เรื่องสั้นเรื่องที่สองของฉันค่ะ ใครแวะมาอ่านแนะนำติชมได้นะคะ....ขอบคุณมากค่ะ
เรื่อง นังแม่มด
วิทยาชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีเจ้าของร้านเช่าวิดีโอในเขตชุมชนเล็กๆที่แออัดไปด้วยผู้คนจากต่างดินต่างแดนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่จัดสรรที่ภาครัฐจัดไว้ให้ทุกคนต่างก็ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ พร้อมทั้งแบกภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบทำงานในเมืองหลวงที่มีแต่ความวุ่นวายแต่ก็ต้องดิ้นรนสู้กันต่อ
วิทยาก็เป็นคนต่างจังหวัดอีกคนที่ต้องเดินทางมาทำงานที่เมืองหลวงแต่เขาโชคดีหน่อยที่ไม่ต้องทำงานกินเงินเดือนหรือต้องไปรับจ้างใคร เขาได้มาเป็นเจ้าของร้านวิดีโอนี้ได้ก็เพราะความช่วยเหลือจากพี่สาวที่ยกร้านนี้ให้เขาดูแล หรือจะเรียกอีกทีว่าเขาได้รับมรดกจากพี่สาวที่ตอนนี้แต่งงานกับชาวต่างชาติและย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ส้มหล่นทับเขาแบบเต็มๆโดยที่ไม่ต้องดิ้นรนไปเป็นลูกจ้างใคร ร้านนี้เปิดมานานถึงสี่ปีแล้วถึงไม่ใช่ร้านที่ใหญ่โตมากมายแต่ก็ถือได้ว่ามีลูกค้ามากพอดู และก็สร้างรายได้ให้เขาเป็นอย่างดี
วิทยาเป็นชายหนุ่มที่รูปร่างสูงโปร่งออกจะตัวใหญ่กว่าชายหนุ่มแถวนั้นเล็กน้อยแต่ก็ถือได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่หุ่นดีทีเดียวเขาไว้หนวดเครารกรุงรังกับทรงผมยุ่งเหยิงที่เห็นได้จัดว่าไม่เคยเจอหวีมานาน
วันนี้วิทยาต้องทำงานหนักเป็นพิเศษเนื่องด้วยลูกน้องคนเก่าลาออกแบบไม่บอกกล่าวติดต่อไม่ได้ง่ายๆคือหายไปเลย เขาจึงต้องดูร้านคนเดียวมาเป็นอาทิตย์แล้วและวันนี้มีเด็กใหม่มาสมัครงานเขาก็รับเข้าทำงานทัน แต่ก็นั่นล่ะการสอนงานเด็กใหม่เหนื่อยยิ่งกว่าต้องทำงานคนเดียว
“โต้ มีหนังใหม่มาต้องเอามาจัดหน้าร้านแบบนี้นะให้ลูกค้าเห็นได้ชัดๆ” วิทยาพูดพลางกับจัดเรียงให้เด็กใหม่ดู
“โอเค เลยพี่เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ”
เด็กใหม่นามว่าโต้วัยสิบแปดปี ตอบด้วยเสียงสดใสร่าเริงและกระตื้อรื้อร้นที่จะทำงานอย่างเต็มที่ โต้เป็นเด็กหนุ่มแถวนั้นและเคยถูกตำรวจจับมาแล้วด้วยข้อหาที่ไปขับรถแว๊นก่อกวนและสร้างความรำคาญให้ผู้อื่น รวมทั้งเคยได้รับการบำบัดรักษาให้เลิกยาเสพติดมาหมาดเมื่อสามวันนี้เอง วิทยารับเขามาทำงานด้วยความที่อยากช่วยและหวังว่าเมื่อโต้ได้มาทำงานคงไม่หันไปยุ่งกับเรื่องไม่ดีอีกและโต้ยังรับปากกับผู้เป็นแม่ว่าจะไม่กลับไปยุ่งกับเรื่องพวกนั้นอีกและจะตั้งใจขยันทำงานเก็บเงินให้แม่
“เสร็จแล้วก็ตามพี่มาที่เคาเตอร์นะ พี่จะสอนการทำงานรายการยืมคืน” วิทยาพูดเสร็จก็เดินหายวับเข้าไปข้างหลังเคาเตอร์ที่มีลูกค้ายืนรออยู่สองคน
“ครับๆ ลูกพี่” โต้ตอบเสียงดังลั่นร้าน
มันกลัวกูไม่ได้ยินหรือไงว่ะ วิทยานึกในใจ
สี่ทุ่มตรงถึงเวลาที่ต้องปิดร้านแต่ก็ยังมีลูกค้าหลงเหลืออยู่อีกสามราย ที่เลือกหนังอย่างไม่ค่อยจะรีบร้อนเท่าไหร่ ทั้งวิทยาและโต้ต่างก็เหนื่อยอ่อนไปตามๆกันเพราะเป็นวันหยุดและลูกค้าก็เยอะเป็นพิเศษ สี่ทุ่มครึ่งจึงสามารเคลียร์ลูกค้าทั้งสามรายออกจากร้านหมด วิทยาสั่งเด็กใหม่ให้รีบปิดไฟปิดร้านอย่างทันทีเพราะไม่อยากจะรับลูกค้าแล้ว
