แวะอ่านตอนที่ 1…
https://pantip.com/topic/44122539?sc=WFw9Nwe
แวะอ่านตอนที่ 2…
https://pantip.com/topic/44122632?sc=l6O5f42
🌸🌸 ความจริงแพลนวันนี้ เราส่งให้น้องดูล่วงหน้าก่อนเดินทางหนึ่งวัน เดิมแพลนไว้ว่า เราจะเที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง (ของไต้หวันนะ 😆) ให้ได้ซักสามสี่ที่ ไฮไลท์ที่ปักหมุดไว้ก็พิพิธภัณฑ์กู้กง เพราะอยากไปดูหยกผักกาดที่มีตั๊กแตนเกาะ แต่กำหนดการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ฮ่าาา
🌼🌼แต่ก็นั่นแหล่ะ แผนก็เป็นได้แค่แผน… เพราะน้องแจ้งข่าวมาว่า จากเดิมที่ไม่มีเรียน แต่อาจารย์ดันกลับจากเมกามาแล้ว เลยมีคลาสเรียนตามปกติตอนบ่ายสาม เลยจัดการเปลี่ยนแผนๆๆ ช่วงเช้าเราก็หาที่เที่ยวลุยเดี่ยวไปก่อน แล้วนัดเจอกับน้องช่วงก่อนเที่ยง เพื่อไปลองกินร้านหมี่เมี่ยนเซี่ยน แถวย่านจงซาน แล้วค่อยไปต่อคิวซื้อขนมแครกเกอร์นูกัต แล้วน้องก็จะแยกย้ายไปเรียน
💁🏻♀️💁🏻♀️ แต่!!!! …. สถานการณ์พลิกต่อ น้องอิฉันไปนั่งตามล่าจักรยานเช่าที่หายไป ที่สถานีตำรวจ ไปเฝ้ากล้องว่าอิเจ้คนนึงที่ฉกจักรยานไปขี่น้านน จะเอาไปเข้าที่เข้าทางตรงจุดจอดเมื่อไหร่ กว่าน้องจะได้นอนคือตีห้า น้องเลยบอกว่าเจอกันหลังเที่ยงเลยนะพี่ 🤣 และฉันนั้นคือตื่นหลังจากที่น้องแชทมาแจ้งข่าวได้แป๊บนึง ก็เลยวางแผนให้กับตัวเองใหม่ ว่าไปเริ่มต้นที่วัดเป่าอันดีกว่า ก็เลยเสิร์ชหาแนวทางการไหว้ ลำดับการไหว้ต่างๆ แต่สิ่งที่เจอคือข้อมูลวัดกวนตู้ (ในใจตอนนั้น ฉันจะไปวัดเป่าอันอ่าาา ไม่ใช่วัดนี้) ก็เลยลองดูซักหน่อยว่าวัดนี้อยู่ตรงไหน ก็เลยเจอว่าเอ้า!! เส้นทางไปวัดก็อยู่สายสีแดงเหมือนกันนิ แค่เลยออกไปทางโซนจะไปตั้มสุ่ย เส้นทางก็แค่เดินต่อจากสถานีกวนตู้ ไปอีก 800 เมตร ซึ่งระยะทางแค่นี้เราเดินไหว ก็เลยคิดว่าในเมื่อโดนโซเชียลป้ายยาขนาดนี้ก็ต้องไปแล้วล่ะ เลยตัดสินใจเลือกไปวัดนี้แทน วัดเป่าอัน พอไปวัดกวนตู้เสร็จแล้วค่อยไปบ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว (เราคิดไว้ว่ายังไงก็ต้องไปบ่อน้ำพุร้อนวันนี้ให้ได้ แล้วต้องไปก่อนเที่ยงด้วย เพราะในแอปพยากรณ์อากาศไต้หวันขึ้นว่าฝนจะตกช่วงบ่าย และอีกวันคือฝนจะตกทั้งวัน) สรุปเลยได้แผนแบบไฟนอลลี่เป็นวัดกวนตู้ บ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว แล้วก็จะไปเอนจอยอี๊ทติ้ง แอนด์เอนจอยช้อปปิ้ง
