เกริ่นก่อนว่าปัจจุบันผมเรียนอยู่คณะเภสัชศาสตร์ แต่ปีนี้มีแผนในหัวไว้เหมือนกันว่าจะไปเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
แม่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างมีความคิดแบบคนโบราณ ในหลายๆเรื่อง แล้วจะเป็นคนที่เอนเอียงกับคำพูดคนอื่นง่ายมาก เรื่องงานอนาคตผมก็เช่นกัน อาจจะเป็นเพราะญาติฝั่งแม่หลายคนมากครับรับราชการ ช่วงที่เรียนอยู่เภสัช แม่ผมก็พูดลอยๆ (แต่สำหรับผมมันเชิงบังคับ ยัดเยียด แม้ว่าตัวแม่เองบอกว่าแม่แค่พูดให้ฟัง) ตลอดว่า เป็นราชการสิดี การงานมั่นคง ใครเห็นเป็นราชการทำเรื่องอะไรก็ง่าย แม่พูดหลายครั้งมากครับ บางทีแค่ไปคุยกับคนในหมู่บ้านจบก็กลับมาพูเรื่องนี้อีกแล้ว ผมพยายามบอกแกไปหลายครั้งมากๆแล้วว่า แม่อย่าพูดเรื่องนี้ดีกว่า ให้เราได้เลือกทำในสิ่งที่เราอยากทำเถอะ ไม่คุยเรื่องนี้แล้วเดี๋ยวทะเลาะกันอีก แต่พอจบวันนี้ไม่กี่วันก็เอากลับมาพูดอีกแล้ว แล้วแม่ก็จะลงท้ายด้วยประโยคสุดฮิปสเตอร์ว่า แล้วเดี๋ยวจะเสียใจที่ไม่เชื่อแม่
จนปัจจุบันผมมีโอกาสสอบติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ แม่ก็ยังพูดกับผมแบบเดิมว่าสถาปนิกรับราชการก็ได้ ญาติของเพื่อนเเม่ก็รับราชการ แล้วก็โน้มน้าวเเบบเดิม (แต่ผมไม่รู้ว่าสถาปนิกมีรับราชการด้วยเหรอ) ทะเลาะแบบเดิม แม่ก็ลงท้ายด้วยประโยคเดิม
สาเหตุที่ผมไม่อยากรับราชการเพราะอะไร สำคัญสุดคือ 1.เงินเดือนครับ ราชการผมว่าถ้าเทียบกับบริษัทเอกชนกรณีเป็นเภสัชกรผมว่า บริษัทเอกชนมีโอกาสการก้าวหน้าในอาชีพเร็วกว่ารับราชการ แม้ว่าราชการจะได้รับสวัสดิการที่ดีกว่าก็เถอะ แต่ผมก็อยากได้เงินเดือนที่มากกว่ามาเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องเองเนี่ยแหละ ตัวผมเองไม่ได้อยากได้สวัสดิการอะไรเท่าไหร่หรอก
2. ผมไม่อยากใช้เงินภาษีของคนอื่นมาเป็นค่าตอบแทนของผม อันนี้อาจจะประหลาดแต่ผมคิดแบบนี้จริงๆ เพราะเวลาผมทำอะไรผมชอบเอามาคิดมากว่าเราทำดีพอแล้วหรือยัง เราทำงานคุ้มกับเงินภาษีของคนอื่นหรือเปล่า แม้ว่าต่อให้เราทำงานเต็มที่ เต็มความสามารถ แต่ก็เข้าใจครับว่าต่างจิตต่างใจ นานาจิตตัง ถ้าเกิดวันนึงบังเอิญคนพูดประโยคนี้ แล้วผมที่ทำงานราชการได้ยินผมต้องเอาไปคิดมากแน่ๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ว่าเราตรงๆ เพราะทุกวันนี้เองบางทีเราเจอพนักงานราชการบางคนที่ไม่ค่อยรับแขกเรายังแอบคิดแบบนี้ในใจเลย แล้วเราไม่อยากใช้สิทธิของความเป็นข้าราชการเอาเปรียบบุคคลอื่นด้วย อย่างถ้าเป็นข้าราชการด้วยกันก็จะได้รับการต้อนรับดีกว่า เดินเรื่องเร็วกว่า ผมว่าไม่ว่าอาชีพไหนรับราชการหรือไม่ก็สมควรที่จะได้รับการตอบรับเท่าๆกัน ไม่เลือกปฏิบัตินะสำหรับผม
เนี่ยแหละครับ เลยอยากมาพูดคุยกับเพื่อนๆว่า เพื่อนๆมีพ่อแม่ที่อยากให้ทำงานราชการแบบมากๆกันหรือเปล่า แล้วเราควรจะใช้วิธีไหนอธิบายให้ฟังดีครับ เพราะพูดเรื่องนี้ทีไรต้องทะเลาะกันทุกครั้ง แต่แม่ก็กลับมาพูดแบบเดิม หลายๆครั้งผมเหนื่อยที่จะตอบ บางทีพอทะเลาะแล้วแกไม่ฟังเหตุผลเรา ก็เผลอหลุดใช้คำรุนแรงแบบ แม่นี่ชีวิตผมนะ แม่อยากทำราชการแม่ไปสมัครเลย ไว้แม่เกิดเป็นผมก่อนละกัน อะไรทำนองนี้ เลยอยากมาลองสอบถามความเห็นเพื่อนๆดูน่ะครับ ขอบคุณมากครับผม
