลังจะเจอ
แต่สิ่งที่ผมจะมาเล่าในวันนี้คงไม่ใช่เรื่องการทำงานของไกด์ว่าทำกันยังไง เป็นแบบไหน แต่สิ่งที่จะเล่า และถามทุกคนที่ได้อ่านกระทู้นี้ คงเป็นเรื่องของมุมมองของคนที่ไม่ได้ทำงานไกด์ แต่เคยเห็นการทำงาน ได้สัมผัส หรือได้รู้ ได้เห็นมาว่าจริงๆ แล้วไกด์ในความคิดคุณมันคืออะไร???? คำถามถ้าตอบตามทฤษฎี คงง่าย หลายคนคงตอบจะตอบมาพร้อมๆ กัน ประมาณว่า "อาชีพไกด์ คือ อาชีพที่นำนักท่องเที่ยว ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ พร้อมให้ความรู้ เล่าเรื่องสถานที่นั้นๆ" แต่ถ้าให้คุณตอบใหม่อีกครั้งจากความรู้สึกจริงๆ สิ่งที่คุณอยากได้จากไกด์ ให้ไกด์ช่วยในเรื่องต่างๆ ผมเชื่อว่าคุณ คงตอบยาก ส่วนผมเองก็เริ่มลังเลที่จะตอบแทนลูกค้า จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่เขาเหล่านั้นชื่นชม เพราะวันนี้ผมได้มีโอกาสไปทานข้าวกับเพื่อนคนนึง ที่ผมได้รู้จักมากนาน จากแรกเริ่มเขาคือลูกค้าที่เคยเดินทางไปกับผม แล้วประทับใจเราจึงติดต่อกันเรื่อยมา
วันนี้เป็นบทสนทนาที่เราได้พูดถึงอาชีพไกด์ โดยเขาได้บอกว่าอยากให้น้องสาวมาลองทำงานด้วย โดยประโยคการสนสทนาเริ่มจากที่ น้องสาวเขานั้นไม่รู้ตัวเองว่าชอบอะไร อยากทำอะไร คงเป็นความกังวลที่พี่มีต่อน้อง น้องเขาเรียนอยู่ ม.4 เราเลยถามว่าชอบอะไร ดนตรีมั้ย วาดรูป กีฬา หรืออะไรที่วัยรุ่นวัยเขาชอบกัน น้องบอกเฉยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาบอก เขาบอกว่า "เขาชอบแทคแคร์คนอื่น เขาเราเล่า ชอบพูด ชอบเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง" ตัวพี่เขานั้นก็เสริมว่าน้องเขามีอุปนิสัยที่ทำงานไกด์ได้ เขาชอบงานไกด์ เราได้ยินก็ได้แต่นิ่ง เฉย เพราะคงตัดสินไม่ได้ หากน้องสาวเขาไม่ได้มาสัมผัสเอง เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเคยเจอ คือ น้องๆ ที่เรียนสายท่องเที่ยวนี้ หลายคนมักจะตอบว่า "ที่มาเรียนสายนี้ เพราะได้เที่ยว" แต่ก็มักไปไม่รอดเมื่อได้มาสัมผัสจริง งานนี้ มันหนักว่าที่หลายคนมองเห็น ทั้ง นอนดึกตื่นเช้า ทานข้าวไม่ตรงเวลาบ้าง บางวันที่จัดงานปาร์ตี้ให้ลูกค้าแทบไม่ได้ทานข้าว หมดพลังงานไปมากกับการเอนเตอร์เทนลูกค้า แต่คนที่ทำอาชีพนี้ ก็มีความสุข เมื่อได้เห็นลูกค้าได้สนุก มีความสุขกับสิ่งต่างๆ ที่เรามอบให้
ผมได้บอกพี่เขาไปว่า "ผมคงตอบไม่ได้หรอกนะ นอกจากน้องเขาจะได้มาสัมผัสเอง งานนี้มันหนักนะ"