🌸🌸เราเริ่มเตาะแตะออกจากโฮสเทลตอนราวๆ 7 โมงกว่า ไปสตาร์ทที่จุดเริ่มต้น Taipei Main Station แล้วในสถานี Taipei Main อ่ะ มันเป็นแหล่งรวบรวมเหล่ารถไฟ สารพัดสายมากองรวมกันไว้ โชคดีที่เราสุ่มทางแม่นพอ เลยไปถึงจุดขึ้นลงรถไฟฟ้าสายสีแดงที่เราต้องการพอดี
🙏🙏 พอไปถึงวัดกวนตู้ ก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าวิธีการไหว้ไว้ยังไง ค่าของไหว้คิดเงินเท่าไร เจ้าหน้าที่ก็บอกเท่าไหร่ก็ได้ แล้วก็ได้ของมาจะมีธูป กระดาษทอง แล้วก็ขนมไหว้ 2 อย่าง (เราพึ่งมารู้ทีหลังว่า เราสามารถนำขนมกลับได้ ไม่งั้นก็นำมากลับมาซักอย่างเพื่อความเป็นสิริมงคลซักหน่อย) พอจัดแจงของไหว้เสร็จ เจ้าหน้าที่ก็พาไปดูวิธีลำดับขั้นตอนการไหว้ เรารู้สึกดีมากๆๆ ที่เลือกมาวัดนี้ บรรยากาศในวัดสงบมาก แล้ววันที่ไป ก็ดูว่ามีแต่คนพื้นที่ไปไหว้ ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเลย ผู้คนมาไหว้เสร็จแล้วก็หลบไปนั่งกันเงียบๆทำสมาธิกันอยู่หลังอาคาร ที่วัดนี้มีเทพเจ้าหม่าโจ้ว หรือเจ้าแม่ทับทิม และมีอุโมงค์ถ้ำ ที่เดินไปสุดทางจะมีเจ้าแม่กวนอิม ประดิษฐานอยู่ เน้นขอพรด้านการเดินทาง และขอพรด้านหน้าที่การงาน
🧚♂️🧚♂️หลังจากสักการะบูชาเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปต่อที่บ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เป็นแบบ Green Sulfur ซึ่งมีเพียงสองที่ในโลก คือที่ประเทศญี่ปุ่น อยู่ที่เมืองอะกิตะ และที่ที่สองคือที่เป่ยโถวนี่แหล่ะ เลยเป็นเหตุผลสำคัญที่เราตั้งใจสุดๆ ว่าจะต้องไปดูให้เห็นกับตาให้ได้ ที่นี่เราก็ประทับใจตั้งแต่รถไฟขบวนที่พาเราไปสถานี xinbeitou ละ ในรถไฟตกแต่งได้น่ารักมาก มีคุณหมีมาสคอต ยืนต้อนรับอยู่หัวขบวน ระหว่างขบวนก็มีการจัดโต๊ะที่นั่งแบบจับกลุ่มคุยกันได้ พอไปถึงก่อนจะข้ามถนนไปทางบ่อน้ำพุร้อน ก็จะมีร้านขายของที่ระลึก (แล้วมีแต่น่ารักๆ ทั้งน้านนน) พอเราข้ามถนนไปปุ๊บปั๊บแลัว ก็จะเจอสวนสาธารณะ แล้วก็เจอหอสมุดที่เป็นอาคารไม้ ถัดมาเจอพิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อน จุดสุดท้ายถึงจะเป็นบ่อน้ำพุร้อน สีเขึยวใสมรกต แต่กลิ่นกำมะถันลอยมาอบอวลมาก พอเดินวนรอบจนหนำใจ เหงื่อออกแบบไม่ขาดสาย โชคดีแค่ไหนที่คิดทันว่าเราควรพกผ้าเปียกตรางูไปด้วย มันบรรเทาอาการร้อนได้ดีเยี่ยมเลยล่ะ หลังจากที่ร้อนรุ่ม ขับเหงื่อได้มากโขจากการเดินวนรอบบ่อน้ำพุร้อนแล้ว เราก็เลยคิดว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์ บ่อน้ำพุร้อนนี่ซักหน่อย ที่นี่ก็จะเล่าความเป็นมา พร้อมยังมีของเก่าๆ ที่ในอดีตตรงนี้เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะ เก็บไว้ให้เราชมถึงวิถีในอดีตของแถวนี้
