สืบเนื่องจากกระทู้
http://pantip.com/topic/33718281
มีคนแนะนำผมว่า นอกจากจะเตือนสติแล้ว ควรให้คำแนะนำเด็กรุ่นใหม่บ้าง
อันนี้เป็นความคิดส่วนตัว อาจจะขัดแย้งความเห็นของสมาชิกพันทิปหลายๆท่าน แต่เชื่อว่าถ้าผู้อ่านได้ตั้งอ่าน อาจจับประเด็นที่มีประโยชน์ได้ครับ
"สิ่งที่จะพัฒนามนุษย์ทุกคนได้คือ ความรู้"
สิ่งที่ได้จากการทำงานมาเป็นระยะเวลาของผม 10 ปี คือ "ความรู้"
เชื่อว่าความรู้มีหลายประเภท ส่วนตัวผม ได้แง่คิดจากการทำงานว่า "ความรู้" ที่สำคัญๆมี 3 ประเภท
1. ความรู้ทั่วไป
แบ่ง เป็น2อย่างใหญ่ๆ คือรู้แนวลึก และรู้ในแนวกว้าง
แนวลึก เช่นการเรียนรู้ในห้องเรียน การอ่านหนังสือเพื่อศึกษา ตัวอย่าง--> วิชาเฉพาะ แพทย์ วิศวกร นักสังคมวิทยา และอื่นๆ
แนวกว้าง จะหาได้จากประสบการณ์ การเรียนรู้ผ่านคนอื่น เช่น ผู้ที่ทำงานด้านการบริการ ก็อาจมีความรู้ในด้านการเล่นหุ้น หรือผู้ที่เป็นหมอ ก็อาจมีความรู้ด้านเครื่องยนต์จากการศึกษาพูดคุยผ่านผู้อื่นที่มีความสนใจเฉพาะ
2. ความรู้จักผู้คน
มีคำกล่าวว่ารู้อะไร ไม่สำคัญเท่ารู้จักใคร Connection เป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน หากคุณมีความรู้ทั่วไปในระดับสูง แต่คุณไม่รู้จักคนที่เห็นคุณค่าในตัวคุณ คุณอาจจะไม่ได้ใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณรู้จักผู้คน แต่ไม่มีความรู้ทั่วไป จงเรียนรู้จากผู้คนให้มาก! เพื่อพัฒนาศักยภาพในส่วนที่ขาด
3. ความรู้ในการจัดการบริหารความรู้ทุกอย่างที่คุณมี
ถ้าคุณมีความรู้แนวลึก แนวกว้าง และรู้จักผู้คน คุณได้เปรียบผู้อื่นประมาณ 50 เปอเซ็น แต่ 50 เปอเซ็นสุดท้ายที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จคือการบริหารจัดการความรู้ที่คุณมีให้เกิดประโยชน์สูงสุด แน่นอนว่าทุกคนที่ประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้ล้วนมีความรู้ในด้านการบริหารเหนือกว่าคนอื่น คุณตันอิชิตันที่เป็นเจ้าพ่อชาเขียวไม่ได้มีความรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์การอาหารไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์การอาหาร แต่เค้ารู้วิธีการบริหารจัดการคนเหล่านั้นให้ทำงานให้ตัวเอง เสี่ยเจริญไม่ได้หมักเบียร์ด้วยตัวเอง ไม่ได้เป็นคนไปติดต่อหาช่องทางในการจัดจำหน่ายเอง แต่รู้ว่าจะทำอย่างไรที่จะบริหารคนให้ทำงานเหล่านี้แทนตัวเอง
สุดท้าย "ความรู้" ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากห้องเรียนเสมอไป มนุษย์มีศักยภาพที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ตลอดเวลา "ความรู้ในห้องเรียน" เป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังเรียนรู้มันผ่านประสบการณ์ ก่อนนำมันมาถ่ายทอดผ่านตัวกลางในการสื่อสารที่เราเรียกว่า "การศึกษา" มันจึงไม่ตายตัวและเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ระลึกไว้เสมอ ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และควบคุมไม่ได้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงฉันใด "การศึกษา" ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยฉันนั้น