ทำไมแม่ถึงอยากแพลนให้ลูกทำงานราชการจังเลยครับ
แม่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างมีความคิดแบบคนโบราณ ในหลายๆเรื่อง แล้วจะเป็นคนที่เอนเอียงกับคำพูดคนอื่นง่ายมาก เรื่องงานอนาคตผมก็เช่นกัน อาจจะเป็นเพราะญาติฝั่งแม่หลายคนมากครับรับราชการ ช่วงที่เรียนอยู่เภสัช แม่ผมก็พูดลอยๆ (แต่สำหรับผมมันเชิงบังคับ ยัดเยียด แม้ว่าตัวแม่เองบอกว่าแม่แค่พูดให้ฟัง) ตลอดว่า เป็นราชการสิดี การงานมั่นคง ใครเห็นเป็นราชการทำเรื่องอะไรก็ง่าย แม่พูดหลายครั้งมากครับ บางทีแค่ไปคุยกับคนในหมู่บ้านจบก็กลับมาพูเรื่องนี้อีกแล้ว ผมพยายามบอกแกไปหลายครั้งมากๆแล้วว่า แม่อย่าพูดเรื่องนี้ดีกว่า ให้เราได้เลือกทำในสิ่งที่เราอยากทำเถอะ ไม่คุยเรื่องนี้แล้วเดี๋ยวทะเลาะกันอีก แต่พอจบวันนี้ไม่กี่วันก็เอากลับมาพูดอีกแล้ว แล้วแม่ก็จะลงท้ายด้วยประโยคสุดฮิปสเตอร์ว่า แล้วเดี๋ยวจะเสียใจที่ไม่เชื่อแม่
จนปัจจุบันผมมีโอกาสสอบติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ แม่ก็ยังพูดกับผมแบบเดิมว่าสถาปนิกรับราชการก็ได้ ญาติของเพื่อนเเม่ก็รับราชการ แล้วก็โน้มน้าวเเบบเดิม (แต่ผมไม่รู้ว่าสถาปนิกมีรับราชการด้วยเหรอ) ทะเลาะแบบเดิม แม่ก็ลงท้ายด้วยประโยคเดิม
สาเหตุที่ผมไม่อยากรับราชการเพราะอะไร สำคัญสุดคือ 1.เงินเดือนครับ ราชการผมว่าถ้าเทียบกับบริษัทเอกชนกรณีเป็นเภสัชกรผมว่า บริษัทเอกชนมีโอกาสการก้าวหน้าในอาชีพเร็วกว่ารับราชการ แม้ว่าราชการจะได้รับสวัสดิการที่ดีกว่าก็เถอะ แต่ผมก็อยากได้เงินเดือนที่มากกว่ามาเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องเองเนี่ยแหละ ตัวผมเองไม่ได้อยากได้สวัสดิการอะไรเท่าไหร่หรอก
2. ผมไม่อยากใช้เงินภาษีของคนอื่นมาเป็นค่าตอบแทนของผม อันนี้อาจจะประหลาดแต่ผมคิดแบบนี้จริงๆ เพราะเวลาผมทำอะไรผมชอบเอามาคิดมากว่าเราทำดีพอแล้วหรือยัง เราทำงานคุ้มกับเงินภาษีของคนอื่นหรือเปล่า แม้ว่าต่อให้เราทำงานเต็มที่ เต็มความสามารถ แต่ก็เข้าใจครับว่าต่างจิตต่างใจ นานาจิตตัง ถ้าเกิดวันนึงบังเอิญคนพูดประโยคนี้ แล้วผมที่ทำงานราชการได้ยินผมต้องเอาไปคิดมากแน่ๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ว่าเราตรงๆ เพราะทุกวันนี้เองบางทีเราเจอพนักงานราชการบางคนที่ไม่ค่อยรับแขกเรายังแอบคิดแบบนี้ในใจเลย แล้วเราไม่อยากใช้สิทธิของความเป็นข้าราชการเอาเปรียบบุคคลอื่นด้วย อย่างถ้าเป็นข้าราชการด้วยกันก็จะได้รับการต้อนรับดีกว่า เดินเรื่องเร็วกว่า ผมว่าไม่ว่าอาชีพไหนรับราชการหรือไม่ก็สมควรที่จะได้รับการตอบรับเท่าๆกัน ไม่เลือกปฏิบัตินะสำหรับผม
เนี่ยแหละครับ เลยอยากมาพูดคุยกับเพื่อนๆว่า เพื่อนๆมีพ่อแม่ที่อยากให้ทำงานราชการแบบมากๆกันหรือเปล่า แล้วเราควรจะใช้วิธีไหนอธิบายให้ฟังดีครับ เพราะพูดเรื่องนี้ทีไรต้องทะเลาะกันทุกครั้ง แต่แม่ก็กลับมาพูดแบบเดิม หลายๆครั้งผมเหนื่อยที่จะตอบ บางทีพอทะเลาะแล้วแกไม่ฟังเหตุผลเรา ก็เผลอหลุดใช้คำรุนแรงแบบ แม่นี่ชีวิตผมนะ แม่อยากทำราชการแม่ไปสมัครเลย ไว้แม่เกิดเป็นผมก่อนละกัน อะไรทำนองนี้ เลยอยากมาลองสอบถามความเห็นเพื่อนๆดูน่ะครับ ขอบคุณมากครับผม