สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
นี่แหละคือชีวิตจริงในการใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา ซึ่งคนส่วนใหญ่พยายามแกล้งไม่เอ่ยเอื้อนถึง การจะทำงาน (รับจ้าง) เก็บเงินได้ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ หากได้ลงหลักปักฐานอยู่ใช้ชีวิตเป็นระยะยาวแล้ว โอกาสรวยแทบจะปิดประตูไปเลย ต่อให้งานที่ทำจะมีผลตอบแทนมาก (กว่าใครๆ) แค่ไหนก็ตาม แต่อเมริกานี่ทั่วๆไปเป็นการจ้างงานแบบ Employment at will นายจ้างจะไม่ยอมเซ็นต์สัญญาผูกมัดตนเองเด็ดขาด นอกจากจะเป็นตำแหน่งงานที่สำคัญๆและหาบุคลากรยากมากๆเท่านั้น ดังนั้น ทำงานอยู่ดีๆ วันดีคืนดีถูกเลิกจ้างซะงั้น ฉะนั้นการเก็บออมก็ไม่สามารถทำไปตามเป้าได้ อยู่อเมริกาจะรวยได้ไง ? ถ้าด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองก็ต้องบอกว่า ต้องพยายามเป็น Opportunist ตัวยง ที่ว่องไวต่อการฉกฉวยโอกาส เพราะที่นี้คือสังคม ใครดีใครอยู่ ใครมาก่อนได้ก่อน หาช่องทางจับโอกาสทำธุรกิจด้วยสายตาที่มองทะลุถึงเป้าหมายได้ เป็นผู้ฟัง ผู้รับรู้ที่ดี เวลาเดียวกันก็พยายามทำตัวเป็นผู้โต้แย้งที่เลว อวดความไม่รู้ไปซะทุกเรื่อง เพื่อเรียนรู้ทุกเรื่องที่มันทั้งจริงและไม่จริง แล้วใช้วิจารณยานของตนเองทำการตัดสินด้วยใจเป็นธรรม เก็บแต่ข้อมูลที่สามารถพิสูจน์แล้วว่าจริงไปใช้ทำประโยชน์ กระเหรี่ยง (ไทย) ที่มาใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกานี่ ที่เรียนรู้มากจริงๆ มีนับคนได้ ส่วนใหญ่จะรู้แต่ในวงที่ตนสัมผัสอยู่ด้วยเท่านั้น เรื่องอีกมากมายในอีกหลายๆที่ของทวีปแห่งนี้ แทบจะไม่ระแคะรระคายอะไรเลย
ความคิดเห็นที่ 5
ตอนที่ยังไม่มีครอบครัว เราส่งเงินกลับเมืองไทยหมด ถ้ากลับเมืองไทยตอนนี้ เราไม่ต้องทำอะไรแล้ว มีบ้าน มีที่ เงินกำไรและปันผลจากหุ้นที่ไทยเราอยู่ได้สบายๆ สบายในที่นี้คือ 6,000-10,000 บาทต่อเดือน เราก็อยู่ได้ ไม่ต้องมีรถยนต์ ไม่ต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพทั้งๆที่เราไม่เจ็บป่วย เพียงแต่ยังกลับไม่ได้เพราะครอบครัวอยู่ที่นี้ และอยากให้ลูกเรียนโรงเรียนในเมกา
ที่อเมริกา มีค่าประกันสุขภาพ ประกันรถ ภาษีรายได้ ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต้องจ่าย มองโอกาสที่จะเป็นอิสระทางการเงินยากมาก
เห็นคนไทย ทำร้านอาหาร รายได้ดี เหมือนรับเงินสดกันต่อวัน โดยไม่ต้องเสียภาษีรายได้เลย ซื้อกระเป๋าหลุยส์กันบ่อยๆ ในฐานะที่เราเป็นคนทำงานเสียภาษี มันก็เหมือนไม่จ่ายอะไรให้ส่วนรวมเลย แต่ก็นะ ถ้าลูกโตจนเข้าโรงเรียนแล้ว เราอาจจะไปสมัครทำงานร้านอาหารไทยบ้าง แต่อายุ 40กว่าแล้ว คงทำได้แต่ในครัว รับจ้าง ทำอะไรได้เราไม่เกี่ยง แต่เวลาให้ลูกค่อนข้างสำคัญมากสำหรับเราด้วย