🌸🌸พอได้พักบรรเทาความเหนื่อยหอบเสร็จ เราก็เลยไปตามหมุดหมายที่ตกลงกับน้องไว้ ว่าจะไปลองหมี่เซี่ยนกันแถวจงซาน แต่ว่าาาา… น้องบอกรถเมล์ไม่มาซักที พี่โซโล่ไปเลย แล้วค่อยไปเจอกันที่ตงเหมินแถวที่ซื้อขนม ส่วนหมีที่เราได้กินน้านนนน ก็อร่อยอยู่ตรงปลาหมึก และไส้หมู นอกนั้นไม่โอเคกับการบริการของทีมงานร้าน ที่ชักสีหน้าใส่ ทำหน้าไม่พอใจใส่ ถ้าได้ไปไทเปอีก ตัดช้อยส์นี้ ย่านนี้ออกไปเลยได้เลย ไม่รู้สึกเสียดายซักนิดถ้าไม่ได้ไปอีก… เราเลยรีบๆกิน รีบสะบัดตรูดออกมาเลย แล้วไปหาซื้อขนมต่อ พบปะนัดแนะน้องนิดหน่อย น้องก็แยกย้ายไปเรียน เราแวะกลับไปพักขาที่โฮสเทล รอน้องเลิก
🌼🌼แต่…แต่อีกแล้ว 😅😅 พอช่วงสี่โมงเย็นฝนกระหน่ำไม่พอ ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ หลายระลอกมาก เลยนัดน้องค่ำมืดเลย ไปวัดซงซาน และตลาดเหราเหอกัน ตอนไปไหว้วัดซงซาน ก่อนจะเสร็จสิ้นพิธีกรรมตรงจุดเผากระดาษ ก็เจออาเจ๊หนึ่งคน เขาก็อธิบายๆ สอนน้อง ลำดับการเผากระดาษ แล้วเราก็ถามน้องเค้าพูดไรเหรอ อาเจ๊เลยถามว่าคนประเทศอะไร น้องก็ตอบไปว่าไท่กั๋วเหริน เจ๊เลยพูดว่า สวัสดีค่ะ 🤣 น้องก็ถามเจ๊แกไปว่าเคยมาเมืองไทยมั้ย เจ๊แกก็บอกไม่เคย แล้วก็รัวจีนๆๆ ใส่ต่อ แล้วเราก็ฟังออกแค่ว่า เจ๊แกบอกว่าปู้สีฮวน นี่เลยถามน้องว่าเจ๊แกไม่ชอบอะไร น้องก็บอก ก็อารมณ์ไม่ชอบคนแถบบ้านเราแหล่ะ 😅 แต่เราก็ไม่ได้ฉุนอะไรนะ เพราะเจ๊แกก็ยังเม้าๆๆๆ รัวจีนต่อเรื่อย ๆ ที่เรารู้แค่ว่ามีพูดถึงหลิวเหลียน (ทุเรียน) แต่ก็ไม่รู้ว่าทุเรียนอะไรยังไง ก็เอ้อ ขนาดว่าไม่ชอบ แต่ก็ยังขยันคุย ก็เจ๊าๆ กันไป ตลกดี 🤣🤣 พอเม้าๆเสร็จ เผากระดาษเสร็จ ก็เลยเดินๆ ไปหาอะไรกินในตลาดเหราเหอ