“กลับแล้วครับพี่วิท” โต้หันมาบอกเจ้าของร้านที่เดินมาส่งหน้าประตูและพร้อมจะปิดร้าน โต้ยกมือไหว้วิทยาอย่างงดงามก่อนจะเดินไปจับมอเตอร์ไซด์ของตนที่จอดอยู่หน้าร้าน
“รีบกลับบ้านล่ะ ฝนกำลังจะตกอย่าไปหนีแว๊นที่ไหนอีกล่ะ”
“ไม่เอาแล้วครับ เดี๋ยวโดนจับอีก ฮ่าๆ” โต้ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีก่อนจะสตาทร์เครื่องยนตร์และบิดรถอย่างแรงใส่หน้าวิทยาแบบกวนๆ
“ไปเลยไอ้ตีนผี” วิทยาตะโกนหยอก พลางกับปิดประตูร้านทันที
วิทยาเดินขึ้นชั้นสองที่ใช้สำหรับเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาที่ห้ามใครเข้ามาโดยเด็ดขาด วิทยาเดินเข้าห้องนอนด้วยความเหนื่อยล้าเป็นไปได้เขาแทบจะไม่อยากอาบน้ำเลยก็ว่าได้ อยากล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มๆอย่างสบายเนื้อสบายตัว เปิดประตูห้องอย่างงุ่มงามพลางกับควนหาที่ปุ่มเปิดไฟที่อยู่ข้างผนัง แสงไฟสีขาวนวลสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วทุกมุมห้อง แต่สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าและทำให้เขาต้องยืนตาค้างด้วยความตกตะลึงและมึนงง
คือสาวน้อยวัยละอ่อนหน้าตาสดใสน่ารักดวงตากลมโตผมหยิกสีน้ำตาลเข้มปะบ่า กับผิวพรรณที่ออกจะขาวกว่าคนปกติที่เขาเคยเห็นมาเลยก็ว่าได้ เธออยู่ในชุดที่เขาไม่รู้ว่าเป็นชุดหรือเปล่า เหมือนเธอเอาผ้าม่านหลากหลายสีมาพันรอบตัวเธอยาวมาจนถึงปลายเท้า เธอนั่งอยู่บนที่นอนเขาและกำลังส่งยิ้มแฉ่งมาที่เขา
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อรินด้า คุณจะเรียกฉันว่ารินนี่ก็ได้นะฉันมาที่นี่เพื่อเป็นภรรยาคุณ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดใสราวกับว่าเป็นเรื่องปกติที่คนปกติเขาทำกัน
“ห๊า อะไรนะ เธอจะมาเป็นภรรยาผมหรือ นี่ๆนังหนูกลับบ้านไปเลยไป” วิทยาพูดอย่างหงุดหงิดขี้เกียจที่จะต่อกรกับเด็กที่ไม่รู้เดียงสา เขาทำมือโบกไล่เธอพร้อมกับเปิดประตูค้างไว้เขาไม่อยากจะถามไถ่หรอกว่าเธอเข้ามาได้อย่างไรขอให้เธอออกไปให้พ้นๆห้องเขาก็พอ
“หยาบคายมาก” เธอพูดตอบเขาและยังนั่งอยู่บนเตียงนอนไม่มีวี่แววว่าจะลุกขึ้นง่ายๆ
“หยาบคายอะไรนังหนู จะออกไปดีๆหรือจะให้พี่โทรเรียกตำรวจล่ะ” เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ออกมาและพร้อมจะทำตามอย่างที่เขาพูดทันที
แต่ยังไม่ได้จะทำอะไร ประตูห้องที่เขาเปิดอยู่ก็ปิดปังลงพร้อมทั้งล็อคกลอนอย่างแน่นหนา โทรศัพท์ที่เขาถืออยู่ลอยละลิ่วไปอยู่ในมือของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนที่นอนของเขาอย่างว่าง่าย
เขาได้แต่ยืนตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคิดอยู่ในใจ เอาล่ะมั้ยกูเจอผีหลอกโจ่งแจ้งเลย เขาเซถอยหลังจนไปชนประตูที่ปิดอยู่เขาพยายามใช้มือหมุนลูกบิดเพื่อที่จะเปิดประตูแต่ก็เป็นความพยายามที่ล้มเหลว
