ย้อนรอยภูมิหลังฆาตรกรใจอำมหิต Dr. มาร์เซล์ (Dr. Marcel Petiot)

เมื่อนานมาเเล้วเราเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับภูมิหลังฆาตกรรายนี้ เเต่จำชื่อหนังสือไม่ได้ พยายามหาชื่อเเมนชั่นที่หมอรายนี้ได้ลงมือกระทำการ ก็ไม่เจอ รู้เเค่ว่าเป็นเเมนชั่นที่ลงทุนเเละออกเเบบมาอย่างซับซ้อนเป็นพิเศษ (ใครเคยรู้จัก บ้านโบราณ เเมนชั่น คฤหาสถ์ ที่มีความซับซ้อนในการปลูกสร้าง หรือหลอนด้วยประวัติความเป็นมาก็เเชร์กันได้เลยนะคะ) เพื่อกระทำการฆ่าโดยเฉพาะ เผอิญวันนี้เราเสิร์ชมาลองอ่านเล่นๆ เเต่กลับเจอจนได้ เรื่องราวสะเทิอนขวัญอันลือลั่นในสมัยอดีตกาล ก็มีดังต่อไปนี้

หมอมาร์เซล์ ปดีต
(Dr. Marcel Petiot)
1897 - 1946

"ด้วยปฏิญาณแห่งข้า ข้าขอสาบานจะนับถือบูชาอาจารย์ดุจบิดามารดาอันเป็นที่รักของข้า ข้าจะปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ จักดูแลรักษาพวกเขาเต็มความสามารถเท่าที่จะทำได้ ข้าจักไม่ให้โอสถอันเป็นพิษแก่ใคร ๆ แม้จะได้รับการเรียกร้องขอก็ตาม ความลับของผู้ป่วยที่ข้าไปรู้เห็นข้าจะรักษามันไว้ด้วยชีวิต ด้วยสัจจะนี้ ขอให้ข้าจงประสบแต่ความสุขความเจริญในชีวิตข้าตลอดไป..................."

...คำปฏิญาณการเป็นแพทย์ของฮิบโปเครติสบิดาแห่งแพทย์ศาสตร์ ดังไปทั่วสถานที่รับปริญญาบัตรแพทย์ศาสตร์ บางคนต่างร่ำไห้ที่สำเร็จการศึกษา เพื่อที่จะใช้วิชานั้นสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยไม่เห็นแก่ได้ ยกเว้น คนๆ คนหนึ่ง เขาไม่กล่าวคำสาบานของบิดาการแพทย์เลย กลับนั่งตรงมุม หัวเราะเงียบๆ กับคำสาบานของบิดาการแพทย์ผู้นั้น เพราะในหัวของเขามีแต่เรื่องฆ่า กับฆ่าและกำไร กับกำไร

...หมอมาร์เซล์ อดีตหมอชาวฝรั่งเศส ที่ต่อมาเขาได้ใช้ประโยชน์สงครามโลกครั้งที่สองเป็นเครื่องมือฆ่าคนเพียงเพื่อฆ่าชิงทรัพย์เท่านั้น ผลคือ ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อของหมอ 63 ชีวิต ตายอย่างสยดสยองในคูหามรณะที่เขาสร้างขึ้น ชื่อและความชั่วของเขาโด่งดังไปทั่วโลก เทียบชั้นหมอดีที่ทำคุณประโยชน์บางคนเสียอีก เรามาทำความรู้จักกับฆาตกรคนนี้กันเถอะ

หมอปีศาจ
...ชีวิตวัยเด็กของหมอมาร์เซล์ไม่มีใครทราบมากนัก เขาเกิดที่เมืองโอแซร์ ประเทศฝรั่งเศส เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงมักพูดตรงกันว่าเขามีนิสัยซาดิสม์มาตั้งแต่เด็ก ชอบกระทำทารุณแก่สัตว์หรือเด็กที่เล็กกว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาผ่าตัดเพื่อศึกษาว่าตัดส่วนไหนให้สัตว์พิการโดยไม่ตาย เมื่อสนุกกับการทรมานสัตว์นานๆ เข้า มาร์เซล์เริ่มมีความรู้สึกอยากเป็นหมอ เพราะเขาเริ่มสนใจร่างกายมนุษย์ และเป็นอาชีพที่เขามองว่าทำมาหากินง่ายกว่าอาชีพอื่นๆ

...ในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มาร์เซล์ได้ไปทำงานที่หน่วยพยาบาลผู้บาดเจ็บที่เมืองดีชอง ระหว่างนั้นเขามักขโมยเอามอร์ฟีนไปขายแก่พวกขี้ยาเสมอ ที่นี้เอง มาร์เซล์เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง เห็นคนเจ็บคนตายที่ร้องขอชีวิต การฉีดยาพิษเข้าเส้นประสาทแก่คนใกล้ตาย เพื่อให้ตายอย่างสงบ เลือด ความตาย มาร์เซล์เริ่มหลงใหลกับชีวิตนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น


Dr. Marcel Petiot
(The Real Dr. Hannibal Lecter)

...หลังจากนั้นเขาได้ไปศึกษาวิชาการแพทย์ จนสำเร็จในปี 1921 หมอมาร์เซล์เรียกใบอนุญาตการเป็นหมอว่า "เครื่องมือสร้างเงิน" ต่อมา หมอมาร์เซล์มาตั้งร้านทำมาหากินที่เมืองวิลเนิฟ ซูร์ ยอนน์ เขามักพูดเรื่องคำสาบานของปรมาจารย์ฮิปโปคราติสกับเพื่อนร่วมงานอยู่บ่อยๆ ว่า "คำสาบานของคุณแก่ ฮิปโปคราติส หน่ะหรือ ฉันไม่สนใจหรอก ฉันสนเงินมากกว่า ฉันอยากได้เงิน อยากได้เพื่อบำเรอความสุขของฉัน และตอนนี้ฉันมีวิธีหาเงินกว่าร้อยกว่าวิธีแล้วล่ะ"

...หมอมาร์เซล์เริ่มทำงานทางด้านนี้ ครั้งแรกเมื่อรักษาคนรวยจะเก็บค่ายา ค่ารักษาราคาแพง ส่วนคนจนเขาจะรักษาฟรี โดยเหตุนี้บรรดาชาวบ้านต่างตะหนักว่าหมอมาร์เซล์ได้พึ่งพาได้ตามต้องการ  นอกจากนั้นหมอมาร์เซล์ยังมีอาชีพเสริมอีกคือ การขายยาเสพย์ติด และการทำแท้งเถื่อนของหญิงสาว!

เรื่องน่ากลัวเริ่มเกิดขึ้นแล้ว
...ข่าวการสูญหายของหญิงสาวสวย ที่กำลังตั้งท้องหลายรายเริ่มเกิดขึ้น พร้อมกับเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดในบ้านของคุณหมอใจดีผู้คนนั้น แต่อย่างมากข่าวลือนี้ชาวบ้านแค่ซุบซิบกันเล่นๆ เท่านั้น เพราะเวลานั้นหมอมาร์เซล์เป็นที่นับถือของคนในหมู่บ้านมาก ถึงขั้นขนาดแต่งตั้งหมอมาร์เซล์เป็นนายกเทศมนตรีที่เดียว

...ปี 1930 คนไข้คนหนึ่งของหมอซึ่งเป็นเจ้าของร้านในละแวกนั้นถูกฆ่าและปล้นทรัพย์ มีคนพบเห็นหมอป้วนเปี้ยนสถานที่ที่เกิดเหตุก่อนที่เจ้าของร้านถูกฆ่า นอกจากนี้ก็มีเหตุการณ์คนไข้ที่เป็นโรคไขข้อของหมอตายอย่างฉับพลัน อย่างมีเงื่อนงำหลายราย แต่หมอดันออกใบมรณะบัตรว่า "ตายอย่างปกติ" สร้างความขุ่นเคืองต่อชาวบ้านมาก จนมีข่าวลือที่เสียหายตามมาเป็นระลอก

...ชีวิตของหมอในเมืองเนิฟฟ ซูร์ ยอนน์ ชักจะร้อนระอุเสียแล้ว ขืนปลอยไว้นานจะไม่เป็นผลดีเสียแล้ว เมื่อหมอมาร์เซล์คิดได้ดังนั้น จึงเก็บข้าวของหนี และอพยพไปอยู่กรุงปารีสก่อนที่เรื่องจะบานปลายมากกว่านี้ ที่นั้นเองคือจุดเริ่มต้นของคูหามรณะ เมื่อหมอมาถึงเมืองปารีส ก็เริ่มอาชีพทำมาหากินทันที่ ร้านหมอหมายเลข 60 ถนนโคมาร์แตง แหล่งที่ คึกคัก หรูหราที่สุดในเมือง