🌸🌸เราไม่ได้มีแพลนว่าอยากกินอะไรแล้ว เพราะเสี่ยวหลงเปาก็ได้กินไปแล้ว… แล้วทีนี้พอฝนตกฉ่ำ ร้านที่น้องตั้งใจว่าจะให้ลอง ก็ดันปิด เลยไปลงเอยที่ร้านร้านนึง ชื่อร้านอะไรก็ไม่รู้ ลืมจำมา …แต่ร้านนี้จะมีขายข้าวราดหมูพะโล้ บักกุดเต๋ หอยนางรมทอดด้วย เลยตกลงร้านนี้แหล่ะ เพราะอยากลองหอยทอดบ้านเขาดู ก็สั่งเมนูหลักๆ พวกนี้มาหมด พร้อมด้วยเต้าหู้เหม็น ที่เราอ่านรีวิวไป90% ยี้เต้าหู้เหม็น เราเลยไม่อยากลอง แต่น้องบอกต้องลองนะพี่มาถึงไต้หวันแล้วทั้งที ซึ่งตอนที่เราได้กลิ่นครั้งแรก ยังพูดกับน้องว่า กลิ่นเหมือนใครต้มไส้หมูแถวนี้ ซึ่งมันเป็นกลิ่นเต้าหู้เหม็น ของที่ร้านนี้ จะเป็นเต้าหู้เหม็นทอดกรอบ ราดน้ำซอส โปะด้วยผักดองไว้แกล้ม พอได้ลองกินเท่านั้นแหล่ะ ฮื่ออออ อร่อยอ่ะ เปรี้ยวๆ แบบกินของหมักดอง แก้เลี่ยนดีออก แค่กลิ่นตัวนางแรงไปหน่อย แต่เราทนไหว เพราะเราชอบกินไส้ 🤣🤣 แล้วเราก็ฟาดทุกอย่างเรียบหมด สำหรับร้านนี้เราให้คะแนน 9 เต็มสิบได้เลย แบบแวะมาซ้ำได้ เมนูหลากหลายราคาไม่แรง จบของคาว ปิดจบของวันที่โดนัท ร้าน Curly Mama‘s โดนัทออริจินัลเค้าอร่อยดีนะหน้าจะกรอบๆ โรยไอซ์ซิ่ง แต่เนื้อข้างในนุ่มอร่อยเลยล่ะ ชิ้นละ 45 เหรียญไต้หวัน ถือว่าเป็นราคาที่รับได้ เป็นอันจบทริปวันแรกของการตะลุยไต้หวันแบบเต็มวัน แยกย้ายกันกลับไปนอน เตรียมผจญภัยวันต่อไป ที่ทำใจไว้ 98% ว่าฝนฝนฝนมาเต็มที่แน่ แต่จะเที่ยวยังไง ให้ไม่ซกจนเกินไป 🤣🤣
To Be Continued…
เรื่องเล่าระหว่างทาง Taiwan is calling … ตอนที่ 3 แผนก็เป็นแค่แผน เปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม…😆
แวะอ่านตอนที่ 2… https://pantip.com/topic/44122632?sc=l6O5f42
🌸🌸 ความจริงแพลนวันนี้ เราส่งให้น้องดูล่วงหน้าก่อนเดินทางหนึ่งวัน เดิมแพลนไว้ว่า เราจะเที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง (ของไต้หวันนะ 😆) ให้ได้ซักสามสี่ที่ ไฮไลท์ที่ปักหมุดไว้ก็พิพิธภัณฑ์กู้กง เพราะอยากไปดูหยกผักกาดที่มีตั๊กแตนเกาะ แต่กำหนดการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ฮ่าาา
🌼🌼แต่ก็นั่นแหล่ะ แผนก็เป็นได้แค่แผน… เพราะน้องแจ้งข่าวมาว่า จากเดิมที่ไม่มีเรียน แต่อาจารย์ดันกลับจากเมกามาแล้ว เลยมีคลาสเรียนตามปกติตอนบ่ายสาม เลยจัดการเปลี่ยนแผนๆๆ ช่วงเช้าเราก็หาที่เที่ยวลุยเดี่ยวไปก่อน แล้วนัดเจอกับน้องช่วงก่อนเที่ยง เพื่อไปลองกินร้านหมี่เมี่ยนเซี่ยน แถวย่านจงซาน แล้วค่อยไปต่อคิวซื้อขนมแครกเกอร์นูกัต แล้วน้องก็จะแยกย้ายไปเรียน
