เข้าสู่ช่วงเข้มข้นการหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เพื่อเลือกผู้แทน เข้าไปทำงานในสภาฯ วันนี้ไทยพีบีเอส จะพาไปดูสิทธิสวัสดิการ ค่าตอบแทน ของ สส. 1 คน ซึ่งการทำหน้าที่ของผู้แทนนั้นไม่ใช่จิตอาสา อีกทั้งค่าตอบแทน มาจากภาษีของประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงของประชาชน
สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะได้รับเงินเป็นรายเดือนตั้งแต่วันเริ่มต้นมีสมาชิกภาพ โดยมีค่าตอบแทนเป็นเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 71,230 บาท และได้รับเงินเพิ่มอีกเดือนละ 42,330 บาท รวมเป็นเดือนละ 113,560 บาท ส่วนกรณี สส.ที่เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ หรือผู้นำฝ่ายค้าน จะได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มในอีกอัตรา
.
สิทธิประโยชน์ ค่าเดินทาง-ค่ารักษาพยาบาล
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยแพร่เอกสารรวมสิทธิประโยชน์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งระบุกรณีต่าง ๆ ที่ สส.สามารถเบิกเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เรื่องการรับเบี้ยประชุม รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์อันเป็นสวัสดิการต่าง ๆ
.
สส. มีสิทธิเบิกค่าโดยสารหรือรับค่าพาหนะในการเดินทางในการมาประชุมและการไปปฏิบัติหน้าที่ อ้างอิงอัตราค่าใช้จ่ายกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยสิทธิที่ได้รับอยู่ในขั้นเดียวกับข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง
- เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ได้แก่ เครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ประจำทาง สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะเป็นผู้จัดใบเบิกค่าโดยสารให้ มีสิทธิเบิกตามที่จ่ายจริง
- เดินทางด้วยพาหนะส่วนตัว มีสิทธิได้รับเงินชดเชยเป็นค่าพาหนะในลักษณะเหมาจ่าย ในอัตรารถยนต์ส่วนบุคคล กิโลเมตรละ 4 บาท รถจักรยานยนต์ กิโลเมตรละ 2 บาท
ส่วนสวัสดิการรักษาพยาบาล สส.มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลในระหว่างดำรงตำแหน่ง ได้แก่ เงินชดเชยค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล อุบัติเหตุฉุกเฉิน รวมถึงตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งสส.สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่าพยาบาลมาเบิกได้ภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ออกใบเสร็จรับเงิน โดยจะได้รับตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราที่กำหนด
.
สำหรับการประชุมในแต่ละวันค่าอาหาร ถูกจัดสรรมาจากส่วนของงบประมาณรัฐสภา โดยอ้างอิงจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 มีการจัดสรรงบเป็นของค่าอาหาร สส.ในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร 87,880,000 บาท เมื่อคิดจำนวนวันที่มาประชุมประกอบจำนวนมื้อจึงคำนวณออกมาตกมื้อละ 861 บาทต่อ สส. หนึ่งคน
.
สส.หนึ่งคนมีผู้ช่วยประจำตัวสูงสุด 8 คน
เพราะภารกิจของผู้แทนราษฏรนั้นมีมากมาย นอกจากการออกกฎหมายในสภาแล้ว ยังต้องออกไปรับฟังเสียงของประชาชน จึงต้องมีผู้ช่วยดำเนินงานต่าง ๆ ประจำตัว สส.แต่ละคนที่เข้ามาแบ่งเบาภาระหน้าที่ โดยมีความรับผิดชอบและคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป โดย สส. หนึ่งคนสามารถมีผู้ช่วยได้สูงสุดแปดคน ดังนี้
• ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว 1 คน รับเงินเดือน เดือนละ 24,000 บาท มีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาทางด้านวิชาการที่เป็นประโยชน์ให้แก่ สส.
• ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 คน รับเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท เป็นผู้ช่วยดำเนินงานภายในสภา หน้าที่ศึกษาค้นคว้า หาข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย
• ผู้ช่วยดำเนินงาน 5 คน รับเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท เป็นผู้ช่วยดำเนินงานที่นอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมายและรับผิดชอบตามที่ สส.กำหนด
.
บำนาญ สส. ในรูปแบบกองทุน
สส.ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญเหมือนข้าราชการแต่ สส.เองก็มีทุนเลี้ยงชีพภายหลังจากที่ไม่ได้เป็น สส.แล้วจาก “กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” ซึ่งมีลักษณะคล้ายกองทุนประกันสังคมเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงและเป็นทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (สส. และ สว.)
.
ทั้งนี้ สิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพอดีตสมาชิกไม่ได้รับตลอดชีพแต่ให้ได้รับเป็นระยะเวลาสองเท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ และจะมีการระงับสิทธิชั่วคราวในกรณีที่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาได้กลับเข้าไปเป็นสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งด้วย
.
