แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Dubai ออกไปตามหา "ที่สุด" ในโลก

สวัสดีค่ะชาวพันทิป รีวิวนี้เป็นแค่ตัวอย่างของการออกไปเดินหาที่เที่ยวระหว่างช่วงรอเปลี่ยนเครื่องค่ะ
เนื่องจากเมืองที่เราไปเปลี่ยนเครื่องนั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิต ดูไบ แห่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั่นเอง


เริ่มต้นของการเดินทาง ต้องวางแผนตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบินค่ะ การจะไปเที่ยวดูไบง่ายๆ ทำ e-Visa ง่ายๆ ก็ต้องบินกับสายการบิน Emirates
ในช่วงการจองก็เลือกเวลาที่อยากจะเที่ยวได้ ว่าอยากมีเวลาอยู่เที่ยวเท่าไหร่ ตอนจองคิดว่า 10 ชั่วโมงเราก็น่าจะพอกันแล้ว พอไปจริง รวมเวลาเครื่องดีเลย์ ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและนิสัยกลัวตกเครื่องต้องมาถึง Gate ก่อนเวลาของพวกเรา เวลาเดินเที่ยวจริงๆ ก็แค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ
(ถ้าค้างคืนน่าจะสบายกว่านะคะ จะได้ไม่เหนื่อยมาก)

เราเพิ่งกลับมาในเดือนนี้เองค่ะ กรกฎาคม ในช่วงนี้ดูไบเป็นฤดูร้อนค่ะ อุณหภูมิสูงสุดถึง 41 องศาเซลเซียส ในวันที่เราถึงเป็นช่วงบ่ายเหงื่อจึงไหลเป็นสายธารและในช่วงนี้เป็นรอมฎอนด้วยค่ะ

ออกเดินทางกันเลยค่ะ !!


หลังจากผ่าน ตม.แล้วก็เดินตรงๆ ยาวๆไปหา Metro เลยค่ะ ต้องขอบคุณข้อมูลจากกระทู้รีวิวดูไบค่ะ http://pantip.com/topic/30921014
กับ ลิงค์นี้ http://travel.cnn.com/10-superlatives-found-only-dubai-953176 ค่ะ สำหรับวิธีการเดินทางและสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจค่ะ

Check ที่สุดแรก ระบบรถไฟไร้คนขับที่ยาวที่สุดในโลก



เราก็ซื้อตัว Gold class ค่ะ เพราะอยากได้ที่นั่ง ราคา 25 ดิรฮัม คิดง่ายๆประมาณ 250 บาทค่ะ
เป็นการ์ดแบบเติมเงินคล้ายรถไฟใต้ดินบ้านเรา มีมูลค่าในบัตรใช้เดินทางได้ 20 ดิรฮัม ค่าบัตร 5 ดิรฮัมแลกคืนไม่ได้ อายุการใช้งาน 5 ปี
(ข้อมูลเรื่องบัตร ลืม คิดว่าแลกคืนได้ จะไปแลกคืนเจ้าหน้าที่เค้ายิ้มแย้มแล้วบอกว่าแลกคืนไม่ได้ค่ะ แต่เก็บไว้เถิดค่ะ แล้วคุณมาเที่ยวดูไบใหม่นะคะ ฮ่าๆ)
สิทธิของ Gold class อย่างที่ท่านอื่นเคยบอกไว้คือได้นั่งโบกี้สำหรับ Gold class ที่อยู่หัวขบวน ซึ่งมักจะมีที่นั่งว่างเสมอและได้ดูวิว

จากแผนที่เราจะไปสถานี นี้ค่ะ Al Ras หรือ Ras metro station


เนื่องจากเป็นสถานีที่ใกล้กับตลาดที่มีแต่คนแนะนำค่ะ นั่นคือ ตลาดทองค่ะ อยากไปดูทองงงงง (เวป Trip advisor มีแต่คนบอกว่าเป็นอีก 1 the must ค่ะ)
จากในภาพดูจะไกลนะคะ แต่เดินประมาณ 600 เมตรเท่านั้น จากสถานีก็ออก Exit 2 ค่ะ
เราดูแผนที่คร่าวๆก็จับทิศได้ว่าออกจากสถานีมาทางซ้ายค่ะ เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเห็นร้านทองอยู่ฝั่งตรงข้ามขวามือค่ะ

แต่เนื่องจากอากาศร้อนมาก เราเลยเลือกเลี้ยวขวาเข้าตรอกเล็กๆ ก่อนมองเห็นร้านทองด้วยซ้ำ และอาศัยถามเอาค่ะ (จากร้านที่แวะซื้อของฝาก) เราเลยได้เดินผ่านร้านขายของฝาก ร้านขายข้าวและก็ไปเจอกับตลาดทองค่ะ



ตัวอย่างร้านทอง เรียดได้ว่าล้ำค่าและสวยวามมากค่ะ



เวลาที่เราไปถึงกันเป็นช่วงบ่ายค่ะ อากาศร้อนและอบอ้าวมาก มีคนเดินไปมาอยู่บ้าง ในรีวิวอื่นๆเค้าบอกว่าถ้าเป็นช่วงเย็นจะคึกคักกว่าค่ะ
บางร้านก็ปิด เราก็เลยเดินชมกันชิวๆ  ถ่ายรูปเล่นกันพอจุใจก็เดินกลับค่ะ ขากลับมองเห็นป้ายว่า Heritage House


คือ ตึกขวามือในภาพค่ะ ที่มีคนกำลังเดินเข้าไป อาคารหลังนี้เป็นบ้านเศรษฐีเก่าที่บริจาคให้เป็นพิพิธภัณฑ์ค่ะ
แน่นอนว่าฟรี !! เข้าไปก็ไปขอ map และขอนั่งพักตากแอร์ค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่ามีอีกพิพิธภัณฑ์เดินเข้าไปในซอยทางซ้ายในภาพค่ะ เราไม่มีเวลามากมายนัก เลยตัดสินใจแวะแค่ที่เดียวค่ะ

หลังจากผ่านโซนแอร์ฟรีแล้วก็เข้าไปสู่อากาศจริงๆของตัวบ้านค่ะ (ขึ้นมาดูภาพรวมจากชั้นสองของบ้าน)

หอสูงๆทางด้านซ้ายเป็นหอดักลมค่ะ ภูมิปัญญาของชาวดูไบค่ะ

ระเบียงและห้องหลักของบ้าน เป็นที่รวมตัวของทุกคนในบ้าน


ที่ประทับใจที่สุดคือที่นี่ค่ะ ห้องครัว จำลองได้เหมือนจริงมากๆ เดินเข้าไปตกใจ ใครมานั่งตรงนั้นคะ !!!


หลังจากเดินชมให้เหงื่อไหลกันอีกรอบก็แวะมาขอบคุณเจ้าหน้าที่และคุยกันนิดหน่อย พอเค้ารู้ว่าเรามาจากไทยกัน ก็บอกว่าเมืองไทยดีนะ ร้อนแต่ก็มีฝน
ดูไบก็มีนะแต่นานน๊านนนมาที คนดูไบเฟรนลี่มากค่ะ พอรู้ว่าเราเป็นคนไทยก็พูดว่า สวัสดีครับ/ค่ะ กับเรากันใหญ่ค่ะ

เดินกลับมาทางเดิมก็เจอป้ายรถเมล์ติดแอร์ !


มาดูที่ตลาดทองและพิพิธภัณฑ์แล้วก็ได้เวลาเดินทางไปหาสถานที่ที่เป็น"ที่สุด" สักทีค่า

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่