
จังหวัดเลย 1 ในจังหวัดของภาคอีสานที่มีเสน่ห์ครบทุกสไตล์ ที่เรียกได้ว่าโดดเด่นทั้งเรื่องธรรมชาติ วัฒนธรรม และบรรยากาศสุดชิล เพราะไม่ว่าจะเป็นภูเขาสวย ๆ ทะเลหมอกสุดอลังการ อากาศที่เย็นสบาย และยังเต็มไปด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายและประเพณีท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ บอกเลยว่าใครได้มาเที่ยวจังหวัดเลยสักครั้ง จะไม่มีผิดหวังและต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน
ในการเที่ยวจังหวัดเลยครั้งนี้ ผมและเพื่อน ๆ ใช้เวลาเที่ยวทั้งหมด 4 วัน 3 คืน โดยการเดินทางไปและท่องเที่ยวทั่วจังหวัดเลยในครั้งนี้ พวกเราใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งบอกได้เลยว่าค่าน้ำมันค่อนข้างแพงมาก ณ ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตราคาน้ำมันจากผลกระทบของสงคราม แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหมผมบอกได้เลยว่าคุ้มมากเพราะคุณจะได้ทั้งประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมได้ชมวิวระหว่างทางที่สวยงามและได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกับเพื่อนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงใจใครอยากแวะถ่ายรูปที่ไหนก็สามารถแวะได้บอกเลยว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมแน่นอน
[DAY 1]
มาถึงเลยทั้งทีถ้าเราจะนึกถึงอะไรเป็นสิ่งแรก...?
ผีตาโขนนั้นเองงง
ซึ่งถ้าเราอยากรู้ความเป็นมาและประเภทของผีตาโขนก็ต้องไปที่ที่เป็นถิ่นกำเนิดผีตาโขนนั้นคือ

ทันทีที่ได้เดินเข้าไปในบริเวณวัด สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศของความเก่าแก่และมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นรอบๆวัดเต็มไปด้วยหน้ากากผีตาโขนสีสันสดใส รูปร่างแปลกตา บางอันดูน่ากลัว บางอันก็ดูขี้เล่นไม่น่ากลัว จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้พวกผมต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปแทบทุกมุม
หลังจากเดินชมบรรยากาศภายในวัดโพนชัยกันจนเต็มอิ่มแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อไปยังอีกหนึ่งสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดเลย นั่นก็คือ...
หลังจากออกจาก วัดโพนชัย พวกเราก็ไปต่อกันที่ วัดพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งคนเยอะมากตั้งแต่ทางเข้า เพราะมีทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านมากราบไหว้ขอพรกันตลอด มีเรื่องที่น่าสนใจคือที่นี่มีความเชื่อว่าห้ามใส่เสื้อสีแด
งขึ้นไปบริเวณองค์พระธาตุ แต่ทางวัดก็มีผ้าคลุมเตรียมไว้ให้สำหรับคนที่ใส่สีแดงมา ทำให้สามารถเข้าไปไหว้พระได้ปกติ
หลังจากออกมาจากวัดพระธาตุศรีสองรักที่เต็มไปด้วยผู้คน ก็มีวัดๆ หนึ่งที่ตั้งอยู่บนภูเขาและมีความโดดเด่นไม่เหมือนวัดไหนนั้นคือ...

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมืองมีบรรยากาศต่างจากที่ก่อนหน้าและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
[DAY 2]
วันที่สองของทริป พวกเราเริ่มต้นเช้าวันใหม่แบบชิล ๆ ด้วยการนั่งกินอาหารเช้าที่ >>>
บ้านเลขที่๑<<< ซึ่งคนที่พาพวกเรานั้นก็คือ “พี่นุช” พี่ผู้หญิงเสื้อแดงคนสวยของพวกเรานั่นเองซึ่งพี่นุชจะมาเป็นไกด์พาพวกเราเที่ยวชุมชนและทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน
เสร็จจากนั่งกินอาหารเช้าและพูดคุยกันแบบสบาย ๆ เสร็จ พี่นุชก็พาพวกเราเดินทางต่อไปยัง >>>
สวนสราวิช<<< ซึ่งเป็นสถานที่เรียนรู้เกี่ยวกับงานและกิจกรรมของชุมชนที่ช่วยสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่
ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบท้องถิ่นชาวบ้านที่มาช่วยดูแลกิจกรรมต่างๆที่จะทำในวันนี้ ทำให้พวกเราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของจังหวัดเลยที่ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนช่วยกันพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อสร้างรายได้และรักษาวิถีชีวิตของตัวเองเอาไว้ ซึ่งก็มีดังนี้
-กิจกรรมแรกคือการนำใบไม้มาแปรรูปเป็นจาน
-กิจกรรมต่อมาคือการทำถ่านดับกลิ่นจากผลไม้
-ส่วนกิจกรรมสุดท้ายคือการทำน้ำอ้อย
เสร็จจากทำกิจกรรมต่างๆ ที่สวนสราวิช พี่นุชก็พาพวกเราไปต่อที่>>>
อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมาน<<<เพื่อไปล่องแพพักผ่อนและกินข้าวกันแบบชิลๆ
หลังจากพักผ่อนและรับประทานอาหารกันที่อ่างน้ำหมานโป่งเบี้ยเสร็จก็ได้ส่งที่นุชกลับบ้าน จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อไปยัง>>>
เชียงคาน<<<เพื่อเข้าที่พักและเดินเล่นถนนคนเดินสำหรับคืนนี้