“ถ้าคุณจะยินดีฟังฉันพูดซักหน่อยนะ” เธอยังคงนั่งอยู่บนที่นอนในท่าเดิมแต่มือกับโบกสะบัดไม้สีดำสนิทยาวสิบสองนิ้วไปมาอย่างอารมณ์ดีและดูจะสนุกสนานเป็นที่สุด
“อยากพูดอะไรก็รีบๆพูดมา” วิทยายังคงยืนเกาะติดประตูแน่นมือคอยจะหมุนลูกบิดอยู่เพราะนี่คงเป็นทางออกทางเดียวที่เขาจะออกไปได้
“ฉันเป็นแม่มด” เธอขยับท่านั่งที่ผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิมแต่ยังคงโบกสะบัดไม้ที่อยู่ในมืออยู่
นี่เราเจอคนบ้าเข้าแล้ว จะเป็นแม่มดผีอะไรก็ช่างเถอะแต่ออกไปให้พ้นห้องผมได้มั้ยนี่ วิทยาพูดคนเดียวในใจ แต่มือยังบิดกลอนประตู
“เปิดไม่ได้หรอกค่ะ มันถูกปิดด้วยคาถา” รินนี่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“คุณต้องการอะไร” วิทยาเริ่มดึงสติกลับมาที่ห้องของตัวเองเพราะคิดว่าคงหนีไม่ได้จริงๆ
“ฉันเลือกคุณให้คุณมาเป็นสามีของฉันค่ะ เอ่อ มันค่อยข้างจะซับซ้อนนะ พวกเรา ฉันหมายถึงเหล่าแม่มดนะ เมื่อเติบโตในโลกของเวทมนตร์จริงๆพวกเขาจะใช้ชีวิตค่อนข้างลำบากในโลกของมนุษย์ ฉันแค่อยากให้ลูกของฉันเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับแม่มด เอ่อ คุณต้องเข้าใจนะว่าแม่มดอย่างพวกเรามีตัวตนจริงๆเดินสวนทางกับผู้คนอยู่ทุกวี่วัน บางคนก็กลมกลืนแต่บางคนก็ถูกมองว่าเป็นคนบ้า คือทำตัวไม่ปกตินะค่ะ” ตอนนี้เธอวางไม้ที่ถืออยู่บนที่นอนเขาคร้านที่จะโบกสะบัดแล้ว
“คุณก็เลยจะให้ผมเป็นสามีคุณเผื่อที่ลูกคุณออกมาจะได้ดูเป็น ปกติ ใช่มั้ย” เขาโต้ตอบกลับอย่างทันควัน
“นั่นไง คุณฉลาดเข้าใจง่ายดี”
“ผมไม่ยอมเป็นสามีกับนังเด็กน้อยหรอกนะและจะไม่เป็นสามีกับแม่มดด้วย เข้าใจแล้วออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้”
“หยาบคายมาก การเรียกฉันว่านังหนู นังเด็กน้อย หยาบคายมาก รู้อะไรมั้ยมนุษย์อย่างคุณต้องได้รับบทเรียนบ้างล่ะ” เธอหยิบไม้ที่วางอยู่บนที่โบกสะบัดสามที
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของคนที่ยืนอยู่ประตูดังก้องไปทั่วห้อง จมูกของเขายื่นยาวออกมาเกือบสิบเซน เขาใช้มือจับจมูกตัวเองด้วยตกใจ
“ฉันอายุสามร้อยปีเห็นได้ชัดว่าฉันไม่ใช่เด็กน้อยเลย”รินนี่ทำหน้าตาน่ารักใส่เขาอย่างที่สุด
“ตายๆตายแน่ๆ” วิทยาพูดกับตัวเองก่อนจะหันหน้าไปที่ประตูแล้วใช้ศรีษะโขกกับประตูเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป ครั้งที่หนึ่งไม่เจ็บ ครั้งที่สองไม่เจ็บและครั้งที่สามสุดแรงเกิดไม่เจ็บ เขาหันมามองหญิงสาวด้วยใบหน้าแห่งผู้ชนะ
“ฮะฮ่า ผมแค่ฝันไปคุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก จมูกผมพอตื่นมาก็กลับมาเข้าที่อย่างเดิมแล้วคุณก็หายไปนังแม่มด” เขาพูดเสียงดังใส่เธอแล้วเดินตรงไปที่เตียงนอนอย่างไม่รู้สึกกลัวอีก เขากระโดดขึ้นที่นอนอย่างสบายอารมณ์โดยไม่สนใจรินนี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ
“คุณไม่คิดหรือค่ะว่าฉันใช้คาถาไม่ให้คุณเจ็บ” รินนี่หันไปบอกเขาที่นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างๆเธอแบบไม่สนใจ ไม่นานเสียงกรนของเขาก็ดังกลบเสียงของเธอ….
