[CR] สรลวงสองแคว...แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวพิษณุโลก


กระแสซีรีย์ #หงสาวดีthelastduel ที่จบไปแล้วต้องบอกว่าแม้จะมีกระแสทั้งด้านบวก และลบ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในนั้นทำให้คนไทย โดยเฉพาะวัยรุ่นหันมาสนใจประวัติศาสตร์ชาติไทยมากขึ้น
หนึ่งในนั้นคือการตามรอยซีรีย์ ไม่ได้ตามไปยังสถานที่ถ่ายทำ แต่ตามไปยังบ้านเกิดของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ณ ที่แห่งนี้...เมืองสองแคว....พิษณุโลก
***************************************************************************

            แต่ละปีเราตั้งเป้าไว้ว่าต้องมีทริปเที่ยวคนเดียวอย่างน้อยหนึ่งทริป นานมากแล้วที่เคยไปพิษณุโลก หลังจากชีวิตผ่านเรื่องวุ่นวายมาระดับหนึ่ง จู่ ๆ ก่อนซีรีย์จะฉาย ก็มีความรู้สึกว่าอยากไปกราบ พระพุทธชินราช อีกสักรอบ จนล่วงเลยมาหลายเดือน ถึงเวลาแล้วล่ะ ที่เราจะไป ทริปนี้ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน แบกเป้ใบเดียว ไม่ค้างคืน ไปต่อสองจังหวัดคือพิษณุโลกและเชียงใหม่ แบบ อึด ถึก ทน เดินเป็นส่วนใหญ่ หากใครกำลังหาที่เที่ยวผู้หญิงคนเดียวเที่ยวได้สบาย ๆ ลอกแพลนแล้วไม่ต้องคิดมาก ออกเดินทางกันเลยค่ะ ยิ้ม

วันที่ 0:
เริ่มต้นออกเดินทางที่สถานีขนส่งหมอชิต รอบนี้เราจองรถทัวร์ของ 'พิษณุโลกยานยนต์ทัวร์' ราคา 360 บาท เป็นรถประเภทป.1 รอบสุดท้ายของวันคือ 23.00  น. ตามตารางจะไปถึงที่นู่นตอนประมาณตี 5 ถือว่าไม่ได้เช้ามืดจนเกินไป

ไม่ได้มาหมอชิตหลายปี ต้องบอกว่าทำดีขึ้นมาก ๆ สะอาด มีห้องน้ำหรู ๆ แบบเสียตังค์ 10 บาท กับห้องน้ำฟรีที่ไม่สกปรกเลย นั่งเล่นนั่งรอจนถึงเวลาขึ้นรถ พอขึ้นรถเสร็จ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก คิดในใจว่าโชคดีมาก! ที่ขึ้นรถก่อนฝนตก หรือนี่จะเป็นความมงคลตั้งแต่แรกกันนะ บนรถเป็นเบาะคู่สองฝั่ง เอาจริงคือแคบมาก ๆ โดยเฉพาะคนตัวสูงแบบเรา ยืดขาแทบไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเพราะอายุที่มากขึ้นหรือเปล่า ทำให้รู้สึกว่า ถ้ามีรอบหน้าอาจจะยอมเสียตังค์บินไปดีกว่า คืนนั้นเลยกลายเป็นว่าแทบไม่ได้นอนทั้งคืน

วันที่ 1: พิษณุโลก-เชียงใหม่

ตี 5 มาถึงบขส.เก่าพิษณุโลก (บขส1) บรรยากาศค่อนข้างเงียบ อาจจะขอเตือนผู้หญิงถ้ามาคนเดียวไว้หน่อย ว่าต้องมีสติตลอดเวลา เพราะคนน้อยมากจริง ๆ มีห้องน้ำฟรีให้เข้า เรานั่งรออีกพักใหญ่ ตอนแรกตั้งใจจะรอรถสองแถวท้องถิ่นไปลงวัดใหญ่ แต่คิดไปคิดมา ระยะทางเกือบ 2 กิโลกว่า ๆ ก็พอเดินได้ รอจนเกือบ 6 โมงเช้า เลยตัดสินใจเดินไปดีกว่า

