ใครเบื่อกรุงเทพฯเหมือนเราบ้างไหมคะ (มนุษย์เงินเดือนในกทม.)

สวัสดีค่ะ ตามหัวกระทู้อะค่ะ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงพีคของความเบื่อกทม.
และปัญหาต่างๆนาๆที่เราเจอตอนนี้ #จะด่าก็ได้แต่อย่าแรงมาก
คือเมือ่ก่อนเราเป็นคนไฮเปอร์มาก ทุกวันนี้ตรงกันข้ามเลยอะ นอยชีวิตสุดๆ

ประเด็นที่ 1- การเดินทาง
เราใช้เวลาเดินทางจากบ้านมาทำงาน ประมานเกือบสามชั่วโมงทุกวันค่ะ บ้านเราอยุ่แถวรังสิต ทำงานแถวเอกมัย
ขับรถค่ะ รถติดมากค่ะ แล้วยิ่งตอนนีเขาทุบสะพานทำรถไฟฟ้านี่นรกกินค่ะ ต้องตื่นเช้าขึ้นอีก ทั้งๆที่ปกติก็เช้ามากอยู่แล้ว บริษัทเราเข้างานเก้าโมงเช้า
เราต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า ถ้าเช้าวันจันทร์นี่ไม่ต้องสืบ เราต้องตื่นปุ่บแล้วหิ้วกระเป๋าขึ้นรถ ขับมาที่ฟิตเนสแล้วอาบน้ำที่ฟิตเนสเพื่อไปทำงาน
โชคยังดีที่ฟิตเนวเปิดเช้ามาก ถึงกระนั้นก็เหอะค่ะ  ออกจากบ้านตีห้าครึ่งถึงฟิตเนสเกือบเจ็ดโมง บางครั้งก็เจ็ดโมง
เราร็สึกชีวิตเรานอนน้อยลงทุกวันเพรามัวแต่ติดอยู่บนทางด่วน กลับไปถึงบ้านไม่ทันไรต้องตื่นอีกแล้ว กินข้าวเช้าบนรถไรงี้ เราว่ามันไม่ใช่วิถีที่ถูกที่ควร
เพื่อนเราบอกว่า "เมิงงงก็ขึ้นรถสาธารณะสิ" คือเราก็อยากจะใช้รถสาธารณะนะคะถ้ามันมีรถมาถึงบ้านเราอะ  (เราเลยไม่ค่อยยอากบ่นมากเพรามันกำลังสร้างอยู่ แต่กว่าจะเสร็จเราคงท้อใจไปก่อน) เราขับรถเพราะว่ามันเซฟเวลามากกว่าค่ะ นี่ขนาดเซฟมากกว่า
คือบางวันสติเรากระเจิงไปเลยสมงสมองไม่อยุ่กับตัวแล้ว ชับรถแล้วแบบเบลอมาก เราว่ามันอันตรายมากเลยนะคะ
มีหลายคนถามมาอีก ว่าทำไมไม่อยู่หอแถวที่ทำงาน  อือหืออ คือเอกมัยทองหล่อ ค่าที่พักประมาน 8000-30000 บาทค่ะ


ประเด็นที่ 2- เงิน
การขับรถมาทำงานของเรา เราคำนวนแล้ว คือค่าเเกสกับน้ำมันรวมกันต่อเดือนประมาน 5,000 บาท
ค่าทางด่วน ต่อเดือนประมาน 1,500 เป็นหกพันห้าร้อยบาทค่ะ
เราชอบอยู่บ้านเลยไม่ไปอยุ่หอ เพราะติดแม่กับน้อง และติดหมาที่บ้านมาก
คำนวนออกมาเป็นตัวเลขก็คิดว่าการอยุ่บ้านน่าจะมีเงินเหลือเก็บมากกว่า
แต่ป่าวเลย มันหมดไปกับค่าอาหารกลางวัน ที่เกือบจะตกมื้อละร้อย กินแบบ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อข้างทางก็แบบ มื้อละ 70 บาทแล้วอะ
เราพยายามไม่ใช้เงินเกินวันละ 100 บาท ซึ่งมันเกินทุกวันเลยค่ะ นี่เป็นแค่เบสิคคอสนะคะ
นี่ยังไม่รวมค่า unexpected cost ที่ต้องจ่ายแบบไม่คาดฝันอีกนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ค่ายาเวลาป่วย (เพิ่งโดนมาไปหาเภสัชปาเข้าไปเกือบ 500 แค่ยาตัวเดียว)  และ บลาบลาบลา

