***** เอาเเล้วไงประชาชนไทย เริ่มเห็นผลกันเเล้วสิ !!!! จ่อใช้มาตรา 44 ขึ้นภาษีเเก๊สแอลพีจี ****** (by : robinhood)

กระทู้สนทนา
รัฐบาล จ่อใช้มาตรา 44 ขึ้นภาษีแอลพีจี

     นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ใหม่ ถึงกรณีที่กระทรวงพลังงานมีแนวคิดปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแก๊สแอลพีจี ลิตรละ 2-3 บาท ว่า กรมสรรพาสามิตพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนทั้งหมด แต่ไม่สามารถตัดสินใจในส่วนนี้ได้ โดยต้องรายงานให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งหากมีคำสั่งใดลงมา กรมฯ ก็พร้อมจะปฏิบัติตามทันที

      ที่ผ่านมา ได้มีการศึกษาถึงแนวทางการปรับขึ้นภาษีดังกล่าว โดยเบื้องต้น อาจเป็นการจัดเก็บจากหัวจ่ายน้ำมัน ส่วนวิธีการจัดเก็บคงต้องมีการศึกษาอีกครั้ง และหากต้องแยกการจัดเก็บภาษีเฉพาะภาคขนส่งจะว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะแตกต่างจากการจัดเก็บภาษีบุหรี่ สุราและเบียร์ ที่มีการจัดเก็บภาษีจากราคาขายส่งช่วงสุดท้าย

      "ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ จากรัฐบาลมาถึงกรมฯ แต่ก็ได้มีการติดตามข่าวเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับไว้แล้วหากรัฐบาลมีคำสั่งก็พร้อมดำเนินการได้ ซึ่งการพิจารณาเรื่องนี้คงต้องมองในภาพรวม ซึ่งภาคขนส่ง อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ และหากรัฐบาลเห็นชอบให้มีการจัดเก็บภาษีแก๊สแอลพีจีในภาคขนส่งจริง โดยเป็นการเก็บจากหัวจ่ายกับภาคขนส่ง ก็อาจต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาใช้แก้ไข พ.ร.บ. ปิโตรเลียม เนื่องจากเดิมนี้ การเก็บภาษีแก๊สแอลพีจีจะเก็บจากโรงกลั่น" นายสมชาย กล่าว


    พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานนั้น ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจ ถึงกระแสข่าวการปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี ไปก่อนหน้านี้ ว่าเป็นการปรับขึ้นเฉพาะภาษีสรรพสามิตก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่งเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับราคาภาคครัวเรือน เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการนำก๊าซแอลพีจี ไปใช้ในภาคขนส่งจำนวนมาก ซึ่งจุดประสงค์เดิมคือต้องการให้ใช้ในภาคครัวเรือนมากกว่า

      นอกจากนี้ ครม. ยังได้มีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปีจังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออกคือ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.ยะลา และจ.นราธิวาส ให้สามารถเข้าร่วมโครงการในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยไร่ละ 1,000 บาทได้ จำนวน 37,000 กว่าครัวเรือน และเกษตรกรที่ได้ลงบัญชีไว้ตั้งแต่แรกแต่ว่ายังตกหล่นอยู่จำนวน 2,091 ครัวเรือน ทั้งนี้กรณีรายชื่อตกหล่น กระทรวงการคลังได้มีการพิจารณาและตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว พบว่าเป็นเกษตรกรชาวนาตัวจริง อย่างไรก็ตามอยากให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่ามีหลักฐานถูกต้องหรือไม่ หากมีข้อมูลตรงตามที่คณะกรรมการคัดเลือกระดับอำเภอและจังหวัด ครม. ก็จะจ่ายเงินช่วยเหลือ แต่ถ้าไม่ตรงก็จะตัดสิทธิ

      ด้านนายภาคภูมิ เจียมจรัส อุปนายกสมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย เปิดเผยว่า จากกรณีรัฐบาลมีนโยบายปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตแอลพีจี และต้องการให้ประชาชนใช้ก๊าซแอลพีจีน้อยลง จากเดิมต้องการให้ประชาชนใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานทดแทน จึงมีประชาชนหันมาใช้แอลพีจีจำนวนมาก แต่มองว่า นโยบายดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนผู้ใช้รถยนต์แอลพีจี 1.3 ล้านคน และยังไม่ได้จดทะเบียนหลายแสนคน ได้รับผลกระทบภาระต้นทุนสูงขึ้น เพราะต้องการหันมาใช้พลังงานประหยัด ขณะที่ภาคเอกชนหลายรายได้ลงทุนตั้งศูนย์ติดตั้งแอลพีจี ศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่ได้มาตรฐาน