ความรู้ คืออะไร???? รู้แบบไหนถึงเรียกว่าดี??? (สาระ)
http://pantip.com/topic/33718281
มีคนแนะนำผมว่า นอกจากจะเตือนสติแล้ว ควรให้คำแนะนำเด็กรุ่นใหม่บ้าง
อันนี้เป็นความคิดส่วนตัว อาจจะขัดแย้งความเห็นของสมาชิกพันทิปหลายๆท่าน แต่เชื่อว่าถ้าผู้อ่านได้ตั้งอ่าน อาจจับประเด็นที่มีประโยชน์ได้ครับ
"สิ่งที่จะพัฒนามนุษย์ทุกคนได้คือ ความรู้"
สิ่งที่ได้จากการทำงานมาเป็นระยะเวลาของผม 10 ปี คือ "ความรู้"
เชื่อว่าความรู้มีหลายประเภท ส่วนตัวผม ได้แง่คิดจากการทำงานว่า "ความรู้" ที่สำคัญๆมี 3 ประเภท
1. ความรู้ทั่วไป
แบ่ง เป็น2อย่างใหญ่ๆ คือรู้แนวลึก และรู้ในแนวกว้าง
แนวลึก เช่นการเรียนรู้ในห้องเรียน การอ่านหนังสือเพื่อศึกษา ตัวอย่าง--> วิชาเฉพาะ แพทย์ วิศวกร นักสังคมวิทยา และอื่นๆ
แนวกว้าง จะหาได้จากประสบการณ์ การเรียนรู้ผ่านคนอื่น เช่น ผู้ที่ทำงานด้านการบริการ ก็อาจมีความรู้ในด้านการเล่นหุ้น หรือผู้ที่เป็นหมอ ก็อาจมีความรู้ด้านเครื่องยนต์จากการศึกษาพูดคุยผ่านผู้อื่นที่มีความสนใจเฉพาะ
2. ความรู้จักผู้คน
มีคำกล่าวว่ารู้อะไร ไม่สำคัญเท่ารู้จักใคร Connection เป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน หากคุณมีความรู้ทั่วไปในระดับสูง แต่คุณไม่รู้จักคนที่เห็นคุณค่าในตัวคุณ คุณอาจจะไม่ได้ใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณรู้จักผู้คน แต่ไม่มีความรู้ทั่วไป จงเรียนรู้จากผู้คนให้มาก! เพื่อพัฒนาศักยภาพในส่วนที่ขาด
3. ความรู้ในการจัดการบริหารความรู้ทุกอย่างที่คุณมี
ถ้าคุณมีความรู้แนวลึก แนวกว้าง และรู้จักผู้คน คุณได้เปรียบผู้อื่นประมาณ 50 เปอเซ็น แต่ 50 เปอเซ็นสุดท้ายที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จคือการบริหารจัดการความรู้ที่คุณมีให้เกิดประโยชน์สูงสุด แน่นอนว่าทุกคนที่ประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้ล้วนมีความรู้ในด้านการบริหารเหนือกว่าคนอื่น คุณตันอิชิตันที่เป็นเจ้าพ่อชาเขียวไม่ได้มีความรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์การอาหารไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์การอาหาร แต่เค้ารู้วิธีการบริหารจัดการคนเหล่านั้นให้ทำงานให้ตัวเอง เสี่ยเจริญไม่ได้หมักเบียร์ด้วยตัวเอง ไม่ได้เป็นคนไปติดต่อหาช่องทางในการจัดจำหน่ายเอง แต่รู้ว่าจะทำอย่างไรที่จะบริหารคนให้ทำงานเหล่านี้แทนตัวเอง
สุดท้าย "ความรู้" ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากห้องเรียนเสมอไป มนุษย์มีศักยภาพที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ตลอดเวลา "ความรู้ในห้องเรียน" เป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังเรียนรู้มันผ่านประสบการณ์ ก่อนนำมันมาถ่ายทอดผ่านตัวกลางในการสื่อสารที่เราเรียกว่า "การศึกษา" มันจึงไม่ตายตัวและเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ระลึกไว้เสมอ ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และควบคุมไม่ได้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงฉันใด "การศึกษา" ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยฉันนั้น