คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
ผมเคยทาน 1 มื้อต่อวัน(ทานตอน 11 โมงกว่าๆ) ไม่ทานน้ำหวาน + เดินไปทำงานวันละ 30 นาที + นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม ปรากฎว่าน้ำหนักลด 1 กิโลต่อ 1 สัปดาห์ ทำไป 2 เดือน ลดได้ 8 กิโลครับ
2-3 วันแรกที่ทาน 1 มื้อ รู้สึกทรมานกับความหิว แต่หลังจากนั้นร่างกายปรับตัว ทานวันละมื้อได้ และพอเริ่มกลับมาทาน 2 มื้อต่อสัปดาห์ (มื้อ 11 โมงกว่าๆ กับมื้อเย็น) น้ำหนักก็คงที่ไม่มีอาการโยโย่ (เท่าที่สังเกตุ วันไหนนอนไม่พอ หรือดูทีวีเยอะ จะหิวง่าย)
คนสมัยก่อนไม่ค่อยได้ทาน 3 มื้อต่อวัน เพราะอาหารไม่ได้สะดวกหาทานง่ายเหมือนสมัยนี้ ร่างกายก็ยังแข็งแรง บางทีเราอาจเคยชินกับสังคมปัจจุบัน จนคิดว่าสิ่งนี้คือเรื่องปกติ (คนสมัยนี้เป็นโรคอ้วน เบาหวาน และโรคอื่นๆจากอาหารกันมาก)
ถ้าอยากรู้ว่าทำได้จริงไหม ลองทำตามก่อน (สัก2- 3 เดือน) แล้วค่อยตัดสินตอนนั้นก็ยังไม่สายครับ
2-3 วันแรกที่ทาน 1 มื้อ รู้สึกทรมานกับความหิว แต่หลังจากนั้นร่างกายปรับตัว ทานวันละมื้อได้ และพอเริ่มกลับมาทาน 2 มื้อต่อสัปดาห์ (มื้อ 11 โมงกว่าๆ กับมื้อเย็น) น้ำหนักก็คงที่ไม่มีอาการโยโย่ (เท่าที่สังเกตุ วันไหนนอนไม่พอ หรือดูทีวีเยอะ จะหิวง่าย)
คนสมัยก่อนไม่ค่อยได้ทาน 3 มื้อต่อวัน เพราะอาหารไม่ได้สะดวกหาทานง่ายเหมือนสมัยนี้ ร่างกายก็ยังแข็งแรง บางทีเราอาจเคยชินกับสังคมปัจจุบัน จนคิดว่าสิ่งนี้คือเรื่องปกติ (คนสมัยนี้เป็นโรคอ้วน เบาหวาน และโรคอื่นๆจากอาหารกันมาก)
ถ้าอยากรู้ว่าทำได้จริงไหม ลองทำตามก่อน (สัก2- 3 เดือน) แล้วค่อยตัดสินตอนนั้นก็ยังไม่สายครับ
Magie111 ถูกใจ, REVO_BIKE ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3892279 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5692436 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3041608 ถูกใจ, tp_watercolor ถูกใจ, ชะนี สีชมพู ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2897295 ถูกใจ, CWY ถูกใจ, Ms...plum ถูกใจรวมถึงอีก 6 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
ผมว่าไม่แปลกครับ ไปดูพระสายวัดป่า ที่ท่านฉันมื้อเดียวสิครับ อย่างพระอาจารย์ผม ตอนที่ผมไปบวช ที่วัดเกิ้งขอนแก่น ท่านฉันมื้อเดียว ผมเห็นท่านตอนแรกนึกว่า อายุ50 กว่าๆ แต่ที่ไหนได้ท่าน70 กว่าแล้วครับแถมตอนเดินบิณทบาตรตอนกลับวัดท่านยังเดินเร็วกว่าผมอีก ท่านสุขภาพดีมากๆครับ ตอนผมบวชผมก็กินมื้อเดียว บวช3เดือนน้ำหนักผมลดลงไป 22 กิโล รู้สึกเบาตัว คล่องแคล่วคล่องมากขึ้นเยอะเลยครับ ผมว่า คุณต้องลองครับ ถึงจะรู้ ถ้าคุณใจพอ[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สมาชิกหมายเลข 3014769 ถูกใจ, ชะนี สีชมพู ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2897295 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3744965 ถูกใจ, CWY ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2177344 ถูกใจ, Maleane ถูกใจ
