JJNY : "ณรงค์ชัย"เอาแน่ ขึ้นภาษีแอลพีจี ปรับแบบขั้นบันได ไม่สนข้อเรียกร้อง

กระทู้คำถาม
"ณรงค์ชัย"ยันปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแอลพีจีภาคขนส่งแบบขั้นบันได จะไม่มีการทบทวบต่อข้อเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น เพราะยังเก็บต่ำกว่าเบนซินและดีเซลมาก ด้านเอกชนค้านหวั่นกระทบผู้ใช้รถยนต์ 1.3 ล้านราย ศูนย์ติดตั้งแอลพีจี เกิดปัญหาการลักลอบนำแอลพีจีภาคครัวเรือนไปใช้กับรถยนต์

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนโครงการด้านพลังงานระหว่างกลุ่มปตท. กับบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ว่า กระแสการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง ที่มีหลายฝ่ายออกมาคัดค้านนั้น เป็นนโยบายที่ต้องปรับขึ้น และจะไม่มีการทบทวนต่อข้อเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่น เนื่องจากปัจจุบันมีการจัดเก็บภาษีแอลพีจีเพียง 1.20 บาทต่อลิตร ขณะที่กลุ่มเบนซินและดีเซลจัดเก็บภาษีถึง 4-5 บาทต่อลิตร เบื้องต้นคาดว่าจะใช้วิธีจัดเก็บภาษีสรรพสามิตแอลพีจีแบบขั้นบันได ส่วน อี85 จะไม่มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพื่อส่งเสริมการใช้ของประชาชน และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ขณะที่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) จะพิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต หลังจากที่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 15 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) แต่กำหนดราคาจำหน่ายไว้ที่ 13 บาทต่อกก.

นายณรงค์ชัยกล่าวว่า ความคืบหน้าการแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนหน้าหรือเดือนกรกฎาคมนั้น หากผ่านความเห็นชอบก็จะสามารถประกาศเปิดให้เอกชนยื่นสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 จำนวน 29 แปลงได้

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานยืนยันไม่มีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนอย่างแน่นอน และขอย้ำให้ผู้ใช้ก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งทราบว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายยกเลิกใช้ก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่ง และจำเป็นต้องเดินหน้าปรับภาษีสรรพสามิตก๊าซแอลพีจีสำหรับภาคขนส่งตามนโยบายปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรมสูงสุดตามนโยบายของรัฐบาลแก่ผู้ใช้เชื้อเพลิงทุกประเภท

ด้านนายภาคภูมิเจียมจรัส อุปนายกสมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย กล่าวว่า จากที่รัฐบาลมีนโยบายปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตแอลพีจี เพื่อให้ประชาชนใช้ก๊าซแอลพีจีน้อยลง นโยบายดังกล่าวอาจกระทบต่อผู้ใช้รถยนต์แอลพีจี 1.3 ล้านราย และยังไม่ได้จดทะเบียนหลายอีกหลายแสนคน นอกจากนี้นโยบายดังกล่าวยังกระทบต่อภาคเอกชนที่ได้ลงทุนตั้งศูนย์ติดตั้งแอลพีจี ศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่ได้มาตรฐาน ดังนั้นหากภาคเอกชนต้องยุติธุรกิจดังกล่าวลงจะกระทบต่อประชาชน คาดว่านโยบายเก็บภาษีเพิ่มกระทบต่อมูลค่าธุรกิจแอลพีจีทั้งระบบกว่า 47,000 ล้านบาท จึงขอเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตแอลพีจี เพราะหากปรับเพิ่มอาจมีปัญหาการลักลอบนำแอลพีจีภาคครัวเรือนใช้อุปกรณ์ดัดแปลงมาเติมใส่รถยนต์ ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่