คำว่าตั้งตัวได้ มันมีความหมายกว้างขวาง หลายคนมีบ้านมีรถ ดูดี แต่เบื้องหล้งเป็นหนี้เป็นสิน ติดหนี้บัตรเครดิตร
เราจะซื้อบ้านในเมกาตอนนี้ก็ได้ แต่ว่าเราต้องหาเงินมาจ่ายค่าบ้าน ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าภาษีอสังหา โดยอนาคตไม่รู้ว่า เราจะมีงานทำตลอดไปหรือปล่าว คือเราไม่มีเงินสำรองมากพอที่จะซื้อบ้านแล้วไม่ต้องกังวลกับอนาคต
เราก็ศึกษาลู่ทางไปเรื่อยๆค่ะ เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกทาง ยังพยายามลงทุนในหุ้นอยู่ แต่ได้กำไรน้อยนิด หุ้นแต่ละตัวก็แพงเหลือเกิน
ปัจจุบันรักษาสถานะได้คือ ไม่มีหนี้สิน จ่ายบัตรเครดิตทุกเดือน รักษาสุขภาพให้แข็งแรง มีเวลาให้ลูกมากๆ เพียงแต่เก็บเงินได้ทีละนิดละหน่อย ช้าสุดๆ
ที่อเมริกา มีค่าประกันสุขภาพ ประกันรถ ภาษีรายได้ ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต้องจ่าย มองโอกาสที่จะเป็นอิสระทางการเงินยากมาก
เห็นคนไทย ทำร้านอาหาร รายได้ดี เหมือนรับเงินสดกันต่อวัน โดยไม่ต้องเสียภาษีรายได้เลย ซื้อกระเป๋าหลุยส์กันบ่อยๆ ในฐานะที่เราเป็นคนทำงานเสียภาษี มันก็เหมือนไม่จ่ายอะไรให้ส่วนรวมเลย แต่ก็นะ ถ้าลูกโตจนเข้าโรงเรียนแล้ว เราอาจจะไปสมัครทำงานร้านอาหารไทยบ้าง แต่อายุ 40กว่าแล้ว คงทำได้แต่ในครัว รับจ้าง ทำอะไรได้เราไม่เกี่ยง แต่เวลาให้ลูกค่อนข้างสำคัญมากสำหรับเราด้วย
คำว่าตั้งตัวได้ มันมีความหมายกว้างขวาง หลายคนมีบ้านมีรถ ดูดี แต่เบื้องหล้งเป็นหนี้เป็นสิน ติดหนี้บัตรเครดิตร
เราจะซื้อบ้านในเมกาตอนนี้ก็ได้ แต่ว่าเราต้องหาเงินมาจ่ายค่าบ้าน ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าภาษีอสังหา โดยอนาคตไม่รู้ว่า เราจะมีงานทำตลอดไปหรือปล่าว คือเราไม่มีเงินสำรองมากพอที่จะซื้อบ้านแล้วไม่ต้องกังวลกับอนาคต
เราก็ศึกษาลู่ทางไปเรื่อยๆค่ะ เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกทาง ยังพยายามลงทุนในหุ้นอยู่ แต่ได้กำไรน้อยนิด หุ้นแต่ละตัวก็แพงเหลือเกิน
ปัจจุบันรักษาสถานะได้คือ ไม่มีหนี้สิน จ่ายบัตรเครดิตทุกเดือน รักษาสุขภาพให้แข็งแรง มีเวลาให้ลูกมากๆ เพียงแต่เก็บเงินได้ทีละนิดละหน่อย ช้าสุดๆ
ความคิดเห็นที่ 2
เราอยู่ที่สวิสก็ใด้ไม่ต่างไปกับคุณหรอก เสียถาษีก็15%เหมือนกัน แต่เราจะใด้สี่ถึงห้าพันฟรังทุกเดือน
เพราะว่าเราหางานทำเอง ทำความสะอาดตามบ้านนะ เราจะใด้ชั่วโมงละ35ฟรังต่อชั่วโมง
ถ้าทำที่ร้านอาหาร ร้านค้าทั่วไปหรือโรงแรมที่สวิส จะใด้แค่ชัวโมงละ25ฟรัง ต่างกันตั้ง10ฟรัง