ขอบคุณข้อมูลจาก ThaiPBS
เปิดค่าตอบแทน เงินเดือน สวัสดิการ สส. ผู้ทรงเกียรติ พร้อมผู้ช่วยมากถึง 8 คน
สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะได้รับเงินเป็นรายเดือนตั้งแต่วันเริ่มต้นมีสมาชิกภาพ โดยมีค่าตอบแทนเป็นเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 71,230 บาท และได้รับเงินเพิ่มอีกเดือนละ 42,330 บาท รวมเป็นเดือนละ 113,560 บาท ส่วนกรณี สส.ที่เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ หรือผู้นำฝ่ายค้าน จะได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มในอีกอัตรา
.
สิทธิประโยชน์ ค่าเดินทาง-ค่ารักษาพยาบาล
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยแพร่เอกสารรวมสิทธิประโยชน์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งระบุกรณีต่าง ๆ ที่ สส.สามารถเบิกเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เรื่องการรับเบี้ยประชุม รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์อันเป็นสวัสดิการต่าง ๆ
.
สส. มีสิทธิเบิกค่าโดยสารหรือรับค่าพาหนะในการเดินทางในการมาประชุมและการไปปฏิบัติหน้าที่ อ้างอิงอัตราค่าใช้จ่ายกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยสิทธิที่ได้รับอยู่ในขั้นเดียวกับข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง
- เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ได้แก่ เครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ประจำทาง สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะเป็นผู้จัดใบเบิกค่าโดยสารให้ มีสิทธิเบิกตามที่จ่ายจริง
- เดินทางด้วยพาหนะส่วนตัว มีสิทธิได้รับเงินชดเชยเป็นค่าพาหนะในลักษณะเหมาจ่าย ในอัตรารถยนต์ส่วนบุคคล กิโลเมตรละ 4 บาท รถจักรยานยนต์ กิโลเมตรละ 2 บาท
ส่วนสวัสดิการรักษาพยาบาล สส.มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลในระหว่างดำรงตำแหน่ง ได้แก่ เงินชดเชยค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล อุบัติเหตุฉุกเฉิน รวมถึงตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งสส.สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่าพยาบาลมาเบิกได้ภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ออกใบเสร็จรับเงิน โดยจะได้รับตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราที่กำหนด
.
สำหรับการประชุมในแต่ละวันค่าอาหาร ถูกจัดสรรมาจากส่วนของงบประมาณรัฐสภา โดยอ้างอิงจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 มีการจัดสรรงบเป็นของค่าอาหาร สส.ในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร 87,880,000 บาท เมื่อคิดจำนวนวันที่มาประชุมประกอบจำนวนมื้อจึงคำนวณออกมาตกมื้อละ 861 บาทต่อ สส. หนึ่งคน
.
สส.หนึ่งคนมีผู้ช่วยประจำตัวสูงสุด 8 คน
เพราะภารกิจของผู้แทนราษฏรนั้นมีมากมาย นอกจากการออกกฎหมายในสภาแล้ว ยังต้องออกไปรับฟังเสียงของประชาชน จึงต้องมีผู้ช่วยดำเนินงานต่าง ๆ ประจำตัว สส.แต่ละคนที่เข้ามาแบ่งเบาภาระหน้าที่ โดยมีความรับผิดชอบและคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป โดย สส. หนึ่งคนสามารถมีผู้ช่วยได้สูงสุดแปดคน ดังนี้
• ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว 1 คน รับเงินเดือน เดือนละ 24,000 บาท มีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาทางด้านวิชาการที่เป็นประโยชน์ให้แก่ สส.
• ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 คน รับเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท เป็นผู้ช่วยดำเนินงานภายในสภา หน้าที่ศึกษาค้นคว้า หาข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย
• ผู้ช่วยดำเนินงาน 5 คน รับเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท เป็นผู้ช่วยดำเนินงานที่นอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมายและรับผิดชอบตามที่ สส.กำหนด
.
บำนาญ สส. ในรูปแบบกองทุน
สส.ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญเหมือนข้าราชการแต่ สส.เองก็มีทุนเลี้ยงชีพภายหลังจากที่ไม่ได้เป็น สส.แล้วจาก “กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” ซึ่งมีลักษณะคล้ายกองทุนประกันสังคมเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงและเป็นทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (สส. และ สว.)
.
ทั้งนี้ สิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพอดีตสมาชิกไม่ได้รับตลอดชีพแต่ให้ได้รับเป็นระยะเวลาสองเท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ และจะมีการระงับสิทธิชั่วคราวในกรณีที่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาได้กลับเข้าไปเป็นสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งด้วย
.
ขอบคุณข้อมูลจาก ThaiPBS