ความคิดเห็นที่ 9
ผมว่าหนังสือไม่ได้เขียนสุดโต่งขนาดนั้นครับ
ในหนังสือจะมีบอกด้วยว่า หากเป็นเด็ก หรือตั้งครรภ์ วัยเกิน 60 ( มั้ง ) ไม่ควรทำตาม
หนังสือจะบอกแนวทางการปรับให้เหมาะสม อย่างถ้าทนหิวไม่ไหว ให้รองท้องด้วยไข่ 1 ฟอง หรือคุกกี้ ไม่ได้จำกัดแค่ว่า จงกินมื้อเดียวเท่านั้นและห้ามกินอย่างอื่น
เราต้องไม่ลืมว่าหนังสือนี้เขียนโดยคน "ญี่ปุ่น" ครับ วัฒนธรรมการใช้ชีวิตและการกิน ไม่เหมือนกัน หรืออาจะพูดได้ว่า แทบไม่คล้ายคลึงกันด้วยซ้ำ
เราควรอ่านแล้ววิเคราะห์ แล้วนำมาปรับใช้ตามความเหมาะสมดีกว่าครับ
ในแง่ความรู้ ผมว่าหนังสือนี้ให้ความรู้ดีพอสมควรเลยครับ และค่อนข้างเขียนในมุมมองที่เรียกได้ว่าแปลก แต่จะช่วยให้เรามองเห็นภาพในอีกมุมหนึ่งได้ครับ
ในหนังสือจะมีบอกด้วยว่า หากเป็นเด็ก หรือตั้งครรภ์ วัยเกิน 60 ( มั้ง ) ไม่ควรทำตาม
หนังสือจะบอกแนวทางการปรับให้เหมาะสม อย่างถ้าทนหิวไม่ไหว ให้รองท้องด้วยไข่ 1 ฟอง หรือคุกกี้ ไม่ได้จำกัดแค่ว่า จงกินมื้อเดียวเท่านั้นและห้ามกินอย่างอื่น
เราต้องไม่ลืมว่าหนังสือนี้เขียนโดยคน "ญี่ปุ่น" ครับ วัฒนธรรมการใช้ชีวิตและการกิน ไม่เหมือนกัน หรืออาจะพูดได้ว่า แทบไม่คล้ายคลึงกันด้วยซ้ำ
เราควรอ่านแล้ววิเคราะห์ แล้วนำมาปรับใช้ตามความเหมาะสมดีกว่าครับ
ในแง่ความรู้ ผมว่าหนังสือนี้ให้ความรู้ดีพอสมควรเลยครับ และค่อนข้างเขียนในมุมมองที่เรียกได้ว่าแปลก แต่จะช่วยให้เรามองเห็นภาพในอีกมุมหนึ่งได้ครับ
อาลามัง ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1229380 ถูกใจ, zenine ถูกใจ, เตรียมพัฒน์๑๖ ถูกใจ, แนนนี่มณ ถูกใจ, Nuchiiz Nuch ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
อยากทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนังสือ "ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี" ค่ะ
เราอ่านแล้วเราก็สงสัย ที่แนะนำให้รับประทานอาหารวันละเพียง 1 มื้อ แล้วปล่อยให้ท้องร้อง ร่างกายจะหลั่งสารเยาว์วัยออกมา แถมยังทำให้ผอมได้อีก ซึ่งมันขัดกับสามัญสำนึกของเราที่ต้องกินอาหารให้ครบมื้อ ไม่งั้นกรดย่อยอาหารที่หลั่งออกมาตามเวลามันจะกัดกระเพาะอาหารจนเป็นโรคกระเพาะนี่คะ
แต่ในหนังสือบอกว่ามนุษย์ถูกออกแบบมาจากอดีตกาลให้อดอยากมากกว่าอิ่ม?
จึงอยากเรียนถามผู้รู้ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆในพันทิพว่า ในทางปฏิบัติจริงๆ เราทำแบบนั้นได้เหรอคะ แล้วจะเป็นอันตรายต่อร่างกายไหม (แต่ในหนังสือ ผู้เขียนซึ่งเป็นนายแพทย์ท่านก็ทำนะคะ แต่เราก็รู้สึกว่ามันขัดๆกันอยู่ดี)
ใครทราบรบกวนแจ้งแถลงไขให้เราทีค่ะ สงสัยมานานมาก ยิ่งอ่านยิ่งสงสัย ถ้าทำได้จริงจะได้ลองแนะให้คุณแม่ทำบ้าง เพราะท่านอยากหน้าเด็กลงค่ะ 555+
// กราบขอบพระคุณรูปภาพจาก www.booksmile.co.th ค่ะ
ขอบคุณทุกคำตอบล่วงหน้าค่ะ