'เพ้ง'เข้มมาตรการประหยัดพลังงาน จ่อห้ามรถใหม่ติดก๊าซแอลพีจี ชาวบ้านโวยลั่นผูกขาดเอ็นจีวี

กระทู้ข่าว


คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

หมาหมาหมาหมา
          รัฐหักดิบเลิก "แอลพีจี" รถใหม่ อ้างแก้วิกฤติพลังงาน-ลดอุบัติเหตุ ชาวบ้านจวกผูกขาด "เอ็นจีวี" ชี้ปั๊มน้อย-รอนาน ส.อ.ท.ขานรับแก้ ไฟดับ 5 เม.ย. พร้อมใจปิดโรงงาน
          ภาวะการขาดแคลนพลังงานสำรอง ที่มีความวิตกกังวลว่าอาจมีแนวโน้มขยายระดับไปสู่จุดวิกฤติได้ในไม่ช้า ทำให้รัฐบาลต้องออกมากระตุ้นให้หน่วยงานราชการเป็นผู้นำในการลดการใช้พลังงาน ขณะเดียวกันรัฐบาลยังเตรียมออกมาตรการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการใช้ก๊าซธรรมชาติครั้งสำคัญ ด้วยการจำกัดการใช้ก๊าซแอลพีจีในรถยนต์ทั่วไป ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่า รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้รถยนต์ที่จดทะเบียนใหม่ใช้เชื่อเพลิงก๊าซแอลพีจีห้ามรถใหม่ติดแอลพีจี
          นางพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ได้ยืนยันต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ว่า รัฐบาลจะมีมาตรการจำกัดการใช้ก๊าซแอลพีจีในรถยนต์ โดยรถยนต์ที่จดทะเบียนใหม่จะไม่อนุญาตให้ใช้ก๊าซแอลพีจี ส่วนรถยนต์ เก่าที่จดทะเบียนใช้ก๊าซแอลพีจีอยู่แล้ว ยังอนุญาตให้ใช้ต่อไปได้
          "จากปัญหาการขาดแคลนก๊าซแอลพีจี และการเกิดอุบัติเหตุรถขนก๊าซแอลพีจีบ่อยช่วงนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลเห็นว่า ควรยกเลิกการใช้ก๊าซ แอลพีจีในรถยนต์ แต่ไม่ใช่การยกเลิกทั้งหมด เบื้องต้นรถที่ใช้เชื้อเพลงดังกล่าว ยังคงใช้ต่อไปได้ แต่อนาคตรถที่จดทะเบียนใหม่จะไม่ให้ใช้เชื้อเพลงแอลพีจี ส่วนคุณภาพของรถติดตั้งก๊าซ เอ็นจีวีนั้น จะให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงอุตสาหกรรมตรวจสอบให้ได้มาตรฐานและความ ปลอดภัยของผู้ใช้ "นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
          นายพงษ์ศักดิ์ชี้แจงถึงประเด็นการแก้ปัญหาขาดแคลนพลังงานสำรองของประเทศ ที่สืบเนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงแท่นก๊าซธรรมชาติของประเทศพม่าว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงอย่างมากที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ดังนั้นในอนาคตต้องพิจารณาหาพลังงานชนิดอื่นมาทดแทน อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาถึงค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นและผลกระทบต่อภาคประชาชน รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมในการแข่งขันกับตลาดโลกด้วย เช่น การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้า อาจทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกหน่วยละ 10 บาท
          "รัฐบาลมีแผนจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 5,400 ล้านเมกะวัตต์ เบื้องต้นจะทำที่ จ.กระบี่ โดยขณะนี้ ได้หารือกับ ส.ส.ในพื้นที่แล้ว และคาดว่าหากก่อสร้างได้แล้ว ภายใน 7-10 ปี โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ แต่ปัญหาการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขณะนี้คือประชาชนในพื้นที่ต่อต้านดังนั้น ขอให้ ส.ส.ในพื้นที่ช่วยพูดกับประชาชนให้เลิกต่อต้านด้วย " นายพงษ์ศักดิ์ ชี้แจง
          โวยผลักภาระ-ผูกขาดเอ็นจีวี
          วันเดียวกัน หลังปรากฎข่าวรัฐบาลมีแนวความคิดจะห้ามรถจดทะเบียนใหม่ติดตั้งก๊าซแอลพีจี ได้มีความคิดเห็นจากแฟนเพจคม ชัด ลึก สะท้อนความเห็นในมุมมองต่าง ๆ ตาม มา เช่น คุณ "G Wings Donwai" ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเพราะจะผูกขาดพลังงานก๊าซ เอ็นจีวีหรือเปล่า
          คุณ Bobo Cutz แนะนำว่า ควรกำหนดมาตรฐานร้านติดตั้งดีกว่า เขาติดตั้งกันเป็นแสน ๆ คัน มีปัญหาแค่ไม่กี่คัน แล้วจะให้ไปติดเอ็นจีวี ก็ใช่ที่ คุณ Srisongka Art บอกว่า ไม่เห็นด้วย...เป็นเรื่องของผลประโยชน์มากกว่า คุณ Venk Suyong มองว่า แอลพีจี หรือ ซีเอ็นจี (เอ็นจีวี) หรือ น้ำมันเบนซินทั้งหลาย ก็คือเชื้อ เพลิงเหมือนกัน ความอันตรายก็ไม่ต่างกัน อยู่ที่การติดตั้งอุปกรณ์ และการดูแลรักษา ไม่ใช่หรือ