    ทั้งนี้ หากภาคเอกชนต้องยุติลงจะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการมาตรฐานลดลงไปด้วย จนได้รับผลกระทบวงกว้าง ขณะนี้มีผู้ติดตั้งแอลพีจีประมาณ 1,000 ราย และปั๊มกระจายทั่วประเทศกว่า 2,000 แห่ง และกระทบต่อมูลค่าธุรกิจแอลพีจีทั้งระบบกว่า 47,000 ล้านบาท นอกจากนี้ มติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาเกี่ยวกับค่าความร้อนของพลังงาน ซึ่งไม่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเพื่อใช้เงินมาบำรุงรักษาถนน เพราะขณะนี้รถยนต์ใช้น้ำมัน E85 ยังเสียภาษีสรรพสามิตน้อย ส่วนรถยนต์แอลพีจี ขณะนี้เสียภาษีสรรพสามิตกว่า 1 บาทต่อลิตร

    สำหรับ การจัดเงินเข้ากองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงทั้งหมด 40,000-50,000 ล้านบาท จัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากแอลพีจีสูงถึง 5,000-6,000 ล้านบาท จึงเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตแอลพีจี เพราะหากปรับเพิ่มอาจมีปัญหาการลักลอบนำแอลพีจีภาคครัวเรือนใช้อุปกรณ์ดัดแปลงมาเติมใส่รถรถยนต์ ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้

ก.พลังงาน แจงไม่ปรับขึ้นภาษี LPG ภาคครัวเรือนแน่นอน พร้อมย้ำยังดูแลผู้มีรายได้น้อย หาบเร่ แผงลอย ใช้ LPG ราคาถูก และเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อส่งต่อข้อมูลเท็จในโลกออนไลน์

    นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานยืนยันไม่มีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้ม (LPG) ภาคครัวเรือนอย่างแน่นอน และขอย้ำให้ผู้ใช้ก๊าซ แอลพีจีภาคขนส่งทราบว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายยกเลิกใช้ก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่ง และจำเป็นต้องเดินหน้าปรับภาษีสรรพสามิตก๊าซ LPG สำหรับภาคขนส่งตามนโยบายปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรมสูงสุดตามนโยบายของรัฐบาลแก่ผู้ใช้เชื้อเพลิงทุกประเภท เพราะขณะที่เชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ ในภาคขนส่ง เช่น เบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล มีการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่เฉลี่ย 4 – 5 บาทต่อลิตร แต่ก๊าซ LPG ภาคขนส่งปัจจุบันมีการเรียกเก็บเพียง 1.10 บาทต่อลิตร จึงต้องเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตให้ใกล้เคียงกัน โดยกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้คำนวณฐานภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซ LPG ภาคขนส่งให้อยู่ในระดับที่สร้างผลกระทบต่อผู้ใช้ให้น้อยที่สุด

      ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันต่อประชาชนผู้ใช้ LPG ภาคครัวเรือนว่า การปรับภาษีสรรพสามิต LPG ภาคขนส่งดังกล่าว จะไม่เกิดผลกระทบใดต่อผู้ใช้ในครัวเรือน หรือประชาชนที่หุงหาอาหารด้วยก๊าซ LPG จะได้ใช้ในโครงสร้างราคาเดิมต่อไป และกระทรวงพลังงานยังได้ดูแลผู้ใช้ LPG ครัวเรือน สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มหาบเร่ รถเข็นอาหาร ร้านอาหารแบบคูหาชั้นเดียว ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อให้ได้รับสิทธิในการซื้อก๊าซ LPG ได้ในราคาเดิม จึงอยากเชิญชวนให้มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงพลังงาน โทร.02 140 7000 หรือที่สำนักงานพลังงานจังหวัดทุกแห่ง ในวันและเวลาราชการ

    "กระทรวงพลังงาน ขอให้ประชาชนผู้ใช้ก๊าซ LPG ทั้งภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน โปรดอย่าหลงเชื่อการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงในสื่อต่างๆ โดยเฉพาะในโซเชี่ยลมีเดีย เฟสบุ๊ค ไลน์ ที่ขณะนี้เริ่มมีผู้ไม่หวังดีส่งต่อข้อมูลที่ไม่มีข้อเท็จจริง และแจ้งข้อมูลที่เป็นเท็จต่อกระทรวงพลังงาน และหากประชาชนที่สนใจข่าวสารของกระทรวงพลังงาน โปรดติดตามได้ทุกช่องสื่อสาร ซึ่งกระทรวงพลังงานพร้อมจะนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการปรับภาษีสรรพสามิตดังกล่าว" นายวิฑูรย์กล่าว

รมว.พลังงาน ยันขึ้นภาษีสรรพสามิต LPG ขนส่งพร้อมปรับราคา NGV สะท้อนต้นทุน

     นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตก๊าซแอลพีจีภาคขนส่ง แม้ว่ามีบางกลุ่มคัดค้านการปรับขึ้นภาษีดังกล่าว โดยจะปรับขึ้นแบบขั้นบันได แต่จะเก็บในอัตราที่เท่ากับดีเซลและเบนซิน เพราะเป็นการคิดตามค่าความร้อนที่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากขณะนี้ราคาแอลพีจีภาคขนส่งบิดเบือนจากความเป็นจริง และปัจจุบันมีการจัดเก็บภาษีต่ำมากที่ 1.20 บาท/ลิตร ขณะที่เบนซินและดีเซลจัดเก็บภาษีถึง 4-5 บาท/ลิตร

