เหรียญบ่อนพนัน! เขย่า ก.ล.ต.
เรื่อง เหรียญ SHFL หรือ Shuffle กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดคริปโตฯ ทว่าลามมาถึงการทำงานของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทย
เรื่อง เหรียญ SHFL หรือ Shuffle กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดคริปโตฯ
ทว่าลามมาถึงการทำงานของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทยครับ
คำถามสำคัญ คือเหรียญที่มีความเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มคาสิโนออนไลน์ สามารถเข้ามาอยู่ในบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้คำนวณเงินกองทุนตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้อย่างไร
ต้องแยกกันก่อนนะครับ ระหว่างการมีชื่ออยู่ในบัญชีที่ใช้คำนวณเงินกองทุน กับการได้รับอนุญาตให้เสนอขายหรือซื้อขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะทั้งสองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ประเด็นของ SHFL จึงอยู่ที่ว่า การมีชื่ออยู่ในบัญชีดังกล่าวผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างไร
ใช้หลักเกณฑ์อะไร
และหน่วยงานกำกับดูแลได้ตรวจสอบลักษณะธุรกิจของผู้ออกเหรียญละเอียดเพียงใด
ข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์ระบุว่า SHFL เป็นโทเคนคริปโตฯ ที่เกี่ยวข้องกับ Shuffle.com ซึ่งดำเนินธุรกิจ “แพลตฟอร์มคาสิโนออนไลน์” ในต่างประเทศ
เมื่อชื่อเหรียญปรากฏในเอกสารของ ก.ล.ต.
จึงเกิดคำถามตามมาทันทีว่า หน่วยงานกำกับดูแลพิจารณาจากคุณสมบัติของตัวเหรียญ สภาพคล่อง ความเสี่ยงของสินทรัพย์ หรือพิจารณาถึงลักษณะธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังเหรียญด้วย
เรื่องนี้สำคัญ เพราะการประเมินสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ควรดูเพียงว่ามีราคาในตลาดหรือมีคนซื้อขายมากน้อยแค่ไหน แต่ต้องดูด้วยว่าสินทรัพย์นั้นมีความเสี่ยงอะไร
และความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลต่อผู้ประกอบธุรกิจที่นำไปคำนวณเงินกองทุนอย่างไร
อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือหลักเกณฑ์การหักมูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวออกจากการคำนวณเงินกองทุน
ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ระบุว่า เดิมมีการหักมูลค่าในอัตรา 30% ก่อนปรับลดเหลือ 20% หากเป็นไปตามรายละเอียดดังกล่าว ผู้ถือครองเหรียญย่อมสามารถนับมูลค่าสินทรัพย์ส่วนนี้เพิ่มขึ้นได้เมื่อเทียบกับเกณฑ์เดิม
แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันครับว่า การปรับอัตราหักมูลค่าจาก 30% เหลือ 20% ไม่ได้หมายความว่าราคาเหรียญเพิ่มขึ้นทันที 10% หากเป็นการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่นำมาคำนวณเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์
ถึงอย่างนั้น การเปลี่ยนเกณฑ์ก็เป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบว่า มีเหตุผลด้านการบริหารความเสี่ยงรองรับอย่างไร
ใช้กับสินทรัพย์ประเภทใดบ้าง
และผ่านกระบวนการพิจารณาแบบเดียวกันกับสินทรัพย์อื่นหรือไม่
หากมีข้อเท็จจริงว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้ถือครองสินทรัพย์บางรายได้ประโยชน์เป็นพิเศษ ยิ่งต้องเปิดเผยรายละเอียดให้สังคมตรวจสอบได้
มีการตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายการเมืองว่า มีบุคคลใดใช้อิทธิพลหรือสายสัมพันธ์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาของ ก.ล.ต. หรือไม่
หากไม่มีการแทรกแซง
นั่นเป็นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแสดงหลักฐานและอธิบายขั้นตอนการทำงานให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ข้อสงสัยขยายวงไปเรื่อย ๆ
สำหรับสำนักงาน ก.ล.ต. เรื่องนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของความโปร่งใส
เพราะตลาดทุนจะเดินหน้าได้ต้องอาศัยความเชื่อมั่นว่า กฎเกณฑ์เดียวกันใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค
คำถามที่ควรได้รับคำตอบมีตั้งแต่ SHFL ถูกนำเข้าสู่บัญชีดังกล่าวเมื่อใด ใครเป็นผู้เสนอข้อมูล ใช้หลักเกณฑ์ฉบับใด ใครเป็นผู้พิจารณา และมีเอกสารประเมินความเสี่ยงประกอบหรือไม่
รวมถึงการปรับอัตราหักมูลค่าจาก 30% เหลือ 20% เกิดขึ้นในช่วงเวลาใด มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องหรือไม่
และมีสินทรัพย์ประเภทอื่นได้รับการปรับเกณฑ์ในลักษณะเดียวกันด้วยหรือเปล่า
ถ้าทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก็เปิดเผยเอกสารและเหตุผลให้ตรวจสอบได้
เรื่องจะได้จบด้วยข้อเท็จจริง
ที่มา
เหรียญบ่อนพนัน! เขย่า ก.ล.ต.