เช้าวันใหม่วิทยาตื่นมาด้วยอารมณ์ที่สดชื่นหลังจากที่ได้นอนหลับเต็มอิ่ม วิทยาบิดขี้เกียจเพื่อทำให้ตื่นตัวพร้อมที่จะทำงาน ทันใดนั้นสายตาเขาก็หยุดตรงที่ลูกบิดประตู เรื่องราวในค่ำคืนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
แม่มด
จมูกยื่น เขาใช้มือจับตรวจที่จมูกตัวเอง จมูกของเขาเป็นปกติดี เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
และบอกกับตัวเอง
"ไม่มีแม่มด ไม่มีจมูกยื่น ไม่ต้องไปเป็นสามีแม่มด ไม่มีอะไรทั้งนั้น" วิทยาพูดกับตัวเองแล้วมองไปรอบๆห้องทุกอย่างปกติดี
ฮ่า ฮ่า วิทยาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ที่แท้ก็ฝันไปนี่เอง
วิทยาอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาทำงานอย่างปกติทำราวกับว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่มีผลอะไรกับเขาเลย
"เมื่อคืนหลับสบายมั้ยครับพี่วิท" เสียงโต้ตะโกนทักเจ้านายเขาพูดโดนไม่ได้หันมองวิทยามือท้ั้งสองกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดหนังใหม่เข้าชั้นให้เป็นระเบียบ
"มาเช้าเลยนะวันนี้" วิทยาถามลูกน้องอย่างแปลกใจปกติแล้วจะมาสายตลอด
"ผมมารอพบรินนี่ได้ข่าวว่ามาที่นี้" โต้หยุดงานที่ทำแล้วหันมาพูดกับวิทยาอย่างจริงจัง
วิทยาได้ยินสิ่งที่โต้พูดถึงกับตัวแข็งทื่อข้าวของที่ถืออยู่ในมือหล่นลงไปกองที่พื้น เขาจ้องมองโต้อย่างตื่นตกใจ
"พี่คงคิดว่าสิ่งที่พี่เห็นเมื่อคืนเป็นความฝันซินะ ผมขอบอกเลยเป็นเรื่องจริง" โต้บอกกล่าวหน้าตาเฉยแล้วเริ่มลงมือทำงานต่อ
วิทยาเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต้
"นายรู้จักรินนี่ได้ไง หมายความว่าไงบอกมา"
"ผมเป็นเพื่อนกับรินนี่ และที่พี่รู้นั่นล่ะ รินนี่เป็นแม่มด"โต้พูดพลางขยิบตาให้เจ้านาย
"งั้น งั้น นายก็เป็นพ่อมดใช่มั้ย" ว่าเสร็จวิทยารีบถอยห่างออกมาทันที
"ผมเป็นลูกครึ่งนะ" โต้ขยิบตาให้เขา พลางกระซิบเบาๆว่า "ครึ่งคนครึ่งแม่มด"
และเขาก็พูดต่ออย่างอารมณ์ดี "อีกหน่อยพี่ก็จะเป็น"
"เป็นอะไร" วิทยาถามอย่างอยากรู้
"เป็นเหมือนพ่อผมไง เป็นผัวแม่มด อิอิ" โต้ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีแต่เล่นเอาคนฟังขนลุกซ่า
"นั่นไงมาแล้วเมียพี่" โต้ชี้มือไปทางถนนข้างหน้าตรงที่รินนี่ยืนอยู่ท้ังสองต่างโบกไม้โบกมือให้กัน....
วิทยายืนมองสาวน้อยที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้เขา ณ.วินาทีนี้เขานึกอยากมีคาถาเสกตัวเองให้หายไปจากตรงนี้....
จบแล้วเจ้าค่ะ..^_^...
