ทำไมฝรั่งเศสลุกเป็นไฟ? ‘VAT 20%’ แต่ชีวิตลำบาก ข้าวของแพง บริการสาธารณะถดถอย รัฐสวัสดิการมาถึงทางตัน?

ทำไมฝรั่งเศสลุกเป็นไฟ? ‘VAT 20%’ แต่ชีวิตลำบาก ข้าวของแพง บริการสาธารณะถดถอย รัฐสวัสดิการมาถึงทางตัน?



ฝรั่งเศสระอุ จากการประท้วงของนักเรียนมัธยมที่ไม่พอใจห้องเรียนทรุดโทรมและปัญหาขาดแคลนครู ลุกลามเป็นคลื่นความไม่พอใจต่อค่าครองชีพและบริการสาธารณะทั่วประเทศ มีรายงานว่าผู้เข้าร่วมชุมนุม “สูงกว่า 500,000 คน” บางพื้นที่เกิดเหตุปะทะกับตำรวจ ปล้นสะดมร้านค้า และเผาอาคารสาธารณะ จนมีผู้ถูกจับกุมราว 1,800 คน

แต่เบื้องหลังความวุ่นวายครั้งนี้ อาจไม่ใช่แค่ปัญหาการศึกษา หากยังสะท้อน “รอยร้าวของระบบรัฐสวัสดิการฝรั่งเศส” ที่กำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจและการคลัง

เศรษฐกิจโตต่ำ แต่รัฐใช้เงินมหาศาล

ฝรั่งเศสขาดดุลงบประมาณ 5.1% ของ GDP ในปี 2025 หนี้สาธารณะพุ่ง “เป็นเกือบ 120% ของจีดีพี” ในปัจจุบัน ขณะที่รายจ่ายภาครัฐสูงถึง 57% ของ GDP และเศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย “เพียง 1.4%” นับตั้งแต่ปี 2023


ปัญหาคือ รัฐบาลใช้จ่ายมากกว่ารายได้อย่างต่อเนื่อง ต้องกู้เงินมาอุดช่องว่าง แต่เศรษฐกิจกลับเติบโตเชื่องช้า ทำให้การหาเงินมารองรับสวัสดิการยิ่งยากขึ้น

บำนาญคนรุ่นเก่า กดดันงบคนรุ่นใหม่?

ฝรั่งเศสกำลังเผชิญสังคมสูงวัย ประชาชนอายุยืนขึ้น รัฐจึงต้องจ่ายเงินบำนาญนานขึ้น ขณะที่จำนวนคนวัยทำงานซึ่งจ่ายภาษีเข้าระบบไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน

พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล มองว่า ระบบบำนาญที่ให้สิทธิประโยชน์สูงกำลังเบียดบังงบประมาณด้านอื่น โดยเฉพาะ “การศึกษา”

จึงเกิดภาพย้อนแย้ง เมื่อคนรุ่นใหม่ออกมาประท้วงเรียกร้องห้องเรียนและครูที่มีคุณภาพ ในวันที่รัฐบาลมีข้อจำกัดในการเพิ่มงบประมาณ

เก็บภาษีหนัก แต่เงินในกระเป๋าหด

ท่ามกลางบริการสาธารณะที่ถูกตัดงบและมีคุณภาพถดถอย ชาวฝรั่งเศสยังต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อัตราปกติ 20% ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุด 45% และภาษีนิติบุคคลอัตราปกติ 25% สะท้อนความย้อนแย้งว่า เหตุใดจ่ายภาษีสูง แต่กลับได้รับบริการจากรัฐที่ด้อยลง

ความไม่พอใจเรื่องภาษีและค่าครองชีพเคยปะทุเป็นม็อบ “เสื้อกั๊กเหลือง” ในปี 2018 จากการต่อต้านการขึ้นภาษีน้ำมัน ก่อนขยายเป็นการประท้วงความเหลื่อมล้ำครั้งใหญ่ สะท้อนปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมฝรั่งเศส

หนี้ท่วม รัฐบาลไม่มีเงินดับไฟประท้วง

ในอดีต รัฐบาลฝรั่งเศสมักใช้งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาความไม่พอใจของประชาชน แต่ครั้งนี้สถานการณ์ต่างออกไป

เพราะนอกจากหนี้สาธารณะมหาศาลแล้ว ต้นทุนการกู้ยืมยังเพิ่มขึ้น นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเยอรมนี ท่ามกลางความกังวลเรื่องฐานะการคลัง

ยิ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยมาก รัฐก็ยิ่งเหลือเงินน้อยลงสำหรับการศึกษา สาธารณสุข และบริการสาธารณะ

การเมืองแตกแยก ยิ่งแก้ปัญหายาก

ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2027 ฝรั่งเศสเผชิญความขัดแย้งระหว่างฝ่ายซ้ายที่ต้องการรักษาและขยายสวัสดิการ กับฝ่ายขวาที่ให้ความสำคัญกับการปรับเงื่อนไขสวัสดิการและประเด็นอัตลักษณ์ของชาติ

ขณะที่กลุ่มการเมืองสายกลางของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ไม่มีเสียงข้างมากในรัฐสภา ทำให้การผลักดันงบประมาณและการปฏิรูปเป็นไปอย่างยากลำบาก

หากขึ้นภาษีก็กระทบประชาชน ลดรายจ่ายสวัสดิการก็เสี่ยงเจอม็อบ แต่หากกู้เพิ่ม หนี้ก็ยิ่งพอกพูน ท้ายที่สุด วิกฤติฝรั่งเศสจึงไม่ได้สะท้อนเพียงความไม่พอใจต่อรัฐบาล แต่ยังทิ้งคำถามสำคัญว่า ในวันที่ประชาชนต้องการสวัสดิการที่ดีขึ้น แต่รัฐมีเงินจำกัดลง ระบบรัฐสวัสดิการจะรักษาคำมั่นสัญญาต่อคนทุกเจเนอเรชันได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งภาระหนี้ให้คนรุ่นหลัง?

อ่านต่อได้ที่: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1256924

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่