เหรียญบ่อนพนัน! เขย่า ก.ล.ต.
เรื่อง เหรียญ SHFL หรือ Shuffle กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดคริปโตฯ ทว่าลามมาถึงการทำงานของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทย
เรื่อง เหรียญ SHFL หรือ Shuffle กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดคริปโตฯ
ทว่าลามมาถึงการทำงานของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทยครับ
คำถามสำคัญ คือเหรียญที่มีความเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มคาสิโนออนไลน์ สามารถเข้ามาอยู่ในบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้คำนวณเงินกองทุนตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้อย่างไร
ต้องแยกกันก่อนนะครับ ระหว่างการมีชื่ออยู่ในบัญชีที่ใช้คำนวณเงินกองทุน กับการได้รับอนุญาตให้เสนอขายหรือซื้อขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะทั้งสองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ประเด็นของ SHFL จึงอยู่ที่ว่า การมีชื่ออยู่ในบัญชีดังกล่าวผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างไร
ใช้หลักเกณฑ์อะไร
และหน่วยงานกำกับดูแลได้ตรวจสอบลักษณะธุรกิจของผู้ออกเหรียญละเอียดเพียงใด
ข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์ระบุว่า SHFL เป็นโทเคนคริปโตฯ ที่เกี่ยวข้องกับ Shuffle.com ซึ่งดำเนินธุรกิจ “แพลตฟอร์มคาสิโนออนไลน์” ในต่างประเทศ
เมื่อชื่อเหรียญปรากฏในเอกสารของ ก.ล.ต.
จึงเกิดคำถามตามมาทันทีว่า หน่วยงานกำกับดูแลพิจารณาจากคุณสมบัติของตัวเหรียญ สภาพคล่อง ความเสี่ยงของสินทรัพย์ หรือพิจารณาถึงลักษณะธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังเหรียญด้วย
เรื่องนี้สำคัญ เพราะการประเมินสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ควรดูเพียงว่ามีราคาในตลาดหรือมีคนซื้อขายมากน้อยแค่ไหน แต่ต้องดูด้วยว่าสินทรัพย์นั้นมีความเสี่ยงอะไร
และความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลต่อผู้ประกอบธุรกิจที่นำไปคำนวณเงินกองทุนอย่างไร
อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือหลักเกณฑ์การหักมูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวออกจากการคำนวณเงินกองทุน
ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ระบุว่า เดิมมีการหักมูลค่าในอัตรา 30% ก่อนปรับลดเหลือ 20% หากเป็นไปตามรายละเอียดดังกล่าว ผู้ถือครองเหรียญย่อมสามารถนับมูลค่าสินทรัพย์ส่วนนี้เพิ่มขึ้นได้เมื่อเทียบกับเกณฑ์เดิม
แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันครับว่า การปรับอัตราหักมูลค่าจาก 30% เหลือ 20% ไม่ได้หมายความว่าราคาเหรียญเพิ่มขึ้นทันที 10% หากเป็นการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่นำมาคำนวณเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์
ถึงอย่างนั้น การเปลี่ยนเกณฑ์ก็เป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบว่า มีเหตุผลด้านการบริหารความเสี่ยงรองรับอย่างไร
ใช้กับสินทรัพย์ประเภทใดบ้าง
และผ่านกระบวนการพิจารณาแบบเดียวกันกับสินทรัพย์อื่นหรือไม่
หากมีข้อเท็จจริงว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้ถือครองสินทรัพย์บางรายได้ประโยชน์เป็นพิเศษ ยิ่งต้องเปิดเผยรายละเอียดให้สังคมตรวจสอบได้
มีการตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายการเมืองว่า มีบุคคลใดใช้อิทธิพลหรือสายสัมพันธ์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาของ ก.ล.ต. หรือไม่
หากไม่มีการแทรกแซง
นั่นเป็นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแสดงหลักฐานและอธิบายขั้นตอนการทำงานให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ข้อสงสัยขยายวงไปเรื่อย ๆ
สำหรับสำนักงาน ก.ล.ต. เรื่องนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของความโปร่งใส
เพราะตลาดทุนจะเดินหน้าได้ต้องอาศัยความเชื่อมั่นว่า กฎเกณฑ์เดียวกันใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค
คำถามที่ควรได้รับคำตอบมีตั้งแต่ SHFL ถูกนำเข้าสู่บัญชีดังกล่าวเมื่อใด ใครเป็นผู้เสนอข้อมูล ใช้หลักเกณฑ์ฉบับใด ใครเป็นผู้พิจารณา และมีเอกสารประเมินความเสี่ยงประกอบหรือไม่
รวมถึงการปรับอัตราหักมูลค่าจาก 30% เหลือ 20% เกิดขึ้นในช่วงเวลาใด มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องหรือไม่
และมีสินทรัพย์ประเภทอื่นได้รับการปรับเกณฑ์ในลักษณะเดียวกันด้วยหรือเปล่า
ถ้าทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก็เปิดเผยเอกสารและเหตุผลให้ตรวจสอบได้
เรื่องจะได้จบด้วยข้อเท็จจริง
ที่มา