มาต่อกันครับ ใครที่อยากดูภาคแรก ตามนี้ครับ
http://pantip.com/topic/32988037
ออกตัวก่อนว่าผมวิเคราะห์จาก public filing โดยจะค่อยๆ ตามสืบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้ว่าราคาน้ำมันที่มันตกลงมาขนาดนี้
จะมีผลต่อกำไรขาดทุนแค่ไหน
มาดูกันที่เงินสดสิ้นงวด Q3 PTT มีเงินอยู่สองแสนกว่าล้าน เพิ่มขึ้นค่อนข้างมหาศาลจากงวดที่แล้ว
PTT มีลูกหนี้การค้าอยู่ 236,513.89 ล้านบาท แต่เป็นของกิจการร่วมเสีย 90,782.96 ล้านบาท โดยหนี้ที่ยังไม่ครบกำหนดชำระ 226,695.09 ล้านบาท
งง ๆ ไหมครับ แต่ด้วยเงินสดปริมาณขนาดนี้ มีคนเครดิตไว้เยอะ ไม่เป็นปัญหา โดยเกือบครึ่งก็เครือเดียวกันนั่นแหละ
ที่ครบกำหนดชำระเกิน 12 เดือน มี 5,403.44 ล้านบาท เป็นสัดส่วนที่น้อย คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร
(เผื่อหนี้จะสูญ ประมาณ สองพันล้านบาท)
มีจุดหนึ่งสำหรับเงินกู้ระยะยาวที่แทงหนี้สูญไปหมื่นหกพันล้าน แต่ก็รายงานตั้งแต่ q2 แล้ว โดย
"บริษัทฯ รับรู้ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ จำนวน 16,218.31 ล้านบาท สำหรับเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทย่อยแห่งหนึ่ง
ซึ่งนำไปลงทุนในบริษัทร่วมแห่งหนึ่งในต่างประเทศ"
โดยภาพรวมแล้วฐานะทางการเงินค่อนข้างแข็งแกร่ง
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ราคาน้ำมัน จาก 100 เหรียญ มาสู่ต่ำกว่า 60 เท่ากับลดไป 40% ถ้าไตรมาสนี้กำไรหดไป 40% eps ทั้งปีน่าจะเกิน 30 บาทได้ แต่คงไม่มากนัก
เพื่อเป็นการเรียกความเชื่อถือจากนักลงทุน ผมค่อนข้างมั่นใจว่าบริษัทน่าจะจ่ายปันผลครึ่งหลัง แต่เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับใจของผู้บริหาร
เพราะเงินสดในมือเยอะขนาดนี้จ่ายปันผลไม่น่าจะกระทบธุรกิจเลยด้วยซ้ำ (ปกติจ่ายเรทราว ๆ 40% ของกำไรสุทธิ)
ผมลองคิดคำนวณคร่าวมากๆ นะครับอย่าเลียนแบบ จริงๆ เราต้องดูลึกกว่านี้ โดยจากช่วง
ราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบดูไบเพิ่มจาก 78.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2553 เป็น 106.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2554
ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้น จำนวน 40,418 ล้านบาท จากจำนวน 170,330 ล้านบาท ในปี 2553 เป็น 210,748 ล้านบาท ในปี 2554 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.7
ดังนั้น คำนวณว่าราคาน้ำมันตกมา 40% จาก q3 EBITDA ควรจะลดลงด้วยอัตราส่วนใกล้ๆ กัน ลองคำนวณเล่นๆ กันดูนะครับ
ทีนี้ปัญหามันอยู่ที่ว่าราคามันจะตกไปอีกหรือเปล่า และน้ำมันจะยังลงอีกไหมสำหรับราคาน้ำมันนั้น ผมคงไม่อาจทำนาย
ผมลองมาดูราคาย้อนหลัง

กราฟจาก bloomberg
ในนั้นมีการลดราคาช่วงปลายปี 2011 และ ช่วงปลายปี 2013 ที่ราคาลงมาต่ำกว่า 300 ผมคงจะต้องลองไล่กลับไปค้นดูว่าช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้น
(ผมไม่ใช่แผน PTT ครับไม่รู้ประวัติเลย) ใครใจดีช่วยเล่าให้ฟังหน่อยก็ดีนะครับ ;)
การเดินทางของเรายังไม่จบครับ ก่อนจะลงทุนก็ต้องเอาให้แน่ชัดก่อน บางทีการแกะงบของผมอาจจะกินเวลาเกินไป
แต่ผมก็ยังเชื่อว่าถ้าเรามี margin of safety ไว้ก่อน อย่างน้อยตกรถ แต่ไม่ตกเขาก็โอเค ว่าไหมครับ
แล้วมาต่อ part ย้อนอดีตกันครับ
To be continued tomorrow
Ref:
เจาะลึกหุ้น PTT Part 1
เจาะลึกหุ้น PTT Part 2