💁🏻♀️💁🏻♀️ แต่!!!! …. สถานการณ์พลิกต่อ น้องอิฉันไปนั่งตามล่าจักรยานเช่าที่หายไป ที่สถานีตำรวจ ไปเฝ้ากล้องว่าอิเจ้คนนึงที่ฉกจักรยานไปขี่น้านน จะเอาไปเข้าที่เข้าทางตรงจุดจอดเมื่อไหร่ กว่าน้องจะได้นอนคือตีห้า น้องเลยบอกว่าเจอกันหลังเที่ยงเลยนะพี่ 🤣 และฉันนั้นคือตื่นหลังจากที่น้องแชทมาแจ้งข่าวได้แป๊บนึง ก็เลยวางแผนให้กับตัวเองใหม่ ว่าไปเริ่มต้นที่วัดเป่าอันดีกว่า ก็เลยเสิร์ชหาแนวทางการไหว้ ลำดับการไหว้ต่างๆ แต่สิ่งที่เจอคือข้อมูลวัดกวนตู้ (ในใจตอนนั้น ฉันจะไปวัดเป่าอันอ่าาา ไม่ใช่วัดนี้) ก็เลยลองดูซักหน่อยว่าวัดนี้อยู่ตรงไหน ก็เลยเจอว่าเอ้า!! เส้นทางไปวัดก็อยู่สายสีแดงเหมือนกันนิ แค่เลยออกไปทางโซนจะไปตั้มสุ่ย เส้นทางก็แค่เดินต่อจากสถานีกวนตู้ ไปอีก 800 เมตร ซึ่งระยะทางแค่นี้เราเดินไหว ก็เลยคิดว่าในเมื่อโดนโซเชียลป้ายยาขนาดนี้ก็ต้องไปแล้วล่ะ เลยตัดสินใจเลือกไปวัดนี้แทน วัดเป่าอัน พอไปวัดกวนตู้เสร็จแล้วค่อยไปบ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว (เราคิดไว้ว่ายังไงก็ต้องไปบ่อน้ำพุร้อนวันนี้ให้ได้ แล้วต้องไปก่อนเที่ยงด้วย เพราะในแอปพยากรณ์อากาศไต้หวันขึ้นว่าฝนจะตกช่วงบ่าย และอีกวันคือฝนจะตกทั้งวัน) สรุปเลยได้แผนแบบไฟนอลลี่เป็นวัดกวนตู้ บ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว แล้วก็จะไปเอนจอยอี๊ทติ้ง แอนด์เอนจอยช้อปปิ้ง
🌸🌸เราเริ่มเตาะแตะออกจากโฮสเทลตอนราวๆ 7 โมงกว่า ไปสตาร์ทที่จุดเริ่มต้น Taipei Main Station แล้วในสถานี Taipei Main อ่ะ มันเป็นแหล่งรวบรวมเหล่ารถไฟ สารพัดสายมากองรวมกันไว้ โชคดีที่เราสุ่มทางแม่นพอ เลยไปถึงจุดขึ้นลงรถไฟฟ้าสายสีแดงที่เราต้องการพอดี
🙏🙏 พอไปถึงวัดกวนตู้ ก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าวิธีการไหว้ไว้ยังไง ค่าของไหว้คิดเงินเท่าไร เจ้าหน้าที่ก็บอกเท่าไหร่ก็ได้ แล้วก็ได้ของมาจะมีธูป กระดาษทอง แล้วก็ขนมไหว้ 2 อย่าง (เราพึ่งมารู้ทีหลังว่า เราสามารถนำขนมกลับได้ ไม่งั้นก็นำมากลับมาซักอย่างเพื่อความเป็นสิริมงคลซักหน่อย) พอจัดแจงของไหว้เสร็จ เจ้าหน้าที่ก็พาไปดูวิธีลำดับขั้นตอนการไหว้ เรารู้สึกดีมากๆๆ ที่เลือกมาวัดนี้ บรรยากาศในวัดสงบมาก แล้ววันที่ไป ก็ดูว่ามีแต่คนพื้นที่ไปไหว้ ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเลย ผู้คนมาไหว้เสร็จแล้วก็หลบไปนั่งกันเงียบๆทำสมาธิกันอยู่หลังอาคาร ที่วัดนี้มีเทพเจ้าหม่าโจ้ว หรือเจ้าแม่ทับทิม และมีอุโมงค์ถ้ำ ที่เดินไปสุดทางจะมีเจ้าแม่กวนอิม ประดิษฐานอยู่ เน้นขอพรด้านการเดินทาง และขอพรด้านหน้าที่การงาน
