บุคคลที่ละหมาดถูกตอบรับ
(หะดีษนี้เป็นหะดีษเฎาะอีฟ หลักฐานอ่อน ไม่ควรนำไปใช้อ้างอิง หรือเผยแพร่ต่อ
เนื่องจากเพิ่งตรวจสอบภายหลัง จึงต้องขออภัยทุกท่านมา ณ ทีนี้)
– “มิใช่ว่า คนทำละหมาดทุกคน จะทำละหมาดได้อย่างถูกต้อง แท้จริง ความเป็นจริง ข้า(อัลลอฮฺ)จะรับละหมาดก็เฉพาะ(กับ)บุคคลที่มีความนอบน้อม ต่อศักดานุภาพของข้า พร้อมกับระงับตัณหาของเขา ไม่เกี่ยวข้องกับบรรดาข้อห้ามของข้าและไม่ทำการฝ่าฝืนต่อข้า และเขาได้ให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่พลัดถิ่น ทั้งหมดนั้น เขาทำเพื่อข้า เพื่อเกียรติยศของข้า แน่แท้ รัศมีแห่งใบหน้าของเขา จะส่องสกาว ณ ข้า ยิ่งไปกว่าดวงอาทิตย์เสียอีก โดยข้าจะเปลี่ยนความโง่ของเขาให้เป็นความรู้ เปลี่ยนความมืดให้เป็นความสว่าง เขาวอนขอต่อข้า ข้าก็ตอบรับเขา เขาขออะไร ข้าก็ให้แก่เขา เขาสาบานตนต่อข้า จะทำอะไร ข้าก็รับคำสาบานนั้น ข้าเป็นที่พึ่งแก่เขา โดยพลานุภาพของข้า และข้าจักให้มลาอิกะฮฺของข้า พิทักษ์รักษาเขา อันตัวเขา ณ ข้านั้น เปรียบดังสวรรค์อัลฟิรเดาส์ ซึ่งผลไม้ของมันไม่เคยขาด และสภาพของมันไม่เคยเปลี่ยน” (หะดีษกุดซีย์ ฉบับแปลไทย ลำดับที่ 97/221 รายงานโดย อัดดัยละมี จากฮารีซะฮ์ บินวะฮับ)
อยู่ระหว่างแจ้งทางเว็บลบกระทู้ จึงนำหะดีษความสำคัญของการละหมาดมาแทน ด้านล่างนี้เชื่อถือได้ เพราะระบุสถานะชัดเจน
- ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงสิ่งแรกที่มนุษย์จะถูกสอบถามในวันกิยามะฮฺจากการงานของพวกเขา ก็คือ การละหมาด หากพบว่าการละหมาดของเขาสมบูรณ์ เขาก็จะถูกประทับตรารับรองว่าสมบูรณ์ แต่หากการละหมาดของเขาบกพร่องส่วนหนึ่งส่วนใด อัลลอฮฺจะตรัสแก่มลาอิกะฮฺ ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงรอบรู้ดียิ่งว่า ‘พวกเจ้า จงดูซิว่า บ่าวของข้าคนนี้มีละหมาดสุนัตบ้างไหม? หากว่าเขามีละหมาดซุนนะฮฺ ก็จงทำให้การละหมาดฟัรฎูของบ่าวผู้นี้สมบูรณ์ ด้วยการละหมาดซุนนะฮฺของเขา แล้วกิจการงานอื่นๆ ก็จะถูกสอบสวนในทำนองนี้’” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอันนะซาอียฺ และอิบนุมาญะฮฺ)
วัลลอฮุอะอฺลัม
บุคคลที่ละหมาดถูกตอบรับ (พระองค์จะรับละหมาดเฉพาะบุคคลที่นอบน้อม และไม่เกี่ยวข้องกับข้อห้ามของพระองค์