ระหว่างทางมีไหล่ทางแต่บางช่วงก็ชำรุด อากาศเช้าก็เริ่มจะร้อนแล้ว สิ่งที่ชอบมาก คือจริงๆ ดู google map มาแล้วล่ะ แต่เพื่อความชัวร์เลยถามเส้นทางกับชาวบ้านระหว่างทางอีกครั้ง นานมากแล้ว ที่เทคโนโลยีไปไวมาก ทำให้เราไม่ได้ค่อยได้ถามทางกับคนจริง ๆ สักเท่าไหร่ พอลองเอ่ยปากถามเท่านั้นแหละ คนสองแควคือน่ารักมาก ทั้งเป็นห่วงที่เราจะเดินไป ทั้งบอกเส้นทางอย่างละเอียด ระหว่างได้แวะใส่บาตรพระที่ออกมาเดินบิณฑบาตอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นทริปที่มูสุด ๆ

เดินมาสักพักจนถึงตลาดหลังวัด เราแวะไปฝากท้องมื้อเช้าที่ร้าน 'ข้าวเหนียวป้าเยาว์' ราคา 30 บาท คือให้เยอะมาก ๆ หมูจุก ๆ เอาจริงคือกินไม่หมด ต้องเก็บไว้ไปกินต่อ ระหว่างทางจะเดินผ่านทางรถไฟ หากใครจะนั่งรถไฟมาก็สะดวก

ข้างหน้าคือวัดใหญ่แล้ว เรามาถึงตอนเกือบ 7 โมง บางจุดของวัดยังไม่เปิด เราเลยแวะกินข้าว เดินเรื่อยเปื่อย เข้าจุดที่เปิด ก่อนจะเดินไปถึงวิหารพระพุทธชินราช นาทีที่ได้ก้มลงกราบแล้วมองท่าน น้ำตาแหล่งความปิติก็รื้นขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ได้แต่บอกตัวเองว่า เก่งมาก ในที่สุดก็ได้กลับมาแล้วนะ ยิ้ม

พระพุทธชินราชถือว่าเป็นหนึ่งในพุทธศิลป์ที่มีความสวยงามอันดับต้น ๆ ของพระพุทธรูป
      ในบริเวณวัดใหญ่ยังมีอีกหลายจุดให้แวะกราบไหว้ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธชินสีห์, พระสังกันจจายน์, วิหารพระศาสดา เดินเยี่ยมชมจนพอใจเราก็ข้ามถนนเล็ก ๆ มายัง 'วัดนางพญา' วัดแห่งนี้เชื่อกันว่าพระวิสุทธิกษัตรีเป็นผู้สร้าง นอกจากนั้นยังมีของขลังคือ พระนางพญาให้เช่าบูชาด้วย บริเวณริมน้ำน่าน จะมีคาเฟ่อเมซอนให้แวะเติมคาเฟอีน และพระนางพญาองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่

      บริเวณวัดยังมีอีกวิหารที่สำคัญคือ 'พลับพลาห้ากษัตริย์' ครอบครัวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกอบด้วย องค์ดำ, องค์ขาว, พระนางสุพรรณกัลยา, พระวิสุทธิกษัตรีย์ และพระมหาธรรมราชาธิราช รูปปั้นของแต่ละพระองค์งดงามมาก บรรยากาศขลังชวนขนลุก ได้มาที่เดียวนับได้ว่าได้ไหว้ครบทุกพระองค์

      ออกจากวัดนางพญา เดินข้ามสะพานลอยไปจะเป็น 'วัดราชบูรณะ' ที่แห่งนี้มีพระบรมสารีริกธาตุให้สักการะ นอกจากนั้น สายมูยังห้ามพลาด เพราะมีให้เจิมมือ เปิดดวงอีกด้วย สำหรับเราคือสายเยี่ยมชม มีวิหารอายุกว่า 700 ปีที่สวยงามมาก ๆ อีกทั้งยังมีเจดีย์ใหญ่ด้านหลังที่น่าอัศจรรย์ว่าคนสมัยก่อนสร้างขึ้นมาได้อย่างไร