สิ่งที่เพื่อนคนนี้ตอบผมมาคือ "ไม่หนักหรอก ไม่ลองก็ไม่รู้ ต้องให้โอกาสดู" เพื่อนผมยังบอกต่อว่า "งานไกด์นะคือคนนำทาง คือคนที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องไปให้ลูกค้าฟัง เขาเชื่อว่าน้องสาวเขาทำได้" ผมเลยบอกว่า "งานนี้หนักนะ อีกอย่าง อุปนิสัยของน้องสาวคุณเขาเป็นแบบนี้จริง ก็ไม่ใช่ว่าจะทำงานด้านนี้ได้ งานนี้คืองานบริการคนที่ต้องทำมากที่คุณบอก มันต้องดูแลรับผิดชอบชีวิตหลายๆ คนที่เขาพาไป"
เราถกเถียงกันหลายประโยค และสิ่งที่ผมได้ยินคือ "เขามีเพื่อนทำงานด้านนี้ เขาไม่เห็นต้องทำแบบผมเลย ไม่เห็นต้องไปยกกระเป๋าเลย งานคุณคืองานไกด์ ไม่เห็นต้องไปยกกระเป๋าให้ใครเลย แค่คุณขึ้นจับไมค์เล่าเรื่องต่างๆ นำเขาไปเที่ยวแค่นั้น ซึ่งน้องเขาทำได้แน่นอน"
ผมก็บอกว่า "ใช่ ตามหลักมันเป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่ผมทำ การไปช่วยยกกระเป๋า มันคือการดูแล การเทคแคร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วระหว่างกันทำงาน แต่ก็ใช่ว่าเราจะทำให้ทุกคน ไม่ใช่เราเลือก แต่เราอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ลำบาก พะรุง พรัง กับสัมภาระที่เยอะ คนที่ยกสัมภาระไม่ไหว เช่น ผู้สูงอายุ" ผมบอกเขาต่อว่า "ที่เพื่อนคนไม่ต้องยกกระเป๋า เพราะอาจทำงานไกด์สาย Inbound ชาวต่างชาติเขาไม่เรื่องมาก อีกอย่างเขาไม่ชอบให้มายุ่งกับกระเป๋าเขา แต่คนไทยมันเป็นอีกแบบ ยิ่งคนที่ขนสัมภาระมาเยอะๆ เราก็ควรที่จะช่วย"
พอผมพูดจบ ประโยคที่ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ที่มันแสดงถึงมุมมองที่เขาเองนั้นก็เคยเป็นลูกค้าผมมาก่อนคือ "ก็ไม่เห็นต้องไปยกนี้ งานไกด์ คือนำเที่ยวไม่ใช่ขี้ข้าใครนิ งานคุณนะงานไกด์ไทยพาไทยเที่ยวไกด์ ไกด์คือขี้ข้า ถ้าคุณไม่ต้องช่วยต้องทำ ก็ไม่ผิดนิด" ผมเลยบอกว่า "คุณคงเขาใจผิดแล้วแหละ สิ่งที่เราทำคือการ เอาใจใส่ลูกค้า การดูแล ยกตัวอย่างนะ ถ้าคุณเห็นลูกค้ายกสัมภาระมา พะรุงพรัง คุณเห็นจะไม่เข้าไปช่วยเหรอ ที่ผมทำเนี้ยคือการดูแล และอำนวยความสะดวก" พอผมพูดจบ สิ่งที่ตอกผมกลับมาอีกครั้งจนทำให้ผมเริ่มสงสัยจนอดตั้งกระทู้ขึ้นมาไม่ได้คือ เพื่อนผมบอกว่า "เอางี้ ตอนนี้เราคงเข้าใจอะไรไม่ตรงกัน สรุปว่า น้องสาวเราทำงานไม่ต้องเหนื่อย งานคือแค่นำเที่ยว เล่าเรื่องเราต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เอนเทอร์เทนลูกค้า พอ ไม่ต้องทำอะไรแบบนนั้น ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมาก" จบประโยคผมก็ไม่พูดอะไรออก แต่ในใจมันเกิดคำถามอย่างนึง คือ
"ในมุมมองที่เห็นคนที่ทำ อาชีพไกด์ ในมุมมองของเขานั้นมันคืออะไร จากความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่ทฤษฎี แต่เป็นสิ่งที่ได้รู้ได้เห็น ได้สัมผัสมา"
แล้วคุณล่ะ คิดว่า อาชีพไกด์จากความรู้สึกคุณคืออะไร????