ประเด็นที่ 3-เวลา
ปกติเราเป็นคนรักการนอนมากๆค่ะ คือต้องนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ทุกวันนี้นอนหกชั่วโมงก็หรูแล้วอะ พอนอนไม่พอร่างกายมันก็ต่อต้านอีก กลายเป็นว่าทำงาไม่เต็มที่ยิ้มง่วงทั้งวัน แต่ตอนนี้ชินแล้วค่ะ นอนหกชั้วโมงมา 5เดือนแล้ว ฮือฮือฮือ
เราก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่อยากทำเลย เพราะพอวันเสาร์อาทิตย์เราก็ไม่อยากออกจากบ้านแล้วเพราะมันเหนื่อย และอยากนอนอย่างเดียว
ไม่มีเวลาที่จะทำงานอดิเรกใดๆที่เราเคยชอบทำเลย ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ไปมิวเซียม ทุกอย่างหมดไปกับอะไรก็ไม่รู้ ทุกวันนี้เราก็ยังไม่รู้

หมดทั้งเงิน ทั้งเวลา สุขภาพจิตย่ำแย่ ฝนตกอีก ยิ่งตกยิ่งนอยด์

ที่ผ่านมาข้างบนคือบ่น  จะเข้าสุ่จุดประสงค์หลักละ

คือเราเริ่มรู้สึกว่าเราอยากไปอยู่ ต่างจังหวัดดีไหม แต่คงไม่ใช่แบบบนดอยอะไรขนาดนั้นคือคิดว่าไปอยู่หัวเมืองใหญ่ๆ เช่นเชียงใหม่ ภูเก็ต
หางานในจังหวัดพวกนั้นแล้วทำสักปีสองปี อย่างน้อยเราอาจจะได้เก็บเงิน ไอเรื่องนี้อยากถามคนที่เข้ามาอ่านแล้วอยู่ ตจว ว่ามันดูเป็นไปได้บ้างไหมคะ หรือชีวิตหัวเมืองพวกนั้นก็ไม่ต่างจากกรุงเทพเท่าไหร่
คืองานหนักเราไม่เกี่ยงนะ แต่เราอยากทำอะไรแล้วสบายใจ แบบดึงสุขภาพจิตเราคืนมา

คืองานก่อนหน้านี้เราทำแถวชานเมืองก็ไม่ค่อยต้องเผชิญรถติดไรเท่าไหร่ ตอนที่คนเขาไปทำงานกันเราก็แบบขับรถวิ่งทางตรงข้ามกับพวกเรา
มีข้าวให้กินตอนเที่ยงในราคากันเอง 30-40 บาท เราก็เลยมีทั้งเวลานอน เวลาเล่น เวลาดูหนัง ไม่เสียเวลาบนรถนาน กลับมากินข้าวเย็นกับแม่ได้ แต่เราลาออกมาแล้วอะ ไม่ได้เสียดายที่ลาออกนะคะ  เพราะมันมีปัญหาภายในจริงๆ ให้กลับไปก็ไม่เอาแล้ววววว แต่การย้ายไป ตจว. ก็ต้องมีคอสเพิ่มมากขึ้นในเรื่องaccommodation อะค่ะ ก็เลยอยากถามว่ามีคนเคยมีปสก.แบบเราบ้างไหม ที่ตัดสินใจออกจากกทม.ไปอยู๋ต่างจังหวัด มารีวิวให้ฟังหน่อยยค่าาาาา

ปล.ถ้าเราไปอยู่ ตจว.แล้วลงตัว เราอาจจะพาแม่กับหมาไปอยู่ด้วยทีหลัง

อะไรทำนองนี้ขอความเห็นหน่อยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่