พูดติดอ่าง แต่เรียนครูมันใช่เหรอ?

ก่อนอื่นอย่างเล่าให้ฟังก่อนว่า อาการติดอ่างเท่าที่ทราบชัดมันเกิดขึ้นตอนเรียน ม.4 พื้นฐานเป็นคนไม่กล้าแสดงออกยิ่งเมื่อโดนเพื่อนแกล้งเวลาพูดติดอ่างจะมีอาการที่หนักขึ้น มันทำให้ความมันใจลดลงไป เคยคิดเสมอว่าถ้าไม่ติดอ่างน่าจะมีความมั่นใจและมีโอกาสในการทำอะไรหลายๆอย่างได้มากกว่า การติดอ่างทำให้กลายเป็นคนหลบซ่อนในสังคมไปเลย ขนาดเวลาสั่งข้าวยังไม่กล้าเลย อยากกินอีกอย่าง แต่ต้องสั่งอีกอย่างเพราะไม่สามารถออกเสียงได้ คุณคิดดูนะครับว่ามันทรมานแค่ไหน เวลามีเรื่องอยากเล่าให้ใครฟังมันก็เหนื่อยที่ต้องพยายามพูดเพื่อไม่ให้ติดอ่าง ต้องใช้สมาธิชั้นสูงเลยแหละ ยิ่งไปกว่านั้นคือเลือกเรียนครู 555 เล่นใหญ่ทีเดียว ความคิดตอนนั้นอาจจะสุดโต่งไปหน่อยนะ ในหัวตอนนั้นคิดว่าถ้าได้พูดบ่อยๆอาจจะดีขึ้นมั้ง ก็ไม่มีอะไรเสียแล้วนิ ถึงเวลาออกมาจากกล่องมืดที่ปิดกั้นตัวเองมานาน เอาว่ะถ้าความคิดนี้ผิด ก็ขอผิดที่ได้ลงมือทำ ใช่คนเราแตกต่าง บางคนพร้อมสมบูรณ์แบบ แต่ตัวเราละ หน้าตาไม่ดียังติดอ่างอีก แต่ก็หาได้แคร์ไม่ บนโลกไม่มีที่ว่างให้คนขี้แพ้นี้คือเรื่องจริง กว่าจะสร้างความมั่นใจขึ้นมาได้ไม่ง่ายเลย เสียน้ำตาไปเท่าไหร่จนมานั่งนึกว่าร้องให้ตายก็ไม่มีทางหายถ้าเราไม่หาทางแก้ ก็ค้นหาข้อมูลมาเรื่องๆ พบว่าอาการพูดติดอ่างเกิดมาจากกรรมพันธุ์ได้ด้วยก็สังเกตดูก็ในญาติก็มีพูดติดอ่าง เอาละก็ไม่ใช่มีเราคนเดียว ลืมเล่าระหว่างเรียนออกพรีเซนต์น้อยมาก และพยายามสร้างคาแรคเตอร์ตัวเองให้พรีเซนต์แนวตลกเพื่อกลบอาการ ก็โอเคเป็นที่ชื่นชอบ ประมาณวาแค่ออกไปก็ฮาแล้ว วิธีรักษาอาการพูดติดอ่างคือ เริ่มจาก youtube เปิดดูไปเรื่อยๆ เจอครูโอ๋ ครูเขาบอกว่าถ้าติดอ่างให้หยุดแล้วค่อยพูดใหม่ ก็นำมาใช้ได้นะ แต่ไม่ได้ทุกครั้ง ไปเจอว่าต้องพูดให้ช้าลง ฝึกๆไปเรื่อยๆก็ไม่หาย จนอ่านไปเรื่อยๆ จนคิดว่าโรงพยาบาลน่าจะมีการช่วยได้มั้ง แต่ก็ไปที่คลินิกฝึกพูดหมอก็บอกอาการของเราคือเสมือนคนพูดติดอ่าง จะดูไม่ออก แต่หมอ พอมันจัติดนี้ติดรัวๆเลยนะ ตอนนั้นเครียดมากจนต้องพบจิตแพทย์ ก็ได้ยาคลายกังวลมากิน