    จากวัดราชบูรณะเราข้ามสะพานลอยกลับมา ก่อนจะเดินข้ามสะพานนเรศวรเพื่อไปไหว้ 'ศาลหลักเมือง' จุดที่คิดว่าพิษณุโลกอาจจะยังต้องปรับคือบนนถนนไม่มีจุดข้ามถนนหรือทางม้าลาย ทำให้ข้ามไปมายากลำบาก นอกจากนั้น หากใครไปควรพกร่ม เพราะอากาศร้อนมาก ๆ บรรยากาศเมืองจะคล้าย ๆ กับอยุธยา แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน

          จากศาลหลักเมือง เดินเลียบริมน้ำน่านไปอีกสักพักจะเป็นที่ตั้งของ 'พระราชวังจันทน์' ที่เป็นบ้านของสมเด็จพระนเรศวรฯ สำหรับคนไทยเข้าชมฟรี มีพิพิธภัณฑ์แสดงนิทรรศการติดแอร์ สามารถไปเยี่ยมชม หลบร้อนได้ บริเวณใกล้ๆ  กันยังเป็นที่ตั้งของ 'ศาลสมเด็จพระนเรศวรฯ' มีผู้มาบูชาและแก้บนจำนวนมาก ถัดไปยังมีวัดร้างทั้ง 3 วัดได้แก่ วัดโพธิ์ทอง, วัดวิหารทอง และวัดศรีสุคต เป็นซากโบราณสถาน แต่ขลังสุด ๆ มีคนมานั่งสมาธิใต้ต้นไม้ใหญ่อีกด้วย เราเดินชมสักพัก ก็ต้องลาก่อน เพราะอากาศร้อนมาก ๆ ใจจริงอยากเดินไปดูศาลหลักเมืองเก่า แต่ประเมินแล้ว ไม่สามารถเดินต่อไปไหว

           ออกมาด้านนอกเราข้าม 'สะพานวังจันทน์' จะมีรูปปั้นของพญาปราบหงสาวดี กับไก่ทรงเลี้ยงอยู่ต้นสะพาน ข้ามมาแวะทานข้าวกลางวันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่าน รสชาติใช้ได้ ก่อนจะตัดสินใจเรียกรถเพื่อไปต่อยังอีกฝั่งเมือง เพราะระยะทางกับแดดจ้า อีกทั้งน้ำหนักกระเป๋าบนหลังบ่งบอกว่าหยุดเดินได้แล้ว

          นั่งรถมาประมาณ 15 นาที เราก็มาถึง 'วัดจันทน์ตะวันตก' ที่นี่จะเด่นเรื่องตัวโบสถ์สีทองที่สายถ่ายรูปต้องชอบ ด้านในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธเมตตา ตอนที่เราไปชั้นสองกำลังก่อสร้างอยู่ เลยปิดไม่ให้ขึ้น เราจะแวะไหว้พระทำบุญเล็กน้อย ก่อนจะเดินข้ามสะพานไปยัง 'วัดจันทน์ตะวันออก' เป็นอีกวัดที่ตั้งใจมา เพราะที่นี่มีรูปปั้นของ 'พระพี่นางสุพรรณกัลยา' ตั้งอยู่ ตอนที่ยกมือไหว้แล้วมองหน้าท่าน เหมือนท่ามยิ้มให้เราจริง ๆ


         และนี่คือทริปแบกเป้ลุยเดี่ยวตะลุยสองแคว กระทู้หน้าเราจะพานั่งรถไฟไปเชียงใหม่แบบเที่ยวปุบปับเอาฟีลอีกตามเคย ฝากติดตามด้วยนะคะ ยิ้ม
ชื่อสินค้า:   พิษณุโลก
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่