ก้าวที่สำคัญที่สุด คือ ก้าวออกจากบ้าน
และทุกครั้งที่เราก้าวออกจากบ้าน เรามักจะคาดหวังเสมอ ว่า.. .
การเดินทางแต่ละครั้งจะมอบอะไรให้กับเรา และครั้งนี้ก็เช่นกัน
เด็กคนนึงเดินทางเพื่อแสวงหาตัวเองไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็พบว่าที่ที่เหมาะสมกับตัวตนและจิตวิญญาณของเขาคือ ธรรมชาติ
ผมไม่รู้ว่าผมหลงไหลการเดินทางตัวคนเดียวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกทีผมก็ตกหลุมรักการเดินทางรูปแบบนี้ไปซะแล้ว
คงเป็นเพราะว่าเวลาที่ผมเดินทางคนเดียวผมรู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดแล้ว และ มันก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุดแล้ว
การเดินทางสอนให้ผมปรับตัวให้เข้ากับ ธรรมชาติ หลายครั้งที่ผมพาตัวเองไปอยู่กับป่า กับแม่น้ำ กับภูเขา กับสายลมแสงแดด และอยู่กับตัวเอง แต่พอได้ออกเดินทางเยอะขึ้น เราโตขึ้น มองเห็นโลกกว้างขึ้น สิ่งที่เข้ามาเติมเต็มทำให้การเดินทางแต่ละครั้งมีความหมายและน่าจดจำมากขึ้น คือ เรื่องราว วิถีชีวิต วัฒนธรรม ของคนท้องถิ่นที่เราได้เจอ ความเป็นเค้า รอยยิ้มของเค้า ความช่วยที่เราได้รับจากเค้า หรือ แม้แต่กระทั่ง เราถูกเค้าหลอก ถูกเค้าโกง แต่สำหรับผม ผมว่าเรื่องราวพวกนี้แหละที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าธรรมชาติ เรื่องราวพวกนี้แหละ ที่มาแต่งแต้มให้การเดินทางมีสีสันมากขึ้นด้วย
และครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมมีเวลาในมือไม่มาก ผมตั้งโจทย์ว่า อยากเห็นต้นไม้เขียวๆ ไอหมอกจางๆ วิถีชีวิต
วัฒนธรรม ที่แตกต่างออกไปจากบ้านเรา ผมมีเวลาแค่ 3 วัน 2 คืน และด้วยเวลาที่เรามีอยู่อย่างจำกัด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
"ถ้า เวลา คือ โอกาศที่เราจะได้ออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ชีวิตนี้เกิดมาทั้งทีมันต้องใช้ให้คุ้มสิ"
การเดินทางในครั้งนี้ผมจะพาไปสัมผัสบรรยากาศ ธรรมชาติที่โอบล้อม เมืองที่เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์อันน่าหลงไหล
กับวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นที่นี่ กับ ดินแดนแห่งนี้คับ "ปากเซ แขวง จำปาสัก สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เองคับ"
สามารถติดตามการเดินทางของผมได้ที่นี่นะคับ
แอดมาเป็นเพื่อนกัน เดินทางไปด้วยกัน แบ่งปันรูปกัน สลับกันกดไลท์ นะคับ ^^
ลิงค์ :
https://www.facebook.com/Mew.McCandless
[CR] หยิบกล้อง สะพายเป้ ไปใช้ชีวิตช้าๆที่ ปากเซ เมืองที่เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์อันน่าหลงไหล
และทุกครั้งที่เราก้าวออกจากบ้าน เรามักจะคาดหวังเสมอ ว่า.. .
การเดินทางแต่ละครั้งจะมอบอะไรให้กับเรา และครั้งนี้ก็เช่นกัน
เด็กคนนึงเดินทางเพื่อแสวงหาตัวเองไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็พบว่าที่ที่เหมาะสมกับตัวตนและจิตวิญญาณของเขาคือ ธรรมชาติ
ผมไม่รู้ว่าผมหลงไหลการเดินทางตัวคนเดียวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกทีผมก็ตกหลุมรักการเดินทางรูปแบบนี้ไปซะแล้ว
คงเป็นเพราะว่าเวลาที่ผมเดินทางคนเดียวผมรู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดแล้ว และ มันก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุดแล้ว
การเดินทางสอนให้ผมปรับตัวให้เข้ากับ ธรรมชาติ หลายครั้งที่ผมพาตัวเองไปอยู่กับป่า กับแม่น้ำ กับภูเขา กับสายลมแสงแดด และอยู่กับตัวเอง แต่พอได้ออกเดินทางเยอะขึ้น เราโตขึ้น มองเห็นโลกกว้างขึ้น สิ่งที่เข้ามาเติมเต็มทำให้การเดินทางแต่ละครั้งมีความหมายและน่าจดจำมากขึ้น คือ เรื่องราว วิถีชีวิต วัฒนธรรม ของคนท้องถิ่นที่เราได้เจอ ความเป็นเค้า รอยยิ้มของเค้า ความช่วยที่เราได้รับจากเค้า หรือ แม้แต่กระทั่ง เราถูกเค้าหลอก ถูกเค้าโกง แต่สำหรับผม ผมว่าเรื่องราวพวกนี้แหละที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าธรรมชาติ เรื่องราวพวกนี้แหละ ที่มาแต่งแต้มให้การเดินทางมีสีสันมากขึ้นด้วย
และครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมมีเวลาในมือไม่มาก ผมตั้งโจทย์ว่า อยากเห็นต้นไม้เขียวๆ ไอหมอกจางๆ วิถีชีวิต
วัฒนธรรม ที่แตกต่างออกไปจากบ้านเรา ผมมีเวลาแค่ 3 วัน 2 คืน และด้วยเวลาที่เรามีอยู่อย่างจำกัด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
"ถ้า เวลา คือ โอกาศที่เราจะได้ออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ชีวิตนี้เกิดมาทั้งทีมันต้องใช้ให้คุ้มสิ"
การเดินทางในครั้งนี้ผมจะพาไปสัมผัสบรรยากาศ ธรรมชาติที่โอบล้อม เมืองที่เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์อันน่าหลงไหล
กับวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นที่นี่ กับ ดินแดนแห่งนี้คับ "ปากเซ แขวง จำปาสัก สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เองคับ"
สามารถติดตามการเดินทางของผมได้ที่นี่นะคับ
แอดมาเป็นเพื่อนกัน เดินทางไปด้วยกัน แบ่งปันรูปกัน สลับกันกดไลท์ นะคับ ^^
ลิงค์ : https://www.facebook.com/Mew.McCandless
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น