เบื่อชีวิต เลือกอะไร ระหว่างความสบายกายหรือสบายใจ??

กระทู้คำถาม
กระทู้แรกอยากถามเชิงปรึกษาปนบ่นๆระบายๆ

คือตอนนี้เราทำงานกับพ่อแม่อยู่ อายุก็ใกล้เลขสามแล้ว
ที่สำคัญ เรากำลังตั้งครรภ์ แต่วันนี้รู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำงาน ที่เรียกว่าธุรกิจส่วนตัวมากๆ
ปัญหาหลักๆที่ทำเราเบื่อหน่ายคือเรื่องคนนี่แหละค่ะ คือต้องมานั่งทะเลาะกับพ่อตัวเองเพราะเรื่องพวกนี้บ่อยมาก
ยิ่งช่วงเราท้อง หลายๆครั้งนั่งร้องไห้ไปเป็นวันๆ มันรู้สึกไม่เข้าใจทั้งคนอื่นและตัวเองว่าทำไมเป็นอย่างนี้อย่างนั้น
เรื่องวันนี้ที่เราหน่ายมากกกก เพราะเราจับได้ว่ามีพนักงานคนนึงขโมยของบริษัทไปขาย เราก็บอกพ่อกับพี่เรา
เค้าก็ดูตกใจนะคะ แต่ก็ไม่บอกว่าจะไล่ออก เราก็เลยยืนยันไปว่าสมควรไล่ออก เพราะขโมยของบริษัทมันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
พนักงานคนอื่นๆก็ทราบเรื่องอยู่เหมือนกัน เราว่าเงินที่เสียจากของที่ขโมยมันก็ส่วนหนึ่ง
แต่...มุมมองของพนักงานที่เหลือนี่แหละสำคัญมากกว่า
สุดท้ายพ่อก็ยืนยันไม่ไล่ออก หาว่าของที่เอาไปไม่มีมูลค่าเยอะแยะอะไร คือเราโกรธมากอ่ะ

คำถาม....1) ถ้าเป็นบริษัทอื่นๆเค้าลงโทษกันยังไงหรอคะ เราผิดด้วยหรอคะ ที่ไม่ให้อภัยไม่ขอตักเตือน เพราะถือว่าขโมย ของจะมูลค่าเท่าไหร่ก็ขโมย
2) พ่อเราเอาเราไปว่า ว่าเราดุดัน แข็งกระด้างมากเกินไป เราถามจริง??? สิ่งที่เราทำมันแข็งเกินไปจริงๆหรอ มันมากไปหรอ?
3) เราควรทิ้งธุรกิจของพ่อเรา แล้วออกมาเป็นพนักงานเงินเดือนดีมั้ย

คือจากข้อ 3 เนี่ย เราคิดๆไป สมัยเราทำงานเป็นพนักงาน มันก็มีเรื่องเบื่อๆนะคะ แต่มันไม่เครียดจนร้องไห้บ่อยแบบนี้
เราเครียดถึงเวลาเราก็ปล่อยวางได้ง่าย แต่ที่สุดท้ายลาออกมาทำกงสี เพราะเราก็อยากช่วยงานพ่อแม่เรา
ตอนเราทำงานเป็นลูกจ้างเค้า เราก็ต้องมารับฟังปัญหาพวกนี้จากการไม่ลงรอยกันของ พ่อ แม่ น้อง อยู่เรื่อยๆ
เราคิดว่าเราเข้ามาทำเราจะสามารถดิวให้อะไรๆเป็นระบบ ราบรื่นขึ้นได้
แต่ไม่เลย เราคิดผิดมาก(ความรู้สึกตอนนี้) คืออะไรที่เราคิดว่าถูก คิดว่าดี แต่ไม่ถูกใจเถ้าแก่ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
พอเราดึงดันจะให้เป็นแบบนี้แบบนั้น ก็กลายเป็นลูกอกกตัญญูอีก

ขออภัยนะคะ หากอ่านๆแล้วมันมึนๆ เพราะเราก็พิมพ์ครั้งแรก ไม่รู้จะไปถามใคร
(เพราะใครๆก็บอกให้ใจเย็นๆ แต่มันเย็นไม่ลงจริงๆ เครียดสะสมจนบางทีอยากจะหาจิตแพทย์)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่