กรณีที่นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายให้กระทรวงการคลัง
จัดทำงบประมาณกลางปี 2558 เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ
ถึงรายละเอียดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ การตั้งงบประมาณกลางปีสามารถ
ทำได้แต่ต้องชี้แจงแหล่งรายได้ที่จะมาใช้จ่าย จะมาจากการเก็บรายได้เกินเป้าหรือการกู้เงิน
จากแหล่งเงินทุน ส่วนปัจจัยเสี่ยงในปี 2558 มองว่ามีประเด็นเรื่องค่าเงินผันผวนจากธนาคาร
กลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ราคาน้ำมัน ภัยพิบัติ และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำตามราคา
น้ำมัน ซึ่งภาครัฐอาจออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้เข้าถึงเกษตรกรมากขึ้น
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การ
จัดทำงบประมาณกลางปีในอดีตจะทำเมื่อเกิดเหตุการณ์ต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น เกิด
เหตุการณ์อุทกภัย ซึ่งการทำงบประมาณกลางปีเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจสามารถตั้งงบประมาณ
กลางปีได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของ สศค.ครั้งต่อไปจะปรับ
ลดการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2557 ลงจากเดิมประเมินไว้ที่
1.2-1.7% โดยต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4/2557 ว่าจะโตถึง 3.2% หรือไม่
หากทำได้จีดีพีปี 2557 จะอยู่ที่ 1% แต่เศรษฐกิจไตรมาสที่ 4/2557 โตเพียง 3% จะทำให้
จีดีพีทั้งปี 2557 จะอยู่ที่ 0.9% ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลด
จีดีพีปี 2557 ลงเหลือเพียง 0.8% โดยประเมินการส่งออกทั้งปีติดลบ 0.5% ขณะที่ สศค.
มองว่าจะโต 0% ส่วนตัวเลขการบริโภคในประเทศ สศค.และ ธปท.มองต่างกันเล็กน้อย
ทั้งนี้ ในส่วนของการบริโภค การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัวได้เล็กน้อย 0.6% โดยภาษีมูลค่า
เพิ่มที่เก็บจากการบริโภคภายในประเทศขยายตัวได้ 4.5% แต่ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า
ขยายตัวติดลบถึง 4.3% และเมื่อพิจารณาจากตัวเลขขายรถยนต์ที่ขยายตัวติดลบ 27.7%
รถจักรยานยนต์ขยายตัวติดลบ 12% เนื่องจากรายได้ของเกษตรกรลดลง จากราคาพืชผลทาง
เกษตรที่ตกต่ำ สำหรับการลงทุนในภาค เอกชนนั้น ตัวเลขเก็บภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยาย
ตัวติดลบ 12.6% จากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบเพียง 2.9% ยอดขายปูนซีเมนต์ขยายตัวติดลบ
8.5% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 8% ยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัวติดลบ 17.4%
จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวติดลบ 13.6%
นอกจากนี้ การส่งออกในเดือน พ.ย. กลับมาขยายตัวติดลบ 1% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว
ได้ดี 4% ส่วนการท่องเที่ยวขยายตัวได้ 2.5% แต่น้อยกว่าเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 6.1%
นายกฤษฎากล่าวว่า สำหรับตัวเลขจีดีพีปี 2558 สศค.มองว่าจะโต 4% เศรษฐกิจในไตรมาส
ที่ 3/2558 และ 4/2558 เป็นไตรมาสที่เติบโตดีที่สุด เพราะมีเม็ดเงินการลงทุนขนาดใหญ่ของ
รัฐลงสู่ระบบอย่างเต็มที่ ขณะที่ไตรมาสที่ 1/2558 เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เพราะแม้หน่วยงาน
ราชการจะเร่งลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง แต่เม็ดเงินและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่ระบบ
ช้ากว่าที่คาด ประเมินการส่งออกในปี 2558 จะโตที่ 3.5% ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลบวก
จากการอัดฉีดเม็ดเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ทำให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น แต่ต้องติดตาม
จำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซียที่เศรษฐกิจประสบปัญหา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419906483