(ได้มาปรับเปลี่ยนตอนจบใหม่ให้มันดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้นค่ะ)
**นังแม่มด**
เรื่อง นังแม่มด
วิทยาชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีเจ้าของร้านเช่าวิดีโอในเขตชุมชนเล็กๆที่แออัดไปด้วยผู้คนจากต่างดินต่างแดนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่จัดสรรที่ภาครัฐจัดไว้ให้ทุกคนต่างก็ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ พร้อมทั้งแบกภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบทำงานในเมืองหลวงที่มีแต่ความวุ่นวายแต่ก็ต้องดิ้นรนสู้กันต่อ
วิทยาก็เป็นคนต่างจังหวัดอีกคนที่ต้องเดินทางมาทำงานที่เมืองหลวงแต่เขาโชคดีหน่อยที่ไม่ต้องทำงานกินเงินเดือนหรือต้องไปรับจ้างใคร เขาได้มาเป็นเจ้าของร้านวิดีโอนี้ได้ก็เพราะความช่วยเหลือจากพี่สาวที่ยกร้านนี้ให้เขาดูแล หรือจะเรียกอีกทีว่าเขาได้รับมรดกจากพี่สาวที่ตอนนี้แต่งงานกับชาวต่างชาติและย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ส้มหล่นทับเขาแบบเต็มๆโดยที่ไม่ต้องดิ้นรนไปเป็นลูกจ้างใคร ร้านนี้เปิดมานานถึงสี่ปีแล้วถึงไม่ใช่ร้านที่ใหญ่โตมากมายแต่ก็ถือได้ว่ามีลูกค้ามากพอดู และก็สร้างรายได้ให้เขาเป็นอย่างดี
วิทยาเป็นชายหนุ่มที่รูปร่างสูงโปร่งออกจะตัวใหญ่กว่าชายหนุ่มแถวนั้นเล็กน้อยแต่ก็ถือได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่หุ่นดีทีเดียวเขาไว้หนวดเครารกรุงรังกับทรงผมยุ่งเหยิงที่เห็นได้จัดว่าไม่เคยเจอหวีมานาน
วันนี้วิทยาต้องทำงานหนักเป็นพิเศษเนื่องด้วยลูกน้องคนเก่าลาออกแบบไม่บอกกล่าวติดต่อไม่ได้ง่ายๆคือหายไปเลย เขาจึงต้องดูร้านคนเดียวมาเป็นอาทิตย์แล้วและวันนี้มีเด็กใหม่มาสมัครงานเขาก็รับเข้าทำงานทัน แต่ก็นั่นล่ะการสอนงานเด็กใหม่เหนื่อยยิ่งกว่าต้องทำงานคนเดียว
“โต้ มีหนังใหม่มาต้องเอามาจัดหน้าร้านแบบนี้นะให้ลูกค้าเห็นได้ชัดๆ” วิทยาพูดพลางกับจัดเรียงให้เด็กใหม่ดู
“โอเค เลยพี่เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ”
เด็กใหม่นามว่าโต้วัยสิบแปดปี ตอบด้วยเสียงสดใสร่าเริงและกระตื้อรื้อร้นที่จะทำงานอย่างเต็มที่ โต้เป็นเด็กหนุ่มแถวนั้นและเคยถูกตำรวจจับมาแล้วด้วยข้อหาที่ไปขับรถแว๊นก่อกวนและสร้างความรำคาญให้ผู้อื่น รวมทั้งเคยได้รับการบำบัดรักษาให้เลิกยาเสพติดมาหมาดเมื่อสามวันนี้เอง วิทยารับเขามาทำงานด้วยความที่อยากช่วยและหวังว่าเมื่อโต้ได้มาทำงานคงไม่หันไปยุ่งกับเรื่องไม่ดีอีกและโต้ยังรับปากกับผู้เป็นแม่ว่าจะไม่กลับไปยุ่งกับเรื่องพวกนั้นอีกและจะตั้งใจขยันทำงานเก็บเงินให้แม่
“เสร็จแล้วก็ตามพี่มาที่เคาเตอร์นะ พี่จะสอนการทำงานรายการยืมคืน” วิทยาพูดเสร็จก็เดินหายวับเข้าไปข้างหลังเคาเตอร์ที่มีลูกค้ายืนรออยู่สองคน
“ครับๆ ลูกพี่” โต้ตอบเสียงดังลั่นร้าน
มันกลัวกูไม่ได้ยินหรือไงว่ะ วิทยานึกในใจ
