#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #PTT : CGSI แนะนำ “ซื้อ” เป้า 41 บาท
CGSI : ประเมินว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) PTT มีกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อน โดยแม้จะได้รับผลกระทบจากขาดทุนด้านอนุพันธ์ แต่ยังได้แรงหนุนจาก EBITDA ที่แข็งแกร่งของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจโรงกลั่น
หากไม่รวมกำไรสต๊อกน้ำมันและผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง บริษัทจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 55,341 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 270% จากไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง
กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติยังเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดย EBITDA ของกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็น 16,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแยกก๊าซ (GSP) และธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ (NGD) ซึ่งได้อานิสงส์จากราคาขายที่มี Premium สูงขึ้น
ปริมาณขายก๊าซเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 4,019 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (mmscfd) โดยอุปสงค์หลักมาจากกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) ขณะที่ธุรกิจโรงแยกก๊าซมี EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 610% จากไตรมาสก่อน แตะ 4,374 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นเป็น 91.6% จาก 90.4% ในไตรมาสก่อนหน้า
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังช่วยหนุนราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยเฉพาะ Polyethylene (PE) ส่งผลให้ Margin ของอีเทนเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนก๊าซลดลงจากการปรับโครงสร้างราคา Pool Gas ใหม่
ด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมี EBITDA แข็งแกร่งที่ 41,223 ล้านบาท ไม่รวมผลขาดทุนอนุพันธ์ 41,374 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน EBITDA 3,444 ล้านบาทในไตรมาสก่อน จาก Margin การค้าน้ำมันและก๊าซที่ปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อาจอ่อนตัวลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากแนวโน้มขาดทุนสต๊อกน้ำมันของธุรกิจโรงกลั่น และ Crack Spread น้ำมันดีเซลที่ลดลง รวมถึงต้นทุนก๊าซที่อาจปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดัน EBITDA ของธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซ
แม้เช่นนั้น ยังแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTT โดยให้ราคาเป้าหมายแบบ Sum-of-the-Parts (SOP) ที่ 41 บาทต่อหุ้น มองว่าราคาน้ำมันดิบระดับสูงยังช่วยสนับสนุน EBITDA ของธุรกิจ PE, GSP และ NGD ต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2569 ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่อัตราการใช้กำลังการผลิตของธุรกิจโรงแยกก๊าซที่อาจต่ำกว่าคาดการณ์

PTT : CGSI แนะนำ “ซื้อ” เป้า 41 บาท
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #PTT : CGSI แนะนำ “ซื้อ” เป้า 41 บาท
CGSI : ประเมินว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) PTT มีกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อน โดยแม้จะได้รับผลกระทบจากขาดทุนด้านอนุพันธ์ แต่ยังได้แรงหนุนจาก EBITDA ที่แข็งแกร่งของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจโรงกลั่น
หากไม่รวมกำไรสต๊อกน้ำมันและผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง บริษัทจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 55,341 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 270% จากไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง
กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติยังเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดย EBITDA ของกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็น 16,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแยกก๊าซ (GSP) และธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ (NGD) ซึ่งได้อานิสงส์จากราคาขายที่มี Premium สูงขึ้น
ปริมาณขายก๊าซเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 4,019 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (mmscfd) โดยอุปสงค์หลักมาจากกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) ขณะที่ธุรกิจโรงแยกก๊าซมี EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 610% จากไตรมาสก่อน แตะ 4,374 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นเป็น 91.6% จาก 90.4% ในไตรมาสก่อนหน้า
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังช่วยหนุนราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยเฉพาะ Polyethylene (PE) ส่งผลให้ Margin ของอีเทนเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนก๊าซลดลงจากการปรับโครงสร้างราคา Pool Gas ใหม่
ด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมี EBITDA แข็งแกร่งที่ 41,223 ล้านบาท ไม่รวมผลขาดทุนอนุพันธ์ 41,374 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน EBITDA 3,444 ล้านบาทในไตรมาสก่อน จาก Margin การค้าน้ำมันและก๊าซที่ปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อาจอ่อนตัวลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากแนวโน้มขาดทุนสต๊อกน้ำมันของธุรกิจโรงกลั่น และ Crack Spread น้ำมันดีเซลที่ลดลง รวมถึงต้นทุนก๊าซที่อาจปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดัน EBITDA ของธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซ
แม้เช่นนั้น ยังแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTT โดยให้ราคาเป้าหมายแบบ Sum-of-the-Parts (SOP) ที่ 41 บาทต่อหุ้น มองว่าราคาน้ำมันดิบระดับสูงยังช่วยสนับสนุน EBITDA ของธุรกิจ PE, GSP และ NGD ต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2569 ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่อัตราการใช้กำลังการผลิตของธุรกิจโรงแยกก๊าซที่อาจต่ำกว่าคาดการณ์