แนะนำนะคะหางานเองตามบ้านจะใด้ค่าแรงดีกว่า ทำงานอย่างอื่นเราไม่รู้นะ แต่เราทำงานตามบ้าน
แบบชักผ้ารีดผ้าทำความสะอาดแต่จะไม่ทำกับข้าว เพราะว่าเราไม่มั่นใจที่จะทำให้คนอื่นกิน
แต่ถ้ามั่นใจ คนที่เราไปทำงานให้จะถามเราตลอด ว่ารับทำอาหารเลี้ยงแขกมั้ย แบบงานวันเกิดแบบนี้
ถ้าทำใด้จะใด้ค่าแรงเยอะเหมือนกัน อันนี้ไม่ต้องเสียภาษี เพราะว่าทำเป็นครั้งคราว
พูดถึงถ้าคนเก็บจริงๆทุกคนที่ทำงานแบบเราเค้าเก็บใด้ ปีละล้านขึ้นนะ แต่ต้องเก็บจริงๆ
เพราะว่าเราหางานทำเอง ทำความสะอาดตามบ้านนะ เราจะใด้ชั่วโมงละ35ฟรังต่อชั่วโมง
ถ้าทำที่ร้านอาหาร ร้านค้าทั่วไปหรือโรงแรมที่สวิส จะใด้แค่ชัวโมงละ25ฟรัง ต่างกันตั้ง10ฟรัง
แนะนำนะคะหางานเองตามบ้านจะใด้ค่าแรงดีกว่า ทำงานอย่างอื่นเราไม่รู้นะ แต่เราทำงานตามบ้าน
แบบชักผ้ารีดผ้าทำความสะอาดแต่จะไม่ทำกับข้าว เพราะว่าเราไม่มั่นใจที่จะทำให้คนอื่นกิน
แต่ถ้ามั่นใจ คนที่เราไปทำงานให้จะถามเราตลอด ว่ารับทำอาหารเลี้ยงแขกมั้ย แบบงานวันเกิดแบบนี้
ถ้าทำใด้จะใด้ค่าแรงเยอะเหมือนกัน อันนี้ไม่ต้องเสียภาษี เพราะว่าทำเป็นครั้งคราว
พูดถึงถ้าคนเก็บจริงๆทุกคนที่ทำงานแบบเราเค้าเก็บใด้ ปีละล้านขึ้นนะ แต่ต้องเก็บจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
อยู่อเมริกา ทำยังไงถึงจะรวย
มีลงทุนในกองทุนต่างๆ บัญชีเกษียน เล่นหุ้นเองบ้าง แต่ไม่ได้เห็นกำไรมากมาย เหมือนเล่นหุ้นที่ไทย ได้กำไรอะไรมา ก็โดนหักภาษีอีก ยิ่งเงินเดือนมากขึ้น ก็โดนหักภาษีเพิ่มอีก
ที่อยากรวย เพราะอยากซื้อบ้านในแคลิฟอร์เนียในบริเวณที่ดี โรงเรียนดีๆให้ลูก อยากบินกลับไทยบ่อยๆ ปัจจุบันยังเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่
คือกู้เงินมาซื้อบ้านก็กู้ได้ ไปคุยกับธนาคารผ่านแล้ว แต่หนักใจที่ต้องผ่อนไปกว่า 15-30ปี
บริษัทก็ใช่ว่าจะจ้างเราตลอดไป เผลอๆบอกล่วงหน้าเพียงสองสัปดาห์ให้ออก เพราะเห็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งโดนออกไปแล้ว แล้วถ้าตกงาน จะหาเงินที่ไหนมาผ่อนบ้าน
พอดีไปเจอครอบครัวคนเวียดนาม รวยจัง มีบ้านริมทะเล ราคากว่า $3ล้าน มีบ้านพักตากอากาศในสกีรีสอร์ตอีกสองหลัง จ้างคนมาเลี้ยงลูกตลอด 7วัน ลูกเรียนเอกชน ไปเที่ยวเมืองไทยบ่อยกว่าเราอีก ตระกูลนี้เค้าค้าเพชรมานาน จนอยู่ตัว มีทรัพย์สินมากมาย
เราค้าขายไม่เป็น จะเปิดร้าน ลองทำธุรกิจอะไรก็กลัวจะทำเจ๊ง เงินเก็บหาย ซะป่าวๆ
ไม่ได้อยากมีชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือย ไม่เคยซื้อของแบรนเนม แต่กว่าจะเก็บหอมรอมริมทีละนิดละหน่อย มันช้าเหลือเกิน อยากจะซื้อบ้าน อยากจะซื้ออะไรก็คิดแล้วคิดอีก
ชาวไกลบ้าน ทำงานอะไรกันบ้างคะ ทำยังไงถึงจะรวย
ขอบคุณค่ะ