สี่ทุ่มตรงถึงเวลาที่ต้องปิดร้านแต่ก็ยังมีลูกค้าหลงเหลืออยู่อีกสามราย ที่เลือกหนังอย่างไม่ค่อยจะรีบร้อนเท่าไหร่ ทั้งวิทยาและโต้ต่างก็เหนื่อยอ่อนไปตามๆกันเพราะเป็นวันหยุดและลูกค้าก็เยอะเป็นพิเศษ สี่ทุ่มครึ่งจึงสามารเคลียร์ลูกค้าทั้งสามรายออกจากร้านหมด วิทยาสั่งเด็กใหม่ให้รีบปิดไฟปิดร้านอย่างทันทีเพราะไม่อยากจะรับลูกค้าแล้ว
“กลับแล้วครับพี่วิท” โต้หันมาบอกเจ้าของร้านที่เดินมาส่งหน้าประตูและพร้อมจะปิดร้าน โต้ยกมือไหว้วิทยาอย่างงดงามก่อนจะเดินไปจับมอเตอร์ไซด์ของตนที่จอดอยู่หน้าร้าน
“รีบกลับบ้านล่ะ ฝนกำลังจะตกอย่าไปหนีแว๊นที่ไหนอีกล่ะ”
“ไม่เอาแล้วครับ เดี๋ยวโดนจับอีก ฮ่าๆ” โต้ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีก่อนจะสตาทร์เครื่องยนตร์และบิดรถอย่างแรงใส่หน้าวิทยาแบบกวนๆ
“ไปเลยไอ้ตีนผี” วิทยาตะโกนหยอก พลางกับปิดประตูร้านทันที
วิทยาเดินขึ้นชั้นสองที่ใช้สำหรับเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาที่ห้ามใครเข้ามาโดยเด็ดขาด วิทยาเดินเข้าห้องนอนด้วยความเหนื่อยล้าเป็นไปได้เขาแทบจะไม่อยากอาบน้ำเลยก็ว่าได้ อยากล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มๆอย่างสบายเนื้อสบายตัว เปิดประตูห้องอย่างงุ่มงามพลางกับควนหาที่ปุ่มเปิดไฟที่อยู่ข้างผนัง แสงไฟสีขาวนวลสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วทุกมุมห้อง แต่สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าและทำให้เขาต้องยืนตาค้างด้วยความตกตะลึงและมึนงง
คือสาวน้อยวัยละอ่อนหน้าตาสดใสน่ารักดวงตากลมโตผมหยิกสีน้ำตาลเข้มปะบ่า กับผิวพรรณที่ออกจะขาวกว่าคนปกติที่เขาเคยเห็นมาเลยก็ว่าได้ เธออยู่ในชุดที่เขาไม่รู้ว่าเป็นชุดหรือเปล่า เหมือนเธอเอาผ้าม่านหลากหลายสีมาพันรอบตัวเธอยาวมาจนถึงปลายเท้า เธอนั่งอยู่บนที่นอนเขาและกำลังส่งยิ้มแฉ่งมาที่เขา
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อรินด้า คุณจะเรียกฉันว่ารินนี่ก็ได้นะฉันมาที่นี่เพื่อเป็นภรรยาคุณ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดใสราวกับว่าเป็นเรื่องปกติที่คนปกติเขาทำกัน
“ห๊า อะไรนะ เธอจะมาเป็นภรรยาผมหรือ นี่ๆนังหนูกลับบ้านไปเลยไป” วิทยาพูดอย่างหงุดหงิดขี้เกียจที่จะต่อกรกับเด็กที่ไม่รู้เดียงสา เขาทำมือโบกไล่เธอพร้อมกับเปิดประตูค้างไว้เขาไม่อยากจะถามไถ่หรอกว่าเธอเข้ามาได้อย่างไรขอให้เธอออกไปให้พ้นๆห้องเขาก็พอ
“หยาบคายมาก” เธอพูดตอบเขาและยังนั่งอยู่บนเตียงนอนไม่มีวี่แววว่าจะลุกขึ้นง่ายๆ
“หยาบคายอะไรนังหนู จะออกไปดีๆหรือจะให้พี่โทรเรียกตำรวจล่ะ” เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ออกมาและพร้อมจะทำตามอย่างที่เขาพูดทันที
แต่ยังไม่ได้จะทำอะไร ประตูห้องที่เขาเปิดอยู่ก็ปิดปังลงพร้อมทั้งล็อคกลอนอย่างแน่นหนา โทรศัพท์ที่เขาถืออยู่ลอยละลิ่วไปอยู่ในมือของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนที่นอนของเขาอย่างว่าง่าย
เขาได้แต่ยืนตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคิดอยู่ในใจ เอาล่ะมั้ยกูเจอผีหลอกโจ่งแจ้งเลย เขาเซถอยหลังจนไปชนประตูที่ปิดอยู่เขาพยายามใช้มือหมุนลูกบิดเพื่อที่จะเปิดประตูแต่ก็เป็นความพยายามที่ล้มเหลว