ปล.ผมอาจจะเกริ่นมาไป น้ำเยอะไป แต่เชื่อเถอะ ถ้าคุณได้อ่าน คุณจะเข้าใจคำถาม ในสิ่งที่ผมจะสื่อ ไม่มากก็น้อย จากความรู้สึกของไกด์คนนึงที่อยากรู้ แต่ถึงแม้ว่า คำตอบของคุณจะออกมาในแง่ลบ แต่ผมก็ยังรักในอาชีพนี้เหมือนเดิม แค่ผมอยากรู้ในสิ่งที่ผมกำลังสงสัยเท่านั้นครับ
ขอบคุณครับ
อาชีพไกด์ ในมุมมองของคุณที่ไม่ได้ทำอาชีพนี้ คุณคิดว่ามันคืออะไร????
ผมขอออกตัวก่อนว่า ผมทำงานเป็นไกด์ Domestic หรือไกด์ ในประเทศนำคนไทยเที่ยวในไทย มีทำ Outbound หรือ ต่างประเทศบ้าง แต่นำเฉพาะคนไทยไปเที่ยวเท่านั้น สายงาน Inbound หรือ นำชาวต่างชาติเที่ยวในประเทศ อันนี้ไม่เคย แต่ก็รู้มาบ้าง ทำงานมาปีนี้เข้าปีที่ 8 เป็นทั้งคนขายทัวร์ด้วย และรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่หลังจบงาน แล้วประสบความสำเร็จ ผมไม่วัดความประสบความสำเร็จจากตัวเลข แต่วัดจากความรู้สึกของคนที่ไปเที่ยว แล้วกลับมาอย่างมีความสุขโดยสังเกตจากสีหน้า เสียงหัวเราะในระหว่างการทำงาน สายตาที่โฟกัสมาที่เราทุกครั้งที่จับไมค์เล่าเรื่องเล่าต่างๆ อย่างตั้งใจ ด้วยสายตาที่อยากรู้ อยากเห็นในสิ่งที่เขากำลังจะเจอ
แต่สิ่งที่ผมจะมาเล่าในวันนี้คงไม่ใช่เรื่องการทำงานของไกด์ว่าทำกันยังไง เป็นแบบไหน แต่สิ่งที่จะเล่า และถามทุกคนที่ได้อ่านกระทู้นี้ คงเป็นเรื่องของมุมมองของคนที่ไม่ได้ทำงานไกด์ แต่เคยเห็นการทำงาน ได้สัมผัส หรือได้รู้ ได้เห็นมาว่าจริงๆ แล้วไกด์ในความคิดคุณมันคืออะไร???? คำถามถ้าตอบตามทฤษฎี คงง่าย หลายคนคงตอบจะตอบมาพร้อมๆ กัน ประมาณว่า "อาชีพไกด์ คือ อาชีพที่นำนักท่องเที่ยว ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ พร้อมให้ความรู้ เล่าเรื่องสถานที่นั้นๆ" แต่ถ้าให้คุณตอบใหม่อีกครั้งจากความรู้สึกจริงๆ สิ่งที่คุณอยากได้จากไกด์ ให้ไกด์ช่วยในเรื่องต่างๆ ผมเชื่อว่าคุณ คงตอบยาก ส่วนผมเองก็เริ่มลังเลที่จะตอบแทนลูกค้า จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่เขาเหล่านั้นชื่นชม เพราะวันนี้ผมได้มีโอกาสไปทานข้าวกับเพื่อนคนนึง ที่ผมได้รู้จักมากนาน จากแรกเริ่มเขาคือลูกค้าที่เคยเดินทางไปกับผม แล้วประทับใจเราจึงติดต่อกันเรื่อยมา
