ภาษีมรดก : เครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำที่ไม่สมสมัย .... ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ..แนวหน้าออนไลน์ .... /sao..เหลือ..noi

1) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. ...
และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ตามที่ ครม.เป็นผู้เสนอ
โดยหลักการเพื่อจะให้มีการจัดเก็บภาษีมรดก 10% จากผู้ได้รับมรดกส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป

2) การอภิปรายในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปรากฏว่า สนช.หลายคนได้อภิปรายในเชิงทักท้วง
แสดงความห่วงใย ว่าการจัดเก็บภาษีมรดกในประเทศไทยอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ไม่สามารถจัดเก็บเงินภาษี
เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ตามเจตนารมณ์ตั้งต้น แต่กลับจะมีต้นทุนการดำเนินการ และสร้าง
ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมต่อไปอีกมากกว่า

3) ยอมรับว่า เมื่อสมัยเรียนเศรษฐศาสตร์ใหม่ๆ เมื่อ 45 ปีที่แล้ว ผมเคยตื่นเต้นกับแนวคิดที่ว่า ภาษีมรดก
จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม แต่ถึงยุคปัจจุบัน จะพบว่า ภาษีมรดกเป็นเครื่องมือที่ล้าหลังไปเสียแล้ว
ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดจนระบบเศรษฐกิจการเงินและการลงทุน
ของโลกที่เปิดกว้าง เงินทุนเคลื่อนไหวไหลเวียนอย่างเสรี


3.1 ปัจจุบัน คนมีวิธีการออมหลายวิธี มิใช่เพียงเงินฝากในธนาคาร หรืออสังหาริมทรัพย์ในประเทศเท่านั้น
แต่ยังมีการออมในรูปทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งสามารถถือครองได้ในต่างประเทศ

3.2 ระบบเศรษฐกิจ การเงินการลงทุนในโลกสมัยใหม่เปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก หรือทรัพย์สินในรูป
แบบต่างๆ โดยเฉพาะที่ถือครองอยู่ต่างประเทศ สามารถเคลื่อนย้ายถ่ายโอนกันได้อย่างเสรี หากมีการ
เก็บภาษีมรดกในประเทศก็จะมีการโยกย้ายถ่ายโอนออกไปถือครองอยู่ต่างประเทศ

3.3 ส่วนที่อยู่ในประเทศ ก็จะถูกโยกย้ายถ่ายโอนการถือครองออกไปอยู่ในรูปแบบต่างๆ

3.4 ยิ่งเรียกเก็บจากอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ที่ไม่จดทะเบียนด้วย ก็จะเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่
ใช้ดุลยพินิจส่วนตัว และเปิดช่องให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนได้

4) กระทรวงการคลังและรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็ทราบถึงปัญหาและข้อจำกัดดังกล่าว แต่ติดอยู่ตรงที่
ต้องการให้มีการจัดเก็บเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม แม้จะไม่ได้ผลก็ตาม

5) ในความเป็นจริง มีวิธีลดความเหลื่อมล้ำที่จะได้ผลมากกว่า มีประสิทธิภาพดีกว่า และสอดคล้องกับ
สภาวะเศรษฐกิจยุคใหม่ และลดความเหลื่อมล้ำได้จริงๆ เช่น เพิ่มโอกาสให้คนยากจนที่จะสามารถเข้า
ถึงทรัพยากรการผลิตมากขึ้น เช่น ที่ดิน ทุน ความรู้ ฯลฯ เพื่อจะให้เขาสามารถสร้างฐานะ มีทรัพย์สินมาก
ขึ้น แทนที่จะมุ่งลดความร่ำรวยของคนรวยผ่านการเก็บภาษีมรดก เป็นต้น

<
<
<

กล่าวโดยสรุป... ผมเห็นว่า การจัดเก็บภาษีมรดกมีหลักการที่ดีในการจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
แต่ภายใต้สภาวการณ์ความเป็นจริงของระบบเศรษฐกิจไร้พรมแดนยุคนี้ ภาษีมรดกได้กลายเป็นเครื่องมือ
ที่ไม่สมสมัย ไม่สามารถทำให้บรรลุผลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำได้จริง เกิดต้นทุนผลกระทบมากมาย
มีช่องทางหลบเลี่ยงหลากหลายรูปแบบ ผลได้จะไม่คุ้มเสีย ที่สำคัญ มีวิธีการและแนวทางอื่นๆ ที่สามารถ
ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างแท้จริงมากกว่า

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต

http://www.naewna.com/politic/columnist/16052

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่