“ถ้าคุณจะยินดีฟังฉันพูดซักหน่อยนะ” เธอยังคงนั่งอยู่บนที่นอนในท่าเดิมแต่มือกับโบกสะบัดไม้สีดำสนิทยาวสิบสองนิ้วไปมาอย่างอารมณ์ดีและดูจะสนุกสนานเป็นที่สุด
“อยากพูดอะไรก็รีบๆพูดมา” วิทยายังคงยืนเกาะติดประตูแน่นมือคอยจะหมุนลูกบิดอยู่เพราะนี่คงเป็นทางออกทางเดียวที่เขาจะออกไปได้
“ฉันเป็นแม่มด” เธอขยับท่านั่งที่ผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิมแต่ยังคงโบกสะบัดไม้ที่อยู่ในมืออยู่
นี่เราเจอคนบ้าเข้าแล้ว จะเป็นแม่มดผีอะไรก็ช่างเถอะแต่ออกไปให้พ้นห้องผมได้มั้ยนี่ วิทยาพูดคนเดียวในใจ แต่มือยังบิดกลอนประตู
“เปิดไม่ได้หรอกค่ะ มันถูกปิดด้วยคาถา” รินนี่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“คุณต้องการอะไร” วิทยาเริ่มดึงสติกลับมาที่ห้องของตัวเองเพราะคิดว่าคงหนีไม่ได้จริงๆ
“ฉันเลือกคุณให้คุณมาเป็นสามีของฉันค่ะ เอ่อ มันค่อยข้างจะซับซ้อนนะ พวกเรา ฉันหมายถึงเหล่าแม่มดนะ เมื่อเติบโตในโลกของเวทมนตร์จริงๆพวกเขาจะใช้ชีวิตค่อนข้างลำบากในโลกของมนุษย์ ฉันแค่อยากให้ลูกของฉันเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับแม่มด เอ่อ คุณต้องเข้าใจนะว่าแม่มดอย่างพวกเรามีตัวตนจริงๆเดินสวนทางกับผู้คนอยู่ทุกวี่วัน บางคนก็กลมกลืนแต่บางคนก็ถูกมองว่าเป็นคนบ้า คือทำตัวไม่ปกตินะค่ะ” ตอนนี้เธอวางไม้ที่ถืออยู่บนที่นอนเขาคร้านที่จะโบกสะบัดแล้ว
“คุณก็เลยจะให้ผมเป็นสามีคุณเผื่อที่ลูกคุณออกมาจะได้ดูเป็น ปกติ ใช่มั้ย” เขาโต้ตอบกลับอย่างทันควัน
“นั่นไง คุณฉลาดเข้าใจง่ายดี”
“ผมไม่ยอมเป็นสามีกับนังเด็กน้อยหรอกนะและจะไม่เป็นสามีกับแม่มดด้วย เข้าใจแล้วออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้”
“หยาบคายมาก การเรียกฉันว่านังหนู นังเด็กน้อย หยาบคายมาก รู้อะไรมั้ยมนุษย์อย่างคุณต้องได้รับบทเรียนบ้างล่ะ” เธอหยิบไม้ที่วางอยู่บนที่โบกสะบัดสามที
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของคนที่ยืนอยู่ประตูดังก้องไปทั่วห้อง จมูกของเขายื่นยาวออกมาเกือบสิบเซน เขาใช้มือจับจมูกตัวเองด้วยตกใจ
“ฉันอายุสามร้อยปีเห็นได้ชัดว่าฉันไม่ใช่เด็กน้อยเลย”รินนี่ทำหน้าตาน่ารักใส่เขาอย่างที่สุด
“ตายๆตายแน่ๆ” วิทยาพูดกับตัวเองก่อนจะหันหน้าไปที่ประตูแล้วใช้ศรีษะโขกกับประตูเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป ครั้งที่หนึ่งไม่เจ็บ ครั้งที่สองไม่เจ็บและครั้งที่สามสุดแรงเกิดไม่เจ็บ เขาหันมามองหญิงสาวด้วยใบหน้าแห่งผู้ชนะ
“ฮะฮ่า ผมแค่ฝันไปคุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก จมูกผมพอตื่นมาก็กลับมาเข้าที่อย่างเดิมแล้วคุณก็หายไปนังแม่มด” เขาพูดเสียงดังใส่เธอแล้วเดินตรงไปที่เตียงนอนอย่างไม่รู้สึกกลัวอีก เขากระโดดขึ้นที่นอนอย่างสบายอารมณ์โดยไม่สนใจรินนี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ
“คุณไม่คิดหรือค่ะว่าฉันใช้คาถาไม่ให้คุณเจ็บ” รินนี่หันไปบอกเขาที่นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างๆเธอแบบไม่สนใจ ไม่นานเสียงกรนของเขาก็ดังกลบเสียงของเธอ….
