ผมเลยตอบเขาไปว่า ประเทศไทยนั้นมีเรื่องหมักหมมกันมานาน หลายเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไข ส่วนอีกหลายเรื่อง รัฐบาลที่มาจากคนส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
ดังนั้นการปฏิรูปจึงจำเป็นต้องทำ และต้องเป็นการปฏิรูปโดยพวกคนดีเท่านั้น ประเทศไทยจึงจะสามารถมั่งคง มั่นคั่งและยั่งยืนได้ตามแผนไงครับ
และอย่างที่บอก ปัญหาที่หมักหมมกันมานาน จะมาใช้เวลาปฏิรูปแค่ปีสองปีคงไม่ได้ ก็อย่างที่เห็น ปีแรก ต้องปล่อยให้กลุ่มคนดีทะเลาะกันให้เบ็ดเสร็จ เพื่อจะได้ข้อมูลที่ตกสะเก็ด แล้วปีต่อๆมา ปล่อยให้สะเก็ดหลุดล่อนไปเอง (แบบว่าช่วงนี้ห้ามแกะเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเลือดตกซิกๆแน่) แล้วก็จะได้แก่นของเนื้อหา ค่อยนำมาปฏิรูปไห้เป็นรูปธรรม
ดังนั้นการปฏิรูปให้ครบวงจร ปฏิรูปให้สำเร็จในทุกปัญหา จึงต้องใช้เวลานานหลายปี เรื่องอย่างนี้จะใจร้อนไม่ได้เป็นอันขาด
แต่ถึงแม้การปฏิรูปยังไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม ถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะปฏิรูปในรูปแบบไหน และก็ไม่รู้ว่าปฏิรูปแล้วจะดีหรือแย่กว่าเดิมหรือไม่ แต่ที่พอบอกได้ในเรื่องที่เราจะได้อะไรกับการปฏิรูปครับ
เราจะได้ สนช. และ สปช. ที่ยอมเสียสละเข้ามาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาของประเทศ โดยไม่หวังผลตอบแทน นอกจากเงินเดือนจากภาษีพวกเราต่อไปอีกหลายปี
เราจะได้สภาขับเคลื่อนประเทศ สมัชชาคุณธรรม ที่คอยกำกับดูแลการทำงานของรัฐบาลที่มาจากพวกนักการเมืองชั่วร้ายทั้งหลาย โดยกลุ่มคนดีที่แปลงร่างมาจาก สนช.และ สปช.ที่ยอมเสียสละอย่างไม่รู้จักเหน็ดจากเหนื่อย
เรายังได้กลุ่ม สว.ที่มาจากการลากตั้ง ที่ล้วนแต่เป็นพวกคนดี ดังนั้นจึงควรมีอำนาจให้มากกว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่โง่เขลา
เรายังจะได้รัฐธรรมนูญ ที่สามารถทำให้พรรคการเมืองที่ชนะซ้ำซากจากการเลือกตั้งโดยประชาชนที่ด้อยทั้งการศึกษา ด้อยทั้งคุณภาพ แถมยังไม่รู้จักประชาธิปไตยดีพอ ได้รู้จักพ่ายแพ้เสียบ้าง
เราก็ยังได้รัฐธรรมนูญ ที่อาจทำให้พรรคการเมืองที่ไม่สนใจว่าจะบริหารได้หรือไม่ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ขอให้ได้เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งสักครั้งหนึ่ง แค่นี้ก็พอใจแล้ว แบบว่ามันไส้แห้งมานานแล้ว
เรายังจะได้นักการเมืองที่ไม่จำเป็นต้องมีนโยบาย ไม่จำเป็นต้องหาเสียง และไม่ต้องมีประชานิยมให้ประเทศต้องล้มละลายอีก
เรายังจะได้เป็นประเทศที่ได้เทียร์สูงสุด เป็นประเทศเดียวในอาเซี่ยนต่อไปอีกปี
เรายังอาจได้ใบแดงจากไอเคโอเป็นลำดับต่อไป
เรายังมีองค์กรสิทธิฯที่อาจได้เลื่อนชั้นจากเกรดเอมาเป็นเกรดบีได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เรายังจะมีมูลนิธิมวลมหาประชาชนมาคอยกำหนดทิศทางของประเทศแทนคนทั้งชาติอีกต่างหาก
และข้อสำคัญต่อไปนี้ประเทศไทยจะได้สงบเสียที ปราศจากม็อบมาสร้างความรำคาญ เพราะพวกคุมอำนาจล้วนแต่เป็นพวกเดียวกันแล้ว องค์กรอิสระต่างๆก็ไม่ต้องทำงานหนัก ถ้ามีใครยื่นฟ้อง แค่ดองหรือปล่อยให้หมดอายุความ ก็สิ้นเรื่อง ไม่ต้องรับลูกไปรับลูกมาเหมือนเช่นในอดีต
เพื่อนผมได้ฟังคำอธิบายของผมแล้ว ก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆด้วยสีหน้าบ๊องแบ๊วน่าดู ไม่รู้เขาจะเข้าใจหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้สิครับ