     "มองว่าอย่างไรก็ต้องปรับขึ้น และจะไม่มีการทบทวนต่อข้อเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่น...ที่บอกอย่างนี้ไม่ต้องการให้ใช้แอลพีจีในรถยนต์มากขึ้น คิดว่าไม่ออก(มาตรการ)คนก็ยังใช้แอลพีจี แต่จะไม่ให้เพิ่ม"รมว.พลังงาน กล่าว

     พร้อมกันนั้น กระทรวงพลังงานยังจะเดินหน้าปรับราคาก๊าซเอ็นจีวีให้สะท้อนราคาต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 15 บาท/กก.จากปัจจุบันจำหน่าย กก.ละ 13 บาท ส่วนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต ขณะนี้ยังไม่มีแผนจะดำเนินการแต่อย่างใด

    ส่วน E85 ก็ยืนยันว่าจะไม่มีการขึ้นภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ของประชาชน และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล

    นายณรงค์ชัย กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ที่จะครบกำหนดในเดือนหน้าว่า หากผ่านความเห็นชอบก็จะสามารถเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 จำนวน 29 แปลงได้ ซึ่งกฎหมายใหม่จะเพิ่มทางเลือกมากขึ้นว่าจะใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตหรือระบบสัมปทาน

     นอกจากนี้ ยืนยันว่าสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศจะไม่กระทบกับการผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากส่วนใหญ่ไทยยังใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก โดยพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง คือ พื้นที่ชลประทานภาคกลาง 7 ล้านไร่ ซึ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สมาคมก๊าซฯร้องสรรพสามิตชะลอขึ้นภาษี LPG ชี้ธุรกิจ-ประชาชนกระทบวงกว้าง

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย ถึงกรณีที่กระทรวงพลังงานมีแนวคิดจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตก๊าซ LPG อีก 2-3 บาท/ลิตรว่า กรมฯ ยินดีรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนทั้งหมด แต่คงตัดสินใจอะไรไม่ได้ เพราะภาษีสรรพสามิต LPG เป็นสินค้าที่อยู่ในพิกัดของกรมฯ ดังนั้นการดำเนินการในส่วนนี้ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายเป็นหลัก กรมฯ เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามเท่านั้น โดยระยะต่อไปกรมฯ พร้อมนำข้อเสนอของภาคเอกชนไปเสนอให้ฝ่ายนโยบายได้พิจารณา

    ทั้งนี้ ยอมรับว่าภายหลังจากมีกระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้น กรมสรรพสามิตได้เตรียมความพร้อมในการศึกษาเรื่องนี้ไว้ ซึ่งหากฝ่ายนโยบายสั่งการลงมาจะได้ดำเนินการได้ทันที

     "หลักการจัดเก็บภาษีจำพวกบุหรี่ สุรา เบียร์ จะเก็บที่ราคาขายช่วงสุดท้าย แต่ในส่วนของก๊าซ LPG หากฝ่ายนโยบายให้เก็บในภาคขนส่งก็ต้องมาดูว่าจะสามารถเก็บที่หัวจ่ายได้หรือไม่ อย่างไร เพราะปกติแล้วการจัดเก็บภาษีก๊าซ LPG จะเก็บจากราคาหน้าโรงงาน ซึ่งอัตราจัดเก็บในปัจจุบันที่ 2.17 บาท/กก. หรือ 1.20 บาท/ลิตร กรมมีรายได้ในส่วนนี้ประมาณหมื่นกว่าล้านบาทต่อปี และหากมีการปรับเพิ่มภาษีดังกล่าว ที่ 1 บาท/กก. จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 2-3 พันล้านบาท" อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุ

   ด้านนายสุรศักดิ์ นิตติวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย กล่าวว่า อยากขอความเห็นใจและความเป็นธรรมจากภาครัฐในการพิจารณาเรื่องการขึ้นภาษี หรือยกเลิกแนวคิดดังกล่าวนี้ไปก่อน ซึ่งอธิบดีกรมสรรพสามิตรับเรื่องไว้แล้ว แต่ยอมรับว่าทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

    พร้อมทั้งยืนยันว่าผู้ประกอบการในธุรกิจก๊าซ LPG ที่มีอยู่จำนวนมากทั่วประเทศ รวมทั้งปั๊มก๊าซ LPG อีก 2 พันแห่ง และศูนย์ติดตั้งก๊าซ LPG อีก 1 พันแห่ง รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซ LPG ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี จะได้รับผลกระทบจากแนวคิดดังกล่าวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กที่จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น และประชาชนจะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นอีก 20-30% จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาด้วย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่