จากใจเด็กหนุ่มที่มีความฝันเป็นนักแต่งเพลง...

...สวัสดีครับ ปกติผมเคยแต่ตั้งกระทู้สั้นๆวันนี้ตั้งกระทู้ยาว ถ้าผิดยังไงก็ขออภัยล่วงหน้าก่อนนะครับ
...โดยปกติตอนเด็กผมเป็นคนค่อนข้างพูดติดอ่าง ( แต่ปัจจุบันหายเกือบสนิทแล้ว ) ทำให้เป็นคนไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองและยากที่จะสื่อสารกับคนอื่นๆ ภาษาไทยวิชาแต่งกลอนเป็นอะไรที่ หูยยย ยากมาก ภาษาไทยนี่แทบตกกันเลยทีเดียว 555 ( คิดแล้วขำแต่งกลอนกวนครูด้วยมันยากเกิ๊น ) โดยนิสัยส่วนตัวจะเป็นคนค่อนข้างเซนซิทีฟกับความรู้สึกคนอื่นมาก เลยเข้าใจความรู้สึกของคนๆนั้น และคอยรับคำปรึกษาบ่อยพอสมควร

...จนผมเริ่มเรียน ม.ปลาย จำไม่ได้แล้วว่าเราชอบเขียนเพลงตั้งแต่ตอนไหน แต่จำความได้คือขีดๆเขียนๆลบๆกระดาษไปหลายร้อยหน้าแล้ว เพราะตอนนั้นไม่เชื่อว่าเพลงที่เพราะๆบางต้องอาศัยประสบการณ์ และความรู้สึก จนได้แต่งเพลงขึ้นมาเพลงนึงเพลงแรกของผมเลย ใส่สมุดโน๊ตเล็กๆประจำตัวผม  วันนั้นโดน อาจารย์วิชาพละหยิบไปบนโต๊ะไปอ่าน ต่อหน้าคนอีกหลายสิบคน ( ตอนนั้นเป็นเวลาพัก ) อายมากมาย คนอื่นๆก็ขำกัน ทำเอาหมดกำลังใจเลยว่าหน้าตาโหดเหี้ยมอย่างเรา มาแต่งเพลงได้ ผมนี่ขยำเพลงนั้นทิ้งเลยอายตัวเองมาก จนลุกขึ้นสู้มาแต่งเพลงเสร็จเพลงนึงคิดว่ามันโอเคละ เลยเอาให้เพื่อนฟังก็บอกโอเค ( ก็รู้สึกดีกริ่มๆ ) แต่มีเพื่อนคนนึงเค้าบอก "เพลงห่าไรเนี่ยไม่รู้เรื่อง" ตอนนั้นโลกหมุนเลย เฮ้ย!! มันแย่ขนาดนี้เลยหรอว่ะ ผมนี่เลิกแต่งเพลงไปเป็นนานเลย ตอนนั้นสับสนด้วยว่าแนวทางเพลงของตัวเองคืออะไร เราพยายามที่จะเป็นเหมือนคนนั้นคนนี้ แกะเนื้อร้องโน้นนี้เครียดยาวเลยหยุดดีกว่า

...เริ่มขึ้น ม.5 เริ่มแต่งทำนองขึ้นมาได้หน่อยนึงโดยยึดหลักความเป็นตัวเอง แต่ยังแต่งไม่จบ...เผอิญวันหนึ่งมีเพื่อนในห้องเดียวกันที่นั่งรถประจำประสบอุบัติเหตุเข้าห้อง ICU ทีแรกไม่รู้สึกอะไร แต่พอเห็นเพื่อนเท่านั้นและร้องไห้เลย แล้วสัญญากับมันว่าจะแต่งเพลงให้มัน และจำให้มันฟังตอนมันหาย แต่น่าเหลือเชื่อแต่งประมาณ สิบนาที ก็ได้เกือบเป็นเพลงแล้ว ตอนนั้นผมเลยเข้าใจว่า สิ่งที่เค้าบอกจริงๆคือ การแต่งเพลงต้องออกมาจากจิตใจจริงๆถึงจะเป็นตัวตนของเรา เลยมีความฝันว่า โตขึ้นเราจะเป็นนักแต่งเพลงให้ได้ เพราะรู้สึกดีใจที่มีคนรับรู้ถึงอารมณ์ที่เราถ่ายทอดไปให้ฟังแค่นั้นก็พอชีวิต...