เพื่อนผมถามว่า ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แล้วเราจะได้อะไร-----------ทวดเอง
ดังนั้นการปฏิรูปจึงจำเป็นต้องทำ และต้องเป็นการปฏิรูปโดยพวกคนดีเท่านั้น ประเทศไทยจึงจะสามารถมั่งคง มั่นคั่งและยั่งยืนได้ตามแผนไงครับ
และอย่างที่บอก ปัญหาที่หมักหมมกันมานาน จะมาใช้เวลาปฏิรูปแค่ปีสองปีคงไม่ได้ ก็อย่างที่เห็น ปีแรก ต้องปล่อยให้กลุ่มคนดีทะเลาะกันให้เบ็ดเสร็จ เพื่อจะได้ข้อมูลที่ตกสะเก็ด แล้วปีต่อๆมา ปล่อยให้สะเก็ดหลุดล่อนไปเอง (แบบว่าช่วงนี้ห้ามแกะเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเลือดตกซิกๆแน่) แล้วก็จะได้แก่นของเนื้อหา ค่อยนำมาปฏิรูปไห้เป็นรูปธรรม
ดังนั้นการปฏิรูปให้ครบวงจร ปฏิรูปให้สำเร็จในทุกปัญหา จึงต้องใช้เวลานานหลายปี เรื่องอย่างนี้จะใจร้อนไม่ได้เป็นอันขาด
แต่ถึงแม้การปฏิรูปยังไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม ถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะปฏิรูปในรูปแบบไหน และก็ไม่รู้ว่าปฏิรูปแล้วจะดีหรือแย่กว่าเดิมหรือไม่ แต่ที่พอบอกได้ในเรื่องที่เราจะได้อะไรกับการปฏิรูปครับ
เราจะได้ สนช. และ สปช. ที่ยอมเสียสละเข้ามาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาของประเทศ โดยไม่หวังผลตอบแทน นอกจากเงินเดือนจากภาษีพวกเราต่อไปอีกหลายปี
เราจะได้สภาขับเคลื่อนประเทศ สมัชชาคุณธรรม ที่คอยกำกับดูแลการทำงานของรัฐบาลที่มาจากพวกนักการเมืองชั่วร้ายทั้งหลาย โดยกลุ่มคนดีที่แปลงร่างมาจาก สนช.และ สปช.ที่ยอมเสียสละอย่างไม่รู้จักเหน็ดจากเหนื่อย
เรายังได้กลุ่ม สว.ที่มาจากการลากตั้ง ที่ล้วนแต่เป็นพวกคนดี ดังนั้นจึงควรมีอำนาจให้มากกว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่โง่เขลา
เรายังจะได้รัฐธรรมนูญ ที่สามารถทำให้พรรคการเมืองที่ชนะซ้ำซากจากการเลือกตั้งโดยประชาชนที่ด้อยทั้งการศึกษา ด้อยทั้งคุณภาพ แถมยังไม่รู้จักประชาธิปไตยดีพอ ได้รู้จักพ่ายแพ้เสียบ้าง
เราก็ยังได้รัฐธรรมนูญ ที่อาจทำให้พรรคการเมืองที่ไม่สนใจว่าจะบริหารได้หรือไม่ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ขอให้ได้เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งสักครั้งหนึ่ง แค่นี้ก็พอใจแล้ว แบบว่ามันไส้แห้งมานานแล้ว
เรายังจะได้นักการเมืองที่ไม่จำเป็นต้องมีนโยบาย ไม่จำเป็นต้องหาเสียง และไม่ต้องมีประชานิยมให้ประเทศต้องล้มละลายอีก
เรายังจะได้เป็นประเทศที่ได้เทียร์สูงสุด เป็นประเทศเดียวในอาเซี่ยนต่อไปอีกปี
เรายังอาจได้ใบแดงจากไอเคโอเป็นลำดับต่อไป
เรายังมีองค์กรสิทธิฯที่อาจได้เลื่อนชั้นจากเกรดเอมาเป็นเกรดบีได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เรายังจะมีมูลนิธิมวลมหาประชาชนมาคอยกำหนดทิศทางของประเทศแทนคนทั้งชาติอีกต่างหาก
และข้อสำคัญต่อไปนี้ประเทศไทยจะได้สงบเสียที ปราศจากม็อบมาสร้างความรำคาญ เพราะพวกคุมอำนาจล้วนแต่เป็นพวกเดียวกันแล้ว องค์กรอิสระต่างๆก็ไม่ต้องทำงานหนัก ถ้ามีใครยื่นฟ้อง แค่ดองหรือปล่อยให้หมดอายุความ ก็สิ้นเรื่อง ไม่ต้องรับลูกไปรับลูกมาเหมือนเช่นในอดีต
เพื่อนผมได้ฟังคำอธิบายของผมแล้ว ก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆด้วยสีหน้าบ๊องแบ๊วน่าดู ไม่รู้เขาจะเข้าใจหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้สิครับ