เล่นได้ดูถูกคนดูมากทั้งโค้ช และนักกีฬา

ส่วนตัวรู้สึกว่านักกีฬาหลายคนเหมือนโดนแรงกดดันจากโซเชียลเล่นงานมากเกินไป แทนที่จะได้เอาความมั่นใจจากการซ้อมและฟอร์มที่ทำได้ดีในต่างประเทศมาใช้ในสนาม กลับต้องมานั่งกังวลกับคำด่าและกระแสต่าง ๆ

เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าถึงเวลาหรือยังที่เราควรปรับวิธีคิดและระบบการทำทีมใหม่บ้าง เราต้องรอให้เกิดความล้มเหลวแบบจริงจังก่อนหรือเปล่าถึงจะยอมเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ซีเกมส์ครั้งล่าสุดก็เห็นแล้วว่าเราไม่ได้เหนือกว่าทุกทีมแบบขาดลอยอีกต่อไป นักกีฬาความสามารถเราทราบดี ทุกคนทราบอยู่แล้ว แต่ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทำอะไรแบบเดิม ผลลัพธ์ก็แบบเดิม ผลเสียก็มาตกอยู่ที่นักกีฬา

อีกเรื่องที่เสียดายมากคือโอกาสของนักกีฬาอย่าง โมเม หยก ออมทรัพย์ โบว์ และดรีม บีมกาญจนา นํ้าฝนทิพย์สุดา ข้าวฟ่างณิรารัชย์ แคปหมู ไอซ์ณัฐวรรณ ทุกคนมีฝีมือ มีศักยภาพ แต่ส่วนใหญ่ได้ลงตอนเกมห่างหรือช่วงที่สถานการณ์กดดัน พอเล่นพลาดก็โดนวิจารณ์ทันที แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจหรือพิสูจน์ตัวเองจริง ๆ

บางครั้งก็รู้สึกว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวนักกีฬาอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบริหารจัดการทีมและการแก้เกมด้วย เวลาให้สัมภาษณ์หลังแข่งก็มักจะพูดถึงหลายปัจจัย แต่ไม่ค่อยเห็นการพูดถึงการตัดสินใจของทีมงานสตาฟฟ์หรือการแก้เกมของตัวเองเท่าไร ทั้งที่มันก็เป็นส่วนสำคัญของผลการแข่งขันเหมือนกัน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรจะถอยเพื่อนักกีฬาที่ตัวเองปั้นมา เพื่อส่งต่อโค้ชทีมงานต่างชาติระบบใหม่ เพื่อโอกาสที่ดีต่อนักกีฬาเอง และเยาวชนที่จะขึ้นมาในอนาคต

ส่วนสาวน้อยมหัศจรรย์ อันนี้เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวนะ มองว่าน้องมีคุณสมบัติหลายอย่างที่เหมาะกับตำแหน่งลิเบอโร่มากกว่าหัวเสา ถ้าได้เล่นในบทบาทที่เหมาะกับจุดเด่นของตัวเอง อาจจะช่วยทีมได้มากกว่าด้วยซ้ำ

ทั้งหมดนี้ไม่ได้พิมพ์เพราะอยากด่าใคร แต่เพราะอยากเห็นทีมชาติไทยพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ และอยากเห็นนักกีฬาทุกคนได้รับโอกาสอย่างเหมาะสมกับความสามารถที่ตัวเองมีค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่