เจาะลึก หุ้น PTT ในช่วงเวลาราคาน้ำมันตกต่ำ! Part 2
http://pantip.com/topic/32988037
ออกตัวก่อนว่าผมวิเคราะห์จาก public filing โดยจะค่อยๆ ตามสืบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้ว่าราคาน้ำมันที่มันตกลงมาขนาดนี้
จะมีผลต่อกำไรขาดทุนแค่ไหน
มาดูกันที่เงินสดสิ้นงวด Q3 PTT มีเงินอยู่สองแสนกว่าล้าน เพิ่มขึ้นค่อนข้างมหาศาลจากงวดที่แล้ว
PTT มีลูกหนี้การค้าอยู่ 236,513.89 ล้านบาท แต่เป็นของกิจการร่วมเสีย 90,782.96 ล้านบาท โดยหนี้ที่ยังไม่ครบกำหนดชำระ 226,695.09 ล้านบาท
งง ๆ ไหมครับ แต่ด้วยเงินสดปริมาณขนาดนี้ มีคนเครดิตไว้เยอะ ไม่เป็นปัญหา โดยเกือบครึ่งก็เครือเดียวกันนั่นแหละ
ที่ครบกำหนดชำระเกิน 12 เดือน มี 5,403.44 ล้านบาท เป็นสัดส่วนที่น้อย คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร
(เผื่อหนี้จะสูญ ประมาณ สองพันล้านบาท)
มีจุดหนึ่งสำหรับเงินกู้ระยะยาวที่แทงหนี้สูญไปหมื่นหกพันล้าน แต่ก็รายงานตั้งแต่ q2 แล้ว โดย
"บริษัทฯ รับรู้ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ จำนวน 16,218.31 ล้านบาท สำหรับเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทย่อยแห่งหนึ่ง
ซึ่งนำไปลงทุนในบริษัทร่วมแห่งหนึ่งในต่างประเทศ"
โดยภาพรวมแล้วฐานะทางการเงินค่อนข้างแข็งแกร่ง
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ราคาน้ำมัน จาก 100 เหรียญ มาสู่ต่ำกว่า 60 เท่ากับลดไป 40% ถ้าไตรมาสนี้กำไรหดไป 40% eps ทั้งปีน่าจะเกิน 30 บาทได้ แต่คงไม่มากนัก
เพื่อเป็นการเรียกความเชื่อถือจากนักลงทุน ผมค่อนข้างมั่นใจว่าบริษัทน่าจะจ่ายปันผลครึ่งหลัง แต่เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับใจของผู้บริหาร
เพราะเงินสดในมือเยอะขนาดนี้จ่ายปันผลไม่น่าจะกระทบธุรกิจเลยด้วยซ้ำ (ปกติจ่ายเรทราว ๆ 40% ของกำไรสุทธิ)
ผมลองคิดคำนวณคร่าวมากๆ นะครับอย่าเลียนแบบ จริงๆ เราต้องดูลึกกว่านี้ โดยจากช่วง
ราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบดูไบเพิ่มจาก 78.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2553 เป็น 106.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2554
ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้น จำนวน 40,418 ล้านบาท จากจำนวน 170,330 ล้านบาท ในปี 2553 เป็น 210,748 ล้านบาท ในปี 2554 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.7
ดังนั้น คำนวณว่าราคาน้ำมันตกมา 40% จาก q3 EBITDA ควรจะลดลงด้วยอัตราส่วนใกล้ๆ กัน ลองคำนวณเล่นๆ กันดูนะครับ
ทีนี้ปัญหามันอยู่ที่ว่าราคามันจะตกไปอีกหรือเปล่า และน้ำมันจะยังลงอีกไหมสำหรับราคาน้ำมันนั้น ผมคงไม่อาจทำนาย
ผมลองมาดูราคาย้อนหลัง
กราฟจาก bloomberg
ในนั้นมีการลดราคาช่วงปลายปี 2011 และ ช่วงปลายปี 2013 ที่ราคาลงมาต่ำกว่า 300 ผมคงจะต้องลองไล่กลับไปค้นดูว่าช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้น
(ผมไม่ใช่แผน PTT ครับไม่รู้ประวัติเลย) ใครใจดีช่วยเล่าให้ฟังหน่อยก็ดีนะครับ ;)
การเดินทางของเรายังไม่จบครับ ก่อนจะลงทุนก็ต้องเอาให้แน่ชัดก่อน บางทีการแกะงบของผมอาจจะกินเวลาเกินไป
แต่ผมก็ยังเชื่อว่าถ้าเรามี margin of safety ไว้ก่อน อย่างน้อยตกรถ แต่ไม่ตกเขาก็โอเค ว่าไหมครับ
แล้วมาต่อ part ย้อนอดีตกันครับ
To be continued tomorrow
Ref:
เจาะลึกหุ้น PTT Part 1
เจาะลึกหุ้น PTT Part 2