วันนี้เป็นบทสนทนาที่เราได้พูดถึงอาชีพไกด์ โดยเขาได้บอกว่าอยากให้น้องสาวมาลองทำงานด้วย โดยประโยคการสนสทนาเริ่มจากที่ น้องสาวเขานั้นไม่รู้ตัวเองว่าชอบอะไร อยากทำอะไร คงเป็นความกังวลที่พี่มีต่อน้อง น้องเขาเรียนอยู่ ม.4 เราเลยถามว่าชอบอะไร ดนตรีมั้ย วาดรูป กีฬา หรืออะไรที่วัยรุ่นวัยเขาชอบกัน น้องบอกเฉยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาบอก เขาบอกว่า "เขาชอบแทคแคร์คนอื่น เขาเราเล่า ชอบพูด ชอบเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง" ตัวพี่เขานั้นก็เสริมว่าน้องเขามีอุปนิสัยที่ทำงานไกด์ได้ เขาชอบงานไกด์ เราได้ยินก็ได้แต่นิ่ง เฉย เพราะคงตัดสินไม่ได้ หากน้องสาวเขาไม่ได้มาสัมผัสเอง เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเคยเจอ คือ น้องๆ ที่เรียนสายท่องเที่ยวนี้ หลายคนมักจะตอบว่า "ที่มาเรียนสายนี้ เพราะได้เที่ยว" แต่ก็มักไปไม่รอดเมื่อได้มาสัมผัสจริง งานนี้ มันหนักว่าที่หลายคนมองเห็น ทั้ง นอนดึกตื่นเช้า ทานข้าวไม่ตรงเวลาบ้าง บางวันที่จัดงานปาร์ตี้ให้ลูกค้าแทบไม่ได้ทานข้าว หมดพลังงานไปมากกับการเอนเตอร์เทนลูกค้า แต่คนที่ทำอาชีพนี้ ก็มีความสุข เมื่อได้เห็นลูกค้าได้สนุก มีความสุขกับสิ่งต่างๆ ที่เรามอบให้
ผมได้บอกพี่เขาไปว่า "ผมคงตอบไม่ได้หรอกนะ นอกจากน้องเขาจะได้มาสัมผัสเอง งานนี้มันหนักนะ"
สิ่งที่เพื่อนคนนี้ตอบผมมาคือ "ไม่หนักหรอก ไม่ลองก็ไม่รู้ ต้องให้โอกาสดู" เพื่อนผมยังบอกต่อว่า "งานไกด์นะคือคนนำทาง คือคนที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องไปให้ลูกค้าฟัง เขาเชื่อว่าน้องสาวเขาทำได้" ผมเลยบอกว่า "งานนี้หนักนะ อีกอย่าง อุปนิสัยของน้องสาวคุณเขาเป็นแบบนี้จริง ก็ไม่ใช่ว่าจะทำงานด้านนี้ได้ งานนี้คืองานบริการคนที่ต้องทำมากที่คุณบอก มันต้องดูแลรับผิดชอบชีวิตหลายๆ คนที่เขาพาไป"
เราถกเถียงกันหลายประโยค และสิ่งที่ผมได้ยินคือ "เขามีเพื่อนทำงานด้านนี้ เขาไม่เห็นต้องทำแบบผมเลย ไม่เห็นต้องไปยกกระเป๋าเลย งานคุณคืองานไกด์ ไม่เห็นต้องไปยกกระเป๋าให้ใครเลย แค่คุณขึ้นจับไมค์เล่าเรื่องต่างๆ นำเขาไปเที่ยวแค่นั้น ซึ่งน้องเขาทำได้แน่นอน"
