เมื่อทริปของฉัน สามวันสองคืน : งบไม่สน ที่พักไม่แคร์ ขอแค่ได้ทำตามใจ พร้อมเก็บกระเป๋าไป...กาญจนบุรี

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้อง มิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน เย้ยยย!! เล่นมุกกันตั้งแต่เริ่มกระทู้กันเลยทีเดียวเชียว
5555 จริงจังละค่ะ รีวิวครั้งนี้เป็นการรีวิวครั้งแรกของเรา ผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ข้อมูลอาจไม่ละเอียดมาก เพราะเป็นคนขี้ลืมแบบสุดๆ แต่ขอใส่ภาพแบบจัดเต็ม ถึงภาพจะไม่สวยมาก แต่ก็ตั้งใจถ่ายทุกภาพนร้า



"เมืองกาญสวยจัง!!" เราเห็นรีวิวจากในพันทิปรีวิวหนึ่ง ทำให้จุดประกายการเดินทางในครั้งนี้
รอช้าอยู่ใย...มีวันว่างทั้งที เก็บกระเป๋าสิคะ
ถามว่าเก็บกระเป๋ากี่วัน ได้วางแผนมั้ย ...ไม่คร้า
เก็บของคืนก่อนไปเนี่ยแหละ ยัดๆๆๆเสื้อผ้า เสิร์ชหารถตู้ไปสังขละแบบด่วนๆเลยจร้า
                          5 4 3 2 1......... ลุยโลด
เช้าวันที่ 10 กันยา ลืมตาดูโลก หืม!! ไม่ใช่สิ (จะตลกไปไหน ไม่มีคนฮาด้วยเยย) เราออกเดินทางไปขึ้นรถตู้สายใต้
      ค่ารถ 100 บาท นั่งรถประมาณ เกือบชั่วโมงครึ่ง ถึงอำเภอเมืองกาญ แล้วไปขึ้นรถตู้ต่อไปยังสังขละอีกรอบ ราคา 175 บาท
    คราวนี้นั่งกัน 3 ชั่วโมงยาวๆ กับทางที่สวยและโหดเบาๆ อยากถ่ายรูปมาให้ชมกันนะ แต่ทางไม่อำนวย ถ่ายมาภาพสั่นชัวร์คะ 555
     นั่งๆ นอนๆ จนครบ 3 ชั่วโมง เราก็มาถึงยังที่หมาย โดยสวัสดิภาพ ร่างกายครบ 32 อิอิ
  แต่มันไม่จบแค่นั้นคะท่านผู้ชม เรายังต้องนั่งวินมอเตอร์ไซต์เพื่อไปยังที่พัก ซึ่งเราได้จองที่สามประสบไว้
ราคาที่พักมีให้เลือกตามวิวเลยค่ะ อยากได้วิวสวยหน่อยก็ห้องบีคลี 1800 บาท วิวธรรมดาก็ 1500 บาท แต่ถ้านอนไม่สนวิวก็ 900 บาท
.....หึหึ หน้าแบบนี้ ทริปชิวๆแบบนี้ เราเลือก 900 สิครับท่าน 5555 ภายในห้องเหมือนกันทุกอย่างต่างแค่วิวเท่านั้น เลยขอประหยัดงบ เลือกห้อง 900 บาทก็พอ




ภาพนี้เป็นวิวจากร้านอาหารของที่พัก วิวสวยมากๆค่ะ มองออกไปจะเห็นสะพานมอญ และก็แม่น้ำด้วย