🧚♂️🧚♂️หลังจากสักการะบูชาเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปต่อที่บ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เป็นแบบ Green Sulfur ซึ่งมีเพียงสองที่ในโลก คือที่ประเทศญี่ปุ่น อยู่ที่เมืองอะกิตะ และที่ที่สองคือที่เป่ยโถวนี่แหล่ะ เลยเป็นเหตุผลสำคัญที่เราตั้งใจสุดๆ ว่าจะต้องไปดูให้เห็นกับตาให้ได้ ที่นี่เราก็ประทับใจตั้งแต่รถไฟขบวนที่พาเราไปสถานี xinbeitou ละ ในรถไฟตกแต่งได้น่ารักมาก มีคุณหมีมาสคอต ยืนต้อนรับอยู่หัวขบวน ระหว่างขบวนก็มีการจัดโต๊ะที่นั่งแบบจับกลุ่มคุยกันได้ พอไปถึงก่อนจะข้ามถนนไปทางบ่อน้ำพุร้อน ก็จะมีร้านขายของที่ระลึก (แล้วมีแต่น่ารักๆ ทั้งน้านนน) พอเราข้ามถนนไปปุ๊บปั๊บแลัว ก็จะเจอสวนสาธารณะ แล้วก็เจอหอสมุดที่เป็นอาคารไม้ ถัดมาเจอพิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อน จุดสุดท้ายถึงจะเป็นบ่อน้ำพุร้อน สีเขึยวใสมรกต แต่กลิ่นกำมะถันลอยมาอบอวลมาก พอเดินวนรอบจนหนำใจ เหงื่อออกแบบไม่ขาดสาย โชคดีแค่ไหนที่คิดทันว่าเราควรพกผ้าเปียกตรางูไปด้วย มันบรรเทาอาการร้อนได้ดีเยี่ยมเลยล่ะ หลังจากที่ร้อนรุ่ม ขับเหงื่อได้มากโขจากการเดินวนรอบบ่อน้ำพุร้อนแล้ว เราก็เลยคิดว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์ บ่อน้ำพุร้อนนี่ซักหน่อย ที่นี่ก็จะเล่าความเป็นมา พร้อมยังมีของเก่าๆ ที่ในอดีตตรงนี้เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะ เก็บไว้ให้เราชมถึงวิถีในอดีตของแถวนี้
🌸🌸พอได้พักบรรเทาความเหนื่อยหอบเสร็จ เราก็เลยไปตามหมุดหมายที่ตกลงกับน้องไว้ ว่าจะไปลองหมี่เซี่ยนกันแถวจงซาน แต่ว่าาาา… น้องบอกรถเมล์ไม่มาซักที พี่โซโล่ไปเลย แล้วค่อยไปเจอกันที่ตงเหมินแถวที่ซื้อขนม ส่วนหมีที่เราได้กินน้านนนน ก็อร่อยอยู่ตรงปลาหมึก และไส้หมู นอกนั้นไม่โอเคกับการบริการของทีมงานร้าน ที่ชักสีหน้าใส่ ทำหน้าไม่พอใจใส่ ถ้าได้ไปไทเปอีก ตัดช้อยส์นี้ ย่านนี้ออกไปเลยได้เลย ไม่รู้สึกเสียดายซักนิดถ้าไม่ได้ไปอีก… เราเลยรีบๆกิน รีบสะบัดตรูดออกมาเลย แล้วไปหาซื้อขนมต่อ พบปะนัดแนะน้องนิดหน่อย น้องก็แยกย้ายไปเรียน เราแวะกลับไปพักขาที่โฮสเทล รอน้องเลิก
