อดีตส.ส.ฝั่งเพื่อไทยออกมาโวยวายร่างรัฐธรรมนูญ ล่าสุดที่ห้ามผู้ที่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งลงสมัครส.ส.ตลอดชีวิต
ว่าเป็นจงใจกำจัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกจากเวทีการเมือง
พูดให้ชัดเจนลงไป คือฝ่ายพรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่ามีความจงใจที่จะกำจัด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ออกจากการเมือง เพราะ “ยิ่งลักษณ์” เพิ่งโดนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในข้อหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบในโครงการรับจำนำข้าว
ความจริงกติกาที่ว่า “ห้ามผู้เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งลงสมัคร ส.ส.” ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องนี้เคยถูกบัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ 2550 และรัฐธรรมนูญ 2540 เพียงแต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะเห็นว่าเหตุใดฝั่งพรรคเพื่อไทยจึงบอกว่านี่คือการจงใจเล่นงานฝ่ายเขา
มาตราที่กำหนดเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามในการสมัคร ส.ส.เรื่องการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับก่อนหน้าเป็นดังนี้
-รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 102 (14) เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
-รัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 109 (14) เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งและยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่วุฒิสภามีมติจนถึงวันเลือกตั้ง
หากไม่นับเรื่องถูกห้ามตลอดชีวิต (ปี 2550) กับถูกห้ามเพียง 5 ปี (ปี 2540) รัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับกำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นการถอดถอนโดย “วุฒิสภา”
ส่วนร่างรัฐธรรมนูญ 2558 กำหนดเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 111(15) เพียงว่า "เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือถูกตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในการดำรงตำแหน่งอื่น" ไม่ได้ระบุว่าเป็นการถอดถอนโดย “วุฒิสภา” ทั้งนี้จะมีการกำหนดเหตุในการถอดถอนไว้ด้วยคือ เพราะมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อทุจริตในหน้าที่ ส่อกระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ ส่อกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
ย้อนกลับไปก่อนที่ สนช.จะลงมติถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” เรื่องนี้เป็นประเด็นมาตั้งแต่ต้นว่า สนช.มีอำนาจถอดถอนหรือไม่ แม้เมื่อตีความตามตัวบทกฎหมายก็ต้องถือว่ามีอำนาจ เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนฯ วุฒิสภา และรัฐสภา แต่ก็มีคำถามตั้งแต่ตอนนั้นว่า เป็นขบวนการเพื่อไม่ให้ “ยิ่งลักษณ์” กลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่
เมื่อชัดเจนว่าคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องนี้ไว้แน่ๆ และคลอบคลุมถึง “ยิ่งลักษณ์” ด้วยแน่นอน จึงไม่แปลกที่ฝ่ายเพื่อไทยจะออกมาโวย
เพราะมันหมายถึงตัวหลักใน “ตระกูลชินวัตร” จะกลับมาเล่นการเมืองไม่ได้แล้ว 2 คน หลังจากที่ “พี่ชาย” กลับมาไม่ได้แล้ว เนื่องจากเคยถูกศาลสั่งยึดทรัพย์เพราะร่ำรวยผิดปกติ 4.6 หมื่นล้านตั้งแต่เมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามอย่างหนึ่งในการลงสมัคร ส.ส. และดำรงตำแหน่ง(นายก)รัฐมนตรี คราวนี้ก็เป็นคิว “น้องสาว” !!
ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ
อดีตส.ส.ฝั่งเพื่อไทยออกมาโวยวายร่างรัฐธรรมนูญ ล่าสุดที่ห้ามผู้ที่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งลงสมัครส.ส.ตลอดชีวิต
ว่าเป็นจงใจกำจัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกจากเวทีการเมือง
พูดให้ชัดเจนลงไป คือฝ่ายพรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่ามีความจงใจที่จะกำจัด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ออกจากการเมือง เพราะ “ยิ่งลักษณ์” เพิ่งโดนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในข้อหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบในโครงการรับจำนำข้าว
ความจริงกติกาที่ว่า “ห้ามผู้เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งลงสมัคร ส.ส.” ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องนี้เคยถูกบัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ 2550 และรัฐธรรมนูญ 2540 เพียงแต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะเห็นว่าเหตุใดฝั่งพรรคเพื่อไทยจึงบอกว่านี่คือการจงใจเล่นงานฝ่ายเขา
มาตราที่กำหนดเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามในการสมัคร ส.ส.เรื่องการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับก่อนหน้าเป็นดังนี้
-รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 102 (14) เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
-รัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 109 (14) เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งและยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่วุฒิสภามีมติจนถึงวันเลือกตั้ง
หากไม่นับเรื่องถูกห้ามตลอดชีวิต (ปี 2550) กับถูกห้ามเพียง 5 ปี (ปี 2540) รัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับกำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นการถอดถอนโดย “วุฒิสภา”
ส่วนร่างรัฐธรรมนูญ 2558 กำหนดเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 111(15) เพียงว่า "เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือถูกตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในการดำรงตำแหน่งอื่น" ไม่ได้ระบุว่าเป็นการถอดถอนโดย “วุฒิสภา” ทั้งนี้จะมีการกำหนดเหตุในการถอดถอนไว้ด้วยคือ เพราะมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อทุจริตในหน้าที่ ส่อกระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ ส่อกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
ย้อนกลับไปก่อนที่ สนช.จะลงมติถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” เรื่องนี้เป็นประเด็นมาตั้งแต่ต้นว่า สนช.มีอำนาจถอดถอนหรือไม่ แม้เมื่อตีความตามตัวบทกฎหมายก็ต้องถือว่ามีอำนาจ เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนฯ วุฒิสภา และรัฐสภา แต่ก็มีคำถามตั้งแต่ตอนนั้นว่า เป็นขบวนการเพื่อไม่ให้ “ยิ่งลักษณ์” กลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่
เมื่อชัดเจนว่าคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องนี้ไว้แน่ๆ และคลอบคลุมถึง “ยิ่งลักษณ์” ด้วยแน่นอน จึงไม่แปลกที่ฝ่ายเพื่อไทยจะออกมาโวย
เพราะมันหมายถึงตัวหลักใน “ตระกูลชินวัตร” จะกลับมาเล่นการเมืองไม่ได้แล้ว 2 คน หลังจากที่ “พี่ชาย” กลับมาไม่ได้แล้ว เนื่องจากเคยถูกศาลสั่งยึดทรัพย์เพราะร่ำรวยผิดปกติ 4.6 หมื่นล้านตั้งแต่เมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามอย่างหนึ่งในการลงสมัคร ส.ส. และดำรงตำแหน่ง(นายก)รัฐมนตรี คราวนี้ก็เป็นคิว “น้องสาว” !!
ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