          คุณ Somporn Sompreeda เขามีแต่ส่งเสริมพลังงานทางเลือก แต่นี่ดันมาห้าม คุณ Kasidin Saengwon ถามกลับมา มีปัญญาสร้างปั๊มเอนจีวี เยอะเหมือนแอลพีจี หรือไม่ เห็นรถรอเติมแก๊สที่เป็นชั่วโมง แล้วยังงกไม่ยอมให้เจ้าอื่นขาย ยังจะกล้าคิดรังแกประชาชนอีก คุณ Pong MeTee ชี้ว่า ก๊าซแอลพีจี มีตลาดแข่งขันบริการหลายเจ้า แต่เอ็นจีวีผูกขาดเจ้าเดียว เอื้อต่อใครปะเนี่ย ขณะที่ คุณ Tatum Sensopis เห็นว่า ไม่มีปัญหา ทำราคาน้ำมันให้มันเป็นไปตามความจริง เหลือลิตรละ 20 บาท คนก็เลิกใช้แก๊สกันแล้ว กล้าหรือเปล่า
          นายแม่สาย ประภาสะวัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม.เอส.แฟคตอรี่ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมผู้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้แก๊สสำหรับยานยนต์กล่าวว่า หากรัฐบาลมีนโยบายยกเลิกการติดตั้งแอลพีจีในรถยนต์ใหม่ เพื่อให้มีการใช้พลังงานถูกประเภทและลดการอุดหนุนหรือลดการนำเข้าก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าอ้างเรื่องความปลอดภัยคงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเพราะการติดตั้งแอลพีจีในรถยนต์สามารถควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยได้อยู่แล้ว ใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปล่อยให้สถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐานเปิดให้บริการอย่างแพร่หลาย
          "รถยนต์ที่ติดตั้ง แอลพีจีที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกมีอยู่กว่า 9 แสนคัน เกิดอุบัติเหตุประมาณ 10 คัน ถือว่าน้อยมาก เหตุที่เกิดขึ้นก็เพราะติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน ทำไมจึงเอาเหตุการณ์ส่วนน้อยมาทำให้กระทบคนส่วนใหญ่ และทำไมไม่ควบคุมคนทำไม่ดี ปล่อยให้เกิดผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน" นายแม่สาย กล่าว
          นายแม่สาย กล่าวอีกว่า เห็นด้วยกับนโยบายการใช้พลังงานให้ถูกต้องของรัฐบาล แต่ภาครัฐต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดกับประชาชนด้วย เพราะถ้าต้องการให้คนหันไปใช้เอ็นจีวีแทนแอลพีจี ต้องมีสถานีบริการรองรับให้เพียงพอ ซึ่งความจริงแล้วประชาชนก็อยากใช้เอ็นจีวีมากกว่าแอลพีจี เพราะราคาถูกกว่าและปลอดภัยกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการก็พร้อมจะปรับตัวตามนโยบายรัฐเพราะปัจจุบันสถานติดตั้งก๊าซส่วนใหญ่จะรับติดตั้งทั้งสองแบบอยู่แล้ว
          "ทุกวันนี้ผู้บริโภคติดตั้งแอลพีจี เพราะความจำเป็น หากรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน มีปั๊มเอ็นจีวีรองรับให้เพียงพอ ผมว่าคนไม่ลังเลที่จะหันไปใช้เอ็นจีวี เพราะราคาถูกกว่า ปลอดภัยกว่า และผู้ประกอบการอย่างผมก็พร้อมปรับธุรกิจไปตามนโยบาย แต่ขอให้รัฐแก้ปัญหาอย่างจริงจัง นโยบายต้องชัดเจนว่าจะเดินไปทางไหนเท่านั้นเอง " นายแม่สายกล่าว
          นายอภิสิทธิ์ ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสซีจี ออโต้แก๊ส จำกัด กล่าวว่า หลังจาก รมว. พลังงานออกมาให้ข่าวว่าจะควบคุมไม่ให้รถยนต์ติดตั้งก๊าซแอลพีจี ส่งผลให้ลูกค้ารายย่อยที่จะเข้ามาติดตั้งถังแอลพีจีลดลงประมาณ 50% เนื่องจากรอดูนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล
          ส.อ.ท.ขานรับปิด รง.5เม.ย.แก้ไฟดับ
          วันเดียวกัน มีการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงพลังงาน และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถึงแนวทางการรับมือภาวะขาดแคลนไฟฟ้าในเดือนเมษายน ซึ่งมีข้อสรุปเบื้องต้นว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพร้อมให้ความร่วมมือรัฐบาลในการลดกำลังการผลิตส่วนที่ไม่จำเป็นและโรงงานบางส่วนอาจปิดโรงงานในช่วงวันที่ 5 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่พลังงานสำรองเหลือน้อยที่สุด แล้วย้ายไปทำการผลิตในวันอื่นที่ไม่กระทบต่อปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศ
          นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรม จะทำให้มีปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจนพ้นขีดอันตรายโดยกระทรวงพลังงานจะประสานไปยัง ส.อ.ท.ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อ สรุปว่าภาคอุตสาหกรรมจะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากเพียงใด หากภาคอุตสาหกรรมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ก็จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าไปได้มาก เพราะภาคอุตสาหกรรมใช้ไฟฟ้าสูงถึง 40% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ถ้าลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 10% จะช่วยลดไฟฟ้าในภาพรวมของทั้งประเทศ ได้ถึง 4% ส่วนห้างสรรพสินค้าก็ให้ความร่วมมือเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในวันดังกล่าวเช่นเดียวกัน
          นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมจะพยายามเลื่อนวันทำงานจากวันที่ 5 เมษายนไปทำงานในช่วงวันหยุดอื่น เพราะช่วงวิกฤติสูงสุดจะอยู่ในวันดังกล่าว หากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หยุดผลิตในช่วงนั้น ก็จะช่วยประเทศชาติได้มาก โดย ส.อ.ท.จะนัดหารือสมาชิกทั้ง 42 กลุ่มอีกครั้ง ว่าจะให้ความร่วมมือประหยัดไฟฟ้าได้มากเท่าไหร่
          ขณะนี้ นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.กล่าวว่า กลุ่ม อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนมีสมาชิกทั้งหมดเกือบ 2,000 ราย หากสามารถสลับวันหยุดได้ก็จะสามารถแก้วิกฤตินี้ได้ โดยวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อหาข้อสรุปต่อไปใต้รับมือซื้อไฟมาเลย์เพิ่ม
          นายวรพจน์ อินทรทอง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมสำหรับรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าในเดือนเมษายนว่า ได้ประสานไปทางประเทศมาเลเซีย เพิ่มขอซื้อไฟฟ้าเพิ่มจากเดิม 300 เมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 600 เมกะวัตต์ต่อวัน พร้อมกับปิดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่เขาหัวควาย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโรงผลิตไฟฟ้าสำรองกำลังการผลิต 240 เมกะวัตต์ ต่อวัน และประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้เตรียมการสำหรับการปิดไฟในบางพื้นที่ หากเกิดปัญหาการผลิตของโรงไฟฟ้า แห่งหนึ่งแห่งใด ในช่วงนั้น
          "ตอนนี้เราเป็นห่วงว่า หากโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งแห่งใดมีปัญหาอาจจะทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ได้ เราจึงคุยกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทำการปิดไฟในบ้างพื้นที่ในช่วงพีค แต่ดับไม่นาน โดยให้ กฟภ.เลือกจะตัดไฟในช่วงไหน บ้าง เพื่อให้ระบบใหญ่อยู่ได้ ฉะนั้นเมืองเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว และโรงพยาบาล เราจะต้องรักษาไม่ให้กระทบ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ใช้ไฟ รายใหญ่เราก็จะดูแล " นายวรพจน์ กล่าว
          นายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพรนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า ตอนนี้ทางผู้ประกอบการโรงแรมในหาดใหญ่-สงขลามีการเตรียมพร้อมเครื่องปั่นไฟและน้ำมัน เพื่อรองรับหากเกิดไฟฟ้าดับในช่วงดังกล่าว เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อนักท่องเที่ยวที่เข้าพัก
          นพ.จิรชัย อมรไพโรจน์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรม เดอะ รอยัล พาราไดซ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของภาคเอกชนยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐ ซึ่งทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนในการแก้ปัญหา แต่หากไม่มีแผนชัดเจนก็คงต้องมาหารือเพื่อหาทางออกกันอีกครั้ง แม้โรงแรมจะมีไฟ้าสำรอง แต่ก็ใช้ได้เฉพาะในส่วนของไฟฉุกเฉิน หรือลิฟต์เท่านั้น แต่ไม่รวมในส่วนของแอร์ในห้องพักต่าง ๆ หากไม่มีการวางแผนจะมีปัญหากระทบต่อโรงแรมแน่นอน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่