มองจากในร้านอาหาร วิวสวยคอนเฟิร์มเลย
ลงรูปรัวๆเลยนะ


ไม่คิดว่าเมืองไทยจะมีที่สวยๆแบบนี้อยู่ และเชื่อว่ายังมีอีกเยอะเลยค่ะ
   เลือกห้องพักแล้วก็เลยเข้าไปเก็บของ ชาร์ตแบตโทรศัพท์ รวมถึงแบตร่างกายของตัวเองด้วย ><
     ก่อนจะออกไปเก็บภาพแถวสะพาน
อ่อ!! ลืมบอกไปอย่างหนึ่งคะ ว่าพอมาถึงที่พักปุ๊บ ฝนก็ช่างเป็นใจกระหน่ำตกลงมากะว่าเล่นกันให้เปียกเลยทีเดียว
เราก็แอบกังวล กลัวว่าจะตกไม่ยอมหยุด ละออกไปเก็บภาพสะพานไม่ได้
แต่คุณฝนใจดี เพราะพอช่วงเย็นหน่อยก็เริ่มหยุด อากาศดีแบบสุดๆ ได้กลิ่นไอฝน เคล้ากับบรรยากาศริมแม่น้ำ เป็นอะไรที่สุดยอดมากค่ะ
เราเลยเตรียมกล้อง และออกจากที่พักอย่างด่วน กะว่าจะได้ภาพพระอาทิตย์ตกงามๆสักภาพ
......แต่ก็นะเมฆดันมากันอุ่นหนาฝาคลั่ง กะไม่ให้เห็นแม้แต่เงาพระอาทิตย์กันเลยที่เดียว
     ไม่เป็นไรเก็บภาพแนวครึ้มๆฝนบ้างก็ได้
พอเดินออกมาปุ๊บก็เจอพี่ที่ขับเรือจ้าง แนะนำให้นั่งเรือไปไหว้พระที่วัดวังก์วิเวการาม(หลวงพ่ออุตตมะ) และก็วัดมอญอีกสองวัด เราลืมชื่อ
ค่าเรือไปกลับ แค่ 400 บาท ซึ่งพี่คนขับเรือใช้กลยุทธ์การตลาดชักชวนจนเราตกลงไป


เรือที่นั่งเป็นแบบนี้คะ



นั่งเรือมาได้สักพักก็เห็นบรรยากาศบ้านเรือนริมน้ำ ขอบอกว่าอิจฉาคนแถวนี้จริงๆคะ
ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ชีวิตไม่ต้องเร่งรีบ สโลว์ไลฟ์กันไปยาวๆเลย





ลงรูปยาวๆเนอะ







  นั่งเรือรับลมกันสักพัก พี่คนขับเรือก็เล่าเกี่ยวกับประวัติของแม่น้ำ แล้วก็วัดต่างๆที่จมหายไปเมื่อหลายปีก่อน
....แล้วเราก็ได้เห็นวัดคะ

โผล่พ้นน้ำอยู่แค่นี้จริงๆ


มุมจากฝั่งที่เรือแล่นมาเทียบท่า ให้เราเข้าไปสักการะค่ะ ตรงที่เทียบท่าเรือมีที่ให้ทำบุญปล่อยปลาของชาวมอญด้วย


โคลสอัพสักเล็กน้อย


กองหินนี่เป้นความเชื่อว่า ถ้าต่อได้สูงก็จะอายุยืน ไกด์ตัวจิ๋วประจำท้องถิ่นได้กล่าวไว้ค่ะ
อ่อ!! ลืมบอกไปเลย ว่าพอเรือเทียบท่าแล้ว จะมีไกด์เด็กสองสามคน มาพาเราทัวร์และก็ไปไหว้พระกันค่ะ


ภาพถ่ายจากภายในโบสถ์ที่เราเข้าไปไหว้พระคะ


ก่อนกลับ แชะไว้สักหน่อย ปรับภาพให้มึดมนๆนิดๆ


พอเสร็จจากวัดแรกเราก็ไปอีกสองวัด แต่ไม่ได้เก็บภาพมาฝากนะค่ะ เพราะฝนเจ้าเก่าตกลงมาอีกแล้วครับท่าน เลยเก็บกล้องเข้ากระเป๋าไปโดยปริยาย
.
.
.
จนพอขึ้นเรือกลับ ฝนก็เริ่มเพลาลง เลยได้ฤกษ์หยิบกล้องอีกครั้ง

ขอลงรูปยาวๆอีกเช่นเคยนะค่ะ


เรือที่แล่นสวนกับเราตอบกลับค่ะ ภาพเบลอไปหน่อย กดไม่ทัน 555


.....ใกล้ถึงฝั่งแล้ว เห็นสะพานมอญอยู่ใกล้แค่เอื้อม


แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่