🌼🌼แต่…แต่อีกแล้ว 😅😅 พอช่วงสี่โมงเย็นฝนกระหน่ำไม่พอ ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ หลายระลอกมาก เลยนัดน้องค่ำมืดเลย ไปวัดซงซาน และตลาดเหราเหอกัน ตอนไปไหว้วัดซงซาน ก่อนจะเสร็จสิ้นพิธีกรรมตรงจุดเผากระดาษ ก็เจออาเจ๊หนึ่งคน เขาก็อธิบายๆ สอนน้อง ลำดับการเผากระดาษ แล้วเราก็ถามน้องเค้าพูดไรเหรอ อาเจ๊เลยถามว่าคนประเทศอะไร น้องก็ตอบไปว่าไท่กั๋วเหริน เจ๊เลยพูดว่า สวัสดีค่ะ 🤣 น้องก็ถามเจ๊แกไปว่าเคยมาเมืองไทยมั้ย เจ๊แกก็บอกไม่เคย แล้วก็รัวจีนๆๆ ใส่ต่อ แล้วเราก็ฟังออกแค่ว่า เจ๊แกบอกว่าปู้สีฮวน นี่เลยถามน้องว่าเจ๊แกไม่ชอบอะไร น้องก็บอก ก็อารมณ์ไม่ชอบคนแถบบ้านเราแหล่ะ 😅 แต่เราก็ไม่ได้ฉุนอะไรนะ เพราะเจ๊แกก็ยังเม้าๆๆๆ รัวจีนต่อเรื่อย ๆ ที่เรารู้แค่ว่ามีพูดถึงหลิวเหลียน (ทุเรียน) แต่ก็ไม่รู้ว่าทุเรียนอะไรยังไง ก็เอ้อ ขนาดว่าไม่ชอบ แต่ก็ยังขยันคุย ก็เจ๊าๆ กันไป ตลกดี 🤣🤣 พอเม้าๆเสร็จ เผากระดาษเสร็จ ก็เลยเดินๆ ไปหาอะไรกินในตลาดเหราเหอ
🌸🌸เราไม่ได้มีแพลนว่าอยากกินอะไรแล้ว เพราะเสี่ยวหลงเปาก็ได้กินไปแล้ว… แล้วทีนี้พอฝนตกฉ่ำ ร้านที่น้องตั้งใจว่าจะให้ลอง ก็ดันปิด เลยไปลงเอยที่ร้านร้านนึง ชื่อร้านอะไรก็ไม่รู้ ลืมจำมา …แต่ร้านนี้จะมีขายข้าวราดหมูพะโล้ บักกุดเต๋ หอยนางรมทอดด้วย เลยตกลงร้านนี้แหล่ะ เพราะอยากลองหอยทอดบ้านเขาดู ก็สั่งเมนูหลักๆ พวกนี้มาหมด พร้อมด้วยเต้าหู้เหม็น ที่เราอ่านรีวิวไป90% ยี้เต้าหู้เหม็น เราเลยไม่อยากลอง แต่น้องบอกต้องลองนะพี่มาถึงไต้หวันแล้วทั้งที ซึ่งตอนที่เราได้กลิ่นครั้งแรก ยังพูดกับน้องว่า กลิ่นเหมือนใครต้มไส้หมูแถวนี้ ซึ่งมันเป็นกลิ่นเต้าหู้เหม็น ของที่ร้านนี้ จะเป็นเต้าหู้เหม็นทอดกรอบ ราดน้ำซอส โปะด้วยผักดองไว้แกล้ม พอได้ลองกินเท่านั้นแหล่ะ ฮื่ออออ อร่อยอ่ะ เปรี้ยวๆ แบบกินของหมักดอง แก้เลี่ยนดีออก แค่กลิ่นตัวนางแรงไปหน่อย แต่เราทนไหว เพราะเราชอบกินไส้ 🤣🤣 แล้วเราก็ฟาดทุกอย่างเรียบหมด สำหรับร้านนี้เราให้คะแนน 9 เต็มสิบได้เลย แบบแวะมาซ้ำได้ เมนูหลากหลายราคาไม่แรง จบของคาว ปิดจบของวันที่โดนัท ร้าน Curly Mama‘s โดนัทออริจินัลเค้าอร่อยดีนะหน้าจะกรอบๆ โรยไอซ์ซิ่ง แต่เนื้อข้างในนุ่มอร่อยเลยล่ะ ชิ้นละ 45 เหรียญไต้หวัน ถือว่าเป็นราคาที่รับได้ เป็นอันจบทริปวันแรกของการตะลุยไต้หวันแบบเต็มวัน แยกย้ายกันกลับไปนอน เตรียมผจญภัยวันต่อไป ที่ทำใจไว้ 98% ว่าฝนฝนฝนมาเต็มที่แน่ แต่จะเที่ยวยังไง ให้ไม่ซกจนเกินไป 🤣🤣
To Be Continued…