...เริ่มขึ้น ม.6 เริ่มเขียนเพลงมากขึ้น เขียนแล้วลบๆ ทำซ้ำๆไปเรื่อยพยายามหาความเป็นตัวเอง จนเพลงแรกที่แต่งตอนเพื่อนโดนรถชนก็เสร็จ ให้เพื่อนในห้องเหมือนกันมาอัด ใส่หูฟังเก่าๆ เล่นกีต้าร์ไปด้วยร้องไปด้วย อัดหลายๆเทคค่อยตัดต่อใส่ทีเดียวเลย ไม่มีเครื่องมิกซ์ปรับซาวด์ใดๆเลย 555 ให้เพื่อนในห้องฟัง และเพื่อนที่โดนรถชน เพื่อนบอกโอเคมากมันก็ดีใจที่เราแต่งเพลงให้มัน ( รักษาตัวอีกประมาณ 2 ปีถึงหาย ตอนนี้หายดีปกติแล้ว ) เอาเพลงไปให้เพื่อนข้างห้องฟัง ก็เชียร์อยากให้ลง YOUTUBE เลยตัดสินใจเอาลง YOUTUBE เอาไปฝากตามบอร์ดต่างๆ ก็มีคนมาติชมเห็นความเห็นที่หลากหลายขึ้น ได้มาประมาณ 2000 วิว ( ปัจจุบัน ผ่านไป 4 ปี 2700+ วิวขึ้นมาหน่อยนึง 555 ) ตอนนั้นเราเริ่มพบตัวตนของเราที่ไม่จำเป็นต้องเดิมตามใคร ทำในสิ่งที่ตัวเองรักที่ชอบ เลยแต่งเพลงใหม่มาเรื่อยๆ อีกสองสามเพลง ที่เป็นตัวตนเองจริงๆ

...เริ่มขึ้นมหา'ลัย เวลาว่างน้อยลง สิ่งที่ชอบทำอย่างอื่นมากขึ้น เล่นบาส เล่นเกมส์ ควงปากกา ( เป็นช่วงที่เริ่มลองทำอย่างอื่นพิสูจน์ตัวเองว่าเราชอบการแต่งเพลงจริงๆหรอ ) ทำให้การแต่งเพลงน้อยลงแต่ไม่รู้ทำไมถึงทิ้งไม่ได้  เริ่มหัดแต่งเพลงจนเรียนจบปัจจุบันก็ยังฮัมเพลง,คิดเนื้อเพลงทุกครั้งที่ขับรถอยู่ เรื่อยๆ  และพอโตขึ้น เริ่มรู้เริ่มเห็นสภาพความเป็นจริงของวงการเพลง ตามกระทู้ตามบอร์ดต่างๆที่มีความเห็นไปทางเดียวกันกับเส้นทางนักแต่งเพลง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลยจริงๆ สิ่งที่ผมจำเป็นคติมาได้ถึงตอนนี้แต่จำไม่ได้ว่าคนในวงการเพลงท่านใดกล่าวไว้จับใจความประมาณว่า

"อาชีพมีอยู่ 2 อาชีพ คือ 1.อาชีพที่เลี้ยงชีวิต 2.อาชีพที่เลี้ยงจิตใจ"


...ปัจจุบันพึ่งจบ มาหมาดๆทำงานเป็น โปรแกรมเมอร์ ที่โรงงานแห่งหนึ่ง คืออาชีพที่เลี้ยงชีวิตคงเป็นอาชีพที่ทำเงินแล้วเราอยู่รอดได้สินะ ( โปรแกรมเมอร์ผมค่อนข้างชอบอยู่แล้วเลยคิดว่าคงมีหลักมีฐาน ณ ตอนนี้ ) แล้วอาชีพที่เลี้ยงจิตใจหล่ะ เมื่อสองสามวันที่แล้วผมยังสับสนตัวเองมากว่าผมชอบอะไรกันแน่ จนเปิดไปในกระทู้พันทิปเจอข้อความของท่านนึงบอกประมาณว่า "ถ้าเราทำอะไรแล้วไม่รู้สึกเหนื่อย สามารถทำได้เรื่อยๆ ทำได้ตลอดไป นั่นแหละคือตัวตนของเรา" เลยนึกย้อนไป เราควงปากกา มันก็ไม่ใช่ทาง เล่นบาสมันไม่ใช่เราเล่นออกกำลังกายก็พอหนิ วาดรูปชอบนะแต่วาดไม่เก่งเป็นตัวประหลาดไรก็ไม่รู้ จนมาถึงเขียนเพลงที่เราชอบมาตลอดตั้งแต่ ม.4 นี่ก็ 7 - 8 ปีแล้วทุกครั้งที่เราทำเราไม่เคยเหนื่อยไม่เคยท้อ เรากลับมีความสุขที่อยู่กับมัน มีกำลังใจในวันต่อไปที่จะเขียนเพลง แม้ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้แต่เขียนเพลงให้เพื่อนๆฟัง อาจไม่ได้เป็นเพลงเต็มแบบกิจจะ เห็นเพื่อนเซฟเพลงลงไปฟังในโทรศัพท์กันหลายคนก็เออหว่ะ นี่แหละคือสิ่งที่พบเลเรียกว่า อาชีพที่เลี้ยงจิตใจ เรามาตลอดแบบไม่รู้ตัวเลยจริงๆ

...สุดท้ายนี้ ที่ผมมาเล่า แม้ผมจะไม่ได้ประสบความสำเร็จมีคนฟังเป็นหมื่นเป็นแสน มีแค่กลุ่มเพื่อนๆน้องๆที่คอยให้กำลังใจ แต่ก็อาจเป็นกำลังใจแก่ใครบางคน ที่กำลังท้อเรื่องการแต่งเพลงอยู่ ถึงแม้ว่าเพลงของเราอาจจะไม่เพราะกับคนหลายคน แต่อาจจะเข้าไปอยู่ในใจของใครสักคนก็ได้ครับ หัวเราะ
ปล.ขออนุญาตแท็กห้องแต่งเรื่องสั้น และนิยายด้วยนะครับ เพราะเป็นแนวนักเขียนเหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่