ผมก็บอกว่า "ใช่ ตามหลักมันเป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่ผมทำ การไปช่วยยกกระเป๋า มันคือการดูแล การเทคแคร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วระหว่างกันทำงาน แต่ก็ใช่ว่าเราจะทำให้ทุกคน ไม่ใช่เราเลือก แต่เราอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ลำบาก พะรุง พรัง กับสัมภาระที่เยอะ คนที่ยกสัมภาระไม่ไหว เช่น ผู้สูงอายุ" ผมบอกเขาต่อว่า "ที่เพื่อนคนไม่ต้องยกกระเป๋า เพราะอาจทำงานไกด์สาย Inbound ชาวต่างชาติเขาไม่เรื่องมาก อีกอย่างเขาไม่ชอบให้มายุ่งกับกระเป๋าเขา แต่คนไทยมันเป็นอีกแบบ ยิ่งคนที่ขนสัมภาระมาเยอะๆ เราก็ควรที่จะช่วย"
พอผมพูดจบ ประโยคที่ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ที่มันแสดงถึงมุมมองที่เขาเองนั้นก็เคยเป็นลูกค้าผมมาก่อนคือ "ก็ไม่เห็นต้องไปยกนี้ งานไกด์ คือนำเที่ยวไม่ใช่ขี้ข้าใครนิ งานคุณนะงานไกด์ไทยพาไทยเที่ยวไกด์ ไกด์คือขี้ข้า ถ้าคุณไม่ต้องช่วยต้องทำ ก็ไม่ผิดนิด" ผมเลยบอกว่า "คุณคงเขาใจผิดแล้วแหละ สิ่งที่เราทำคือการ เอาใจใส่ลูกค้า การดูแล ยกตัวอย่างนะ ถ้าคุณเห็นลูกค้ายกสัมภาระมา พะรุงพรัง คุณเห็นจะไม่เข้าไปช่วยเหรอ ที่ผมทำเนี้ยคือการดูแล และอำนวยความสะดวก" พอผมพูดจบ สิ่งที่ตอกผมกลับมาอีกครั้งจนทำให้ผมเริ่มสงสัยจนอดตั้งกระทู้ขึ้นมาไม่ได้คือ เพื่อนผมบอกว่า "เอางี้ ตอนนี้เราคงเข้าใจอะไรไม่ตรงกัน สรุปว่า น้องสาวเราทำงานไม่ต้องเหนื่อย งานคือแค่นำเที่ยว เล่าเรื่องเราต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เอนเทอร์เทนลูกค้า พอ ไม่ต้องทำอะไรแบบนนั้น ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมาก" จบประโยคผมก็ไม่พูดอะไรออก แต่ในใจมันเกิดคำถามอย่างนึง คือ
"ในมุมมองที่เห็นคนที่ทำ อาชีพไกด์ ในมุมมองของเขานั้นมันคืออะไร จากความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่ทฤษฎี แต่เป็นสิ่งที่ได้รู้ได้เห็น ได้สัมผัสมา"
แล้วคุณล่ะ คิดว่า อาชีพไกด์จากความรู้สึกคุณคืออะไร????
ปล.ผมอาจจะเกริ่นมาไป น้ำเยอะไป แต่เชื่อเถอะ ถ้าคุณได้อ่าน คุณจะเข้าใจคำถาม ในสิ่งที่ผมจะสื่อ ไม่มากก็น้อย จากความรู้สึกของไกด์คนนึงที่อยากรู้ แต่ถึงแม้ว่า คำตอบของคุณจะออกมาในแง่ลบ แต่ผมก็ยังรักในอาชีพนี้เหมือนเดิม แค่ผมอยากรู้ในสิ่งที่ผมกำลังสงสัยเท่านั้นครับ
ขอบคุณครับ