...หมอเริ่มขายยาเสพติดแก่พวกติดยาในราคาถูกๆ การรับจ้างทำแท้งเถื่อนแก่ผู้ไม่ปรารถนาจะมีบุตร คือวิธีที่หมอคนนี้ถนัด จนในไม่ช้าลูกค้าที่จงรักภักดีเยอะแยะ หลายคนมักเห็นเขาว่าเขาเป็นสามีที่ดี เป็นคนเคร่งศาสนา ไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ มีลักษณะของพลเมืองดีไว้อย่างครบถ้วน แต่นี้เป็นแค่หน้ากากภายนอกเท่านั้น ส่วนในจิตใจหมอมาร์เซล์กำลังหาโอกาส โอกาสที่จะทำกำไรเข้ากระเป๋าของตนอย่างมหาศาล ขอแค่โอกาสเท่านั้น

คูหามรณะ
...และวันนั้นก็มาถึง ปี 1940 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซีได้ยาตราเข้ามาในกรุงปารีสอย่างง่ายดาย เพราะฝรั่งเศสขอยอมแพ้โดยไม่ขัดขื่น หลายคนที่ชอบประวัติสาเหตุโลก และชอบสงครามโลกครั้งที่ 2 คงทราบว่าฮิตเลอร์ผู้นำนาซีและเยอรมันนั่นเป็นคนที่รังเกียจชาวยิวอย่างยิ่ง เขาคิดหลากหลายวิธีที่จะกำจัดชาวยิวออกไปจากโลก และได้ให้คำสั่งที่น่ากลัวแก่เหล่าทหารนาซีของเขาว่า "จงกำจัดชาวยิวที่พบเห็นให้หมด"

...นี่เองที่ทำให้นาซีได้แต่งตั้งตำรวจลับเกสตาโปขึ้นในฝรั่งเศส หน้าที่ของตำรวจลับคือสืบเสาะและสังหารผู้ต่อต้านนาซี จับกุมผู้ที่คาดว่าเป็นชาวยิวในฝรั่งเศสให้หมดเพื่อส่งไปค่ายมรณะ หรือไม่ก็ค่ายกักกันและใช้แรงงานหนักจนตาย  พวกชาวยิวที่อยู่นครหลวงในฝรั่งเศสค่อย ๆ หายสาบสูญ บางคนไม่รู้ว่าญาติของตนหายแล้วไปอยู่ที่ค่ายมรณะ บางคนเตรียมที่จะหนีไปนอกประเทศ แต่ไม่มีโอกาสทั้งๆ ที่มีเงินมาก


เเผนผังในคูหามรณะ

...สถานการณ์นี้แหละที่เข้าทางความคิดของหมออย่างยิ่ง ที่จะสร้างกำไรเข้ากระเป๋าและความปรารถนาที่จะปลดปล่อยสันดานซาดิสม์ในวัยเด็กของเขาได้ซักที หมอมาร์เซล์ซื้อคฤหาสน์ร้างแห่งหนึ่ง หมายเลข 21 ถนนเลอเซอร์ ราคาครึ่งล้านฟรังค์ แล้วก็ตกแต่งเสียใหม่ให้เหมาะต่อการปฏิบัติการโหดของเขา ห้องที่เก็บเสียงที่มิดชิด หน้าต่างที่ถูกปูนโบกปิดสนิท ยกเว้นประตูบานเดียวทุกห้อง และทุกห้องถูกเจาะรูถ้ำมองเอาไว้ มีครั้งหนึ่งช่างเกิดสงสัยจะถามหมอว่า ทำไปทำไม หมอบอกสั้น ๆ ว่าเพื่อสังเกตคนไข้โรคจิต และส่วนที่เป็นที่ลับสุดยอดของคฤหาสน์ร้างแห่งนี้คือ เตาเผาขนาดยักษ์หนึ่งเตาในห้องใต้ดิน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่