ไม่ได้รู้สึกหรอกนะว่าคลายตรงไหน หมอนัดดูอาการอีกเดือนหลังฝึกสอน คาบแรกอย่างสั่นเหงือไหลเสื้อเปียกอ่าพูเลย แต่อยู่บนเวทีแค่ให้หมดคาบพอค่อยเริ่มใหม่ ก็สอนไปเรื่อยๆ จนรู้เองว่าเราต้องจับจังหวะการพูด ผ่อนคลายก่อนพูด ถ้ากลัวว่าจะล้มหาแบบฝึกหัดมาครับแล้วทำพร้อมกับนักเรียน พบเรื่องจริงว่าถ้าอ่านหนังสือจากเอกสารและทำไปพร้อมๆกันไม่มีใครพูดติดอ่างหรอก คนเป็นครูที่ติดอ่างเหนื่อยกว่าคนปกติหน่อยนะ แต่มีความสุขดีที่ได้หากิจกรรมแทนการสอนแบบพูดอธิบาย หลังๆพูดน้อยมากอธิบายแค่กิจกรรมกับสรุปผล กระบวนการหาความรู้ยกให้นักเรียนทำเอง มีเพลง มีการเรียนจากประสบการณ์จริงใส่คำถามให้นักเรียนสงสัยแล้วถาม นี้ถ้าไม่ฝึกสอนก็คงไม่รู้เลยว่าเราค้นพบวิธีการช่วยเหลือคนประเภทเดียวกันคืออาการพูดติดอ่าง คิดว่าคงช่วยได้ในระดับหนึ่ง ปัจจุบันก็ยังพูดติดอ่างนะ เหนื่อยมากๆด้วย แต่เรายังต้องอยู่บนโลกต่อไปใช่ไหมก็ต้องฝึกเทคนิคไปเรื่อยๆ เรียนรู้ด้วยตัวเอง อยากบอกคนพูดติดอ่างว่าอย่าลืมให้กำลังใจตัวเอง และอยู่ร่วมกับมันให้ได้มั่นจะไม่ไปจากเราเราก็ปรับตัวอยู่กับมัน ก็ไม่แตกต่างอะไรกับคนปกติทั่วไป ก็หาแฟนได้ หัวเราะให้กับความผิดปกติส่ะ เราจะเป็นเพื่อนกับเธอนะอาการพูดติดอ่าง
**************************
สรุปวิธีที่เพื่อทำให้อาการติดอ่างดีขึ้น
1. ให้กำลังใจตัวเอง
2. จับจังหวะการพูด
3. พยายามพูดให้เสียงฟังชัดเพราะถ้ารอบสองไม่ติดอ่างรอบสองไม่แน่
4. หัดพูดหน้ากระจก
5. ข้อมูลในหัวต้องแน่นเพราะเราต้องดัดแปลงคำพูดตลอดเวลา คำที่พูดอาจต้องเลี่ยงไปใช้อีกคำ
ุ6. คำไหนติดบ่อยๆก็หัด
7.ถ้าจะพูดติดอ่างให้หยุดพูด หาจังหวะดีๆแล้วพูด

ปล. เหนื่อยหน่อยนะแต่ขอให้สู้เพื่อตัวเอง อย่าคิดฆ่าตัวตายอย่าโทษฟ้าดิน คุณเป็นคนปกติที่สวรรค์สร้างมาเพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ลองนึกดูถ้ามีคนหาวิธีต่างๆมาแชร์กัน เราจะช่วยเหลือใครต่อให้ได้กี่คนมันจะเป็นบุญใหญ่แค่ไหน ช่วยกันแบ่งปันวิธีช่วยเหลือคนพูดติดอ่างนะ สอบบรรจุได้ค่อยมาเล่าอีก
สู้นะ คุณทำได้ ให้กำลังใจนะอมยิ้ม36อมยิ้ม36

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่