เช้าวันใหม่วิทยาตื่นมาด้วยอารมณ์ที่สดชื่นหลังจากที่ได้นอนหลับเต็มอิ่ม วิทยาบิดขี้เกียจเพื่อทำให้ตื่นตัวพร้อมที่จะทำงาน ทันใดนั้นสายตาเขาก็หยุดตรงที่ลูกบิดประตู เรื่องราวในค่ำคืนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
แม่มด
จมูกยื่น เขาใช้มือจับตรวจที่จมูกตัวเอง จมูกของเขาเป็นปกติดี เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
และบอกกับตัวเอง
"ไม่มีแม่มด ไม่มีจมูกยื่น ไม่ต้องไปเป็นสามีแม่มด ไม่มีอะไรทั้งนั้น" วิทยาพูดกับตัวเองแล้วมองไปรอบๆห้องทุกอย่างปกติดี
ฮ่า ฮ่า วิทยาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ที่แท้ก็ฝันไปนี่เอง
วิทยาอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาทำงานอย่างปกติทำราวกับว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่มีผลอะไรกับเขาเลย
"เมื่อคืนหลับสบายมั้ยครับพี่วิท" เสียงโต้ตะโกนทักเจ้านายเขาพูดโดนไม่ได้หันมองวิทยามือท้ั้งสองกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดหนังใหม่เข้าชั้นให้เป็นระเบียบ
"มาเช้าเลยนะวันนี้" วิทยาถามลูกน้องอย่างแปลกใจปกติแล้วจะมาสายตลอด
"ผมมารอพบรินนี่ได้ข่าวว่ามาที่นี้" โต้หยุดงานที่ทำแล้วหันมาพูดกับวิทยาอย่างจริงจัง
วิทยาได้ยินสิ่งที่โต้พูดถึงกับตัวแข็งทื่อข้าวของที่ถืออยู่ในมือหล่นลงไปกองที่พื้น เขาจ้องมองโต้อย่างตื่นตกใจ
"พี่คงคิดว่าสิ่งที่พี่เห็นเมื่อคืนเป็นความฝันซินะ ผมขอบอกเลยเป็นเรื่องจริง" โต้บอกกล่าวหน้าตาเฉยแล้วเริ่มลงมือทำงานต่อ
วิทยาเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต้
"นายรู้จักรินนี่ได้ไง หมายความว่าไงบอกมา"
"ผมเป็นเพื่อนกับรินนี่ และที่พี่รู้นั่นล่ะ รินนี่เป็นแม่มด"โต้พูดพลางขยิบตาให้เจ้านาย
"งั้น งั้น นายก็เป็นพ่อมดใช่มั้ย" ว่าเสร็จวิทยารีบถอยห่างออกมาทันที
"ผมเป็นลูกครึ่งนะ" โต้ขยิบตาให้เขา พลางกระซิบเบาๆว่า "ครึ่งคนครึ่งแม่มด"
และเขาก็พูดต่ออย่างอารมณ์ดี "อีกหน่อยพี่ก็จะเป็น"
"เป็นอะไร" วิทยาถามอย่างอยากรู้
"เป็นเหมือนพ่อผมไง เป็นผัวแม่มด อิอิ" โต้ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีแต่เล่นเอาคนฟังขนลุกซ่า
"นั่นไงมาแล้วเมียพี่" โต้ชี้มือไปทางถนนข้างหน้าตรงที่รินนี่ยืนอยู่ท้ังสองต่างโบกไม้โบกมือให้กัน....
วิทยายืนมองสาวน้อยที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้เขา ณ.วินาทีนี้เขานึกอยากมีคาถาเสกตัวเองให้หายไปจากตรงนี้....
จบแล้วเจ้าค่ะ..^_^...
(ได้มาปรับเปลี่ยนตอนจบใหม่ให้มันดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้นค่ะ)