คนที่นี่เป็นกันเองสุดและได้กินของอร่อยๆหลายอย่างมากถึงจะมีราคาที่สูงหน่อยแต่ก็บอกได้เลยว่าคุ้มม อีกอย่างที่ผมชอบที่สุดคือเรื่องการจัดการขยะของที่นี่ที่แทบจะไม่เห็นขยะระหว่างทางเลย
[DAY 3]
เช้าวันต่อมาพวกเราตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปใส่บาตรที่ถนนคนเดินเชียงคานก่อนจะขึ้น>>>
ภูทอก<<<ไปดูทะเลหมอกซึ่งวิวสวยมากและอากาศดีสุดๆ

ก่อนออกจากเชียงคาน พวกเราก็แวะกินอาหารพื้นถิ่นอย่างข้าวเปียกและข้าวปุ้น เป็นการปิดท้ายเช้าที่ทั้งอิ่มและได้บรรยากาศแบบท้องถิ่นจริง
หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อไปงาน >>>
ประเพณีผีขนน้ำ<<<ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านชื่อดังของจังหวัดเลยบรรยากาศในงานสนุกมากมีทั้งการแต่งกายแปลกตาและผู้คนมาร่วมงานกันเยอะมาก

บอกเลยว่าแมคเลยมีSignatureที่ไม่เหมือนคาเฟ่ไหนถ้าอยากรู้ต้องลองเสร็จจากแมคเลยก็ไปพักที่นาแห้วเพื่อพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมวันพรุ่งนี้ก่อนกลับกทม.
[DAY 4]
วันสุดท้ายของการเที่ยวเลยในครั้งนี้ปิดท้ายด้วยการนั้งรถอีแต๋นขึ้นเขา>>>
ไร่ลุงนำ ภูค้อ<<<เพื่อชมวิวสวยๆในยามเช้า
[SR] คิดไม่ออกก็บอก"เลย"
จังหวัดเลย 1 ในจังหวัดของภาคอีสานที่มีเสน่ห์ครบทุกสไตล์ ที่เรียกได้ว่าโดดเด่นทั้งเรื่องธรรมชาติ วัฒนธรรม และบรรยากาศสุดชิล เพราะไม่ว่าจะเป็นภูเขาสวย ๆ ทะเลหมอกสุดอลังการ อากาศที่เย็นสบาย และยังเต็มไปด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายและประเพณีท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ บอกเลยว่าใครได้มาเที่ยวจังหวัดเลยสักครั้ง จะไม่มีผิดหวังและต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน
ในการเที่ยวจังหวัดเลยครั้งนี้ ผมและเพื่อน ๆ ใช้เวลาเที่ยวทั้งหมด 4 วัน 3 คืน โดยการเดินทางไปและท่องเที่ยวทั่วจังหวัดเลยในครั้งนี้ พวกเราใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งบอกได้เลยว่าค่าน้ำมันค่อนข้างแพงมาก ณ ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตราคาน้ำมันจากผลกระทบของสงคราม แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหมผมบอกได้เลยว่าคุ้มมากเพราะคุณจะได้ทั้งประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมได้ชมวิวระหว่างทางที่สวยงามและได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกับเพื่อนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงใจใครอยากแวะถ่ายรูปที่ไหนก็สามารถแวะได้บอกเลยว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมแน่นอน
[DAY 1]
ทันทีที่ได้เดินเข้าไปในบริเวณวัด สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศของความเก่าแก่และมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นรอบๆวัดเต็มไปด้วยหน้ากากผีตาโขนสีสันสดใส รูปร่างแปลกตา บางอันดูน่ากลัว บางอันก็ดูขี้เล่นไม่น่ากลัว จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้พวกผมต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปแทบทุกมุม
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมืองมีบรรยากาศต่างจากที่ก่อนหน้าและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
[DAY 2]
-กิจกรรมต่อมาคือการทำถ่านดับกลิ่นจากผลไม้
-ส่วนกิจกรรมสุดท้ายคือการทำน้ำอ้อย
คนที่นี่เป็นกันเองสุดและได้กินของอร่อยๆหลายอย่างมากถึงจะมีราคาที่สูงหน่อยแต่ก็บอกได้เลยว่าคุ้มม อีกอย่างที่ผมชอบที่สุดคือเรื่องการจัดการขยะของที่นี่ที่แทบจะไม่เห็นขยะระหว่างทางเลย
[DAY 3]
ก่อนออกจากเชียงคาน พวกเราก็แวะกินอาหารพื้นถิ่นอย่างข้าวเปียกและข้าวปุ้น เป็นการปิดท้ายเช้าที่ทั้งอิ่มและได้บรรยากาศแบบท้องถิ่นจริง
บอกเลยว่าแมคเลยมีSignatureที่ไม่เหมือนคาเฟ่ไหนถ้าอยากรู้ต้องลองเสร็จจากแมคเลยก็ไปพักที่นาแห้วเพื่อพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมวันพรุ่งนี้ก่อนกลับกทม.
[DAY 4]
วันสุดท้ายของการเที่ยวเลยในครั้งนี้ปิดท้ายด้วยการนั้งรถอีแต๋นขึ้นเขา>>>ไร่ลุงนำ ภูค้อ<<<เพื่อชมวิวสวยๆในยามเช้า
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้