เศรษฐกิจไทยป่วนหนัก! ส่งออก-นำเข้าติดขัด เก็บภาษีได้น้อย ฟุ้ง ปี58 ฟื้น โต 4% ... ข่าวมติชนอนไลน์ .../sao..เหลือ..noi
กรณีที่นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายให้กระทรวงการคลัง
จัดทำงบประมาณกลางปี 2558 เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ
ถึงรายละเอียดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ การตั้งงบประมาณกลางปีสามารถ
ทำได้แต่ต้องชี้แจงแหล่งรายได้ที่จะมาใช้จ่าย จะมาจากการเก็บรายได้เกินเป้าหรือการกู้เงิน
จากแหล่งเงินทุน ส่วนปัจจัยเสี่ยงในปี 2558 มองว่ามีประเด็นเรื่องค่าเงินผันผวนจากธนาคาร
กลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ราคาน้ำมัน ภัยพิบัติ และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำตามราคา
น้ำมัน ซึ่งภาครัฐอาจออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้เข้าถึงเกษตรกรมากขึ้น
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การ
จัดทำงบประมาณกลางปีในอดีตจะทำเมื่อเกิดเหตุการณ์ต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น เกิด
เหตุการณ์อุทกภัย ซึ่งการทำงบประมาณกลางปีเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจสามารถตั้งงบประมาณ
กลางปีได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของ สศค.ครั้งต่อไปจะปรับ
ลดการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2557 ลงจากเดิมประเมินไว้ที่
1.2-1.7% โดยต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4/2557 ว่าจะโตถึง 3.2% หรือไม่
หากทำได้จีดีพีปี 2557 จะอยู่ที่ 1% แต่เศรษฐกิจไตรมาสที่ 4/2557 โตเพียง 3% จะทำให้
จีดีพีทั้งปี 2557 จะอยู่ที่ 0.9% ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลด
จีดีพีปี 2557 ลงเหลือเพียง 0.8% โดยประเมินการส่งออกทั้งปีติดลบ 0.5% ขณะที่ สศค.
มองว่าจะโต 0% ส่วนตัวเลขการบริโภคในประเทศ สศค.และ ธปท.มองต่างกันเล็กน้อย
ทั้งนี้ ในส่วนของการบริโภค การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัวได้เล็กน้อย 0.6% โดยภาษีมูลค่า
เพิ่มที่เก็บจากการบริโภคภายในประเทศขยายตัวได้ 4.5% แต่ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า
ขยายตัวติดลบถึง 4.3% และเมื่อพิจารณาจากตัวเลขขายรถยนต์ที่ขยายตัวติดลบ 27.7%
รถจักรยานยนต์ขยายตัวติดลบ 12% เนื่องจากรายได้ของเกษตรกรลดลง จากราคาพืชผลทาง
เกษตรที่ตกต่ำ สำหรับการลงทุนในภาค เอกชนนั้น ตัวเลขเก็บภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยาย
ตัวติดลบ 12.6% จากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบเพียง 2.9% ยอดขายปูนซีเมนต์ขยายตัวติดลบ
8.5% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 8% ยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัวติดลบ 17.4%
จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวติดลบ 13.6%
นอกจากนี้ การส่งออกในเดือน พ.ย. กลับมาขยายตัวติดลบ 1% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว
ได้ดี 4% ส่วนการท่องเที่ยวขยายตัวได้ 2.5% แต่น้อยกว่าเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 6.1%
นายกฤษฎากล่าวว่า สำหรับตัวเลขจีดีพีปี 2558 สศค.มองว่าจะโต 4% เศรษฐกิจในไตรมาส
ที่ 3/2558 และ 4/2558 เป็นไตรมาสที่เติบโตดีที่สุด เพราะมีเม็ดเงินการลงทุนขนาดใหญ่ของ
รัฐลงสู่ระบบอย่างเต็มที่ ขณะที่ไตรมาสที่ 1/2558 เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เพราะแม้หน่วยงาน
ราชการจะเร่งลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง แต่เม็ดเงินและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่ระบบ
ช้ากว่าที่คาด ประเมินการส่งออกในปี 2558 จะโตที่ 3.5% ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลบวก
จากการอัดฉีดเม็ดเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ทำให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น แต่ต้องติดตาม
จำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซียที่เศรษฐกิจประสบปัญหา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419906483