
ภาพจาก : Pexels
ช่วงนี้หลายคนอาจเห็นข่าวน้ำมันแพงและวิกฤตด้านพลังงาน แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันใหญ่กว่านั้นมาก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางน้ำมันหลักของโลกที่ส่งผลต่อนํ้ามันเริ่มขาดตลาดและแพงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์

ภาพจาก : วารสารการเงินธนาคาร
จากราคาน้ำมันพุ่ง ส่งผลให้เกิดปัญหาของไม่พอ แม้ราคาตลาดจะอยู่ราว 90–115 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ในโลกจริงพุ่งไปถึง 140 ดอลลาร์ สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ราคา แต่คือความมั่นคงด้านพลังงาน
กรณีศึกษาจากประเทศญี่ปุ่นที่วางแผนมา 50 ปี และอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นโดนผลกระทบเหมือนไทย แต่รับมือได้นิ่งกว่ามาก เพราะญี่ปุ่นไม่ได้รอแก้ปัญหา แต่เริ่มตั้งแต่วิกฤตน้ำมันปี 2516 ทั้งลดการพึ่งพาพลังงานระยะยาว ปรับเศรษฐกิจไปใช้พลังงานน้อยลง และลงทุนเทคโนโลยี (โครงการ Sunshine / Moonlight) ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือ เศรษฐกิจโต แต่ใช้พลังงานน้อยลง (Decoupling) และเมื่อวิกฤตมาถึงญี่ปุ่นในปี 2569 ญี่ปุ่นสามารถปล่อยน้ำมันสำรอง 80 ล้านบาร์เรล ตรึงราคาได้ทันที และใช้พันธบัตรพลังงานช่วย และไม่กระทบระบบการคลังมาก
ในขณะที่เมื่อมองย้อนกลับมาที่ไทยที่สามารถตรึงราคาได้ แต่ต้องแลกด้วยหนี้ และถึงแม้จะพยายามอย่างเต็มที่ โดยใช้กองทุนน้ำมัน และตรึงดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร แต่ปัญหาคือ ไทยกำลังเจอ “Triple Deficit” การขาดดุลพลังงาน การขาดดุลการคลัง และการขาดดุลการค้า และที่หนักสุดคือ ไทยยังพึ่งพาน้ำมันนำเข้ามากกว่า 50% ทำให้เห็นจุดต่างที่ชัดมากคือญี่ปุ่นแก้โครงสร้าง แต่ไทยแก้เฉพาะหน้า และญี่ปุ่นรื้อระบบ แต่ไทยซื้อเวลา
ด้วยเหตุฉะนี้ สามารถสรุป 3 บทเรียนสำคัญจากญี่ปุ่นได้คือ :
1. ไม่ใช่แค่กดราคา แต่ต้องลดการใช้พลังงาน
2. ไม่ใช่รอวิกฤต แต่ต้องมีคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์
3. ไม่ใช่แก้ระยะสั้น แต่ต้องลงทุนพลังงานอนาคตในระยะยาว

ภาพจาก : Pexels
ดังนั้น วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นโอกาสของไทย แม้สถานการณ์จะหนัก แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่า ระบบพลังงานไทยเปราะบางแค่ไหน ถ้าไทยเริ่มลดการพึ่งพานำเข้า ลงทุนพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน วิกฤตพลังงานในวันนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนได้ เพราะฉะนั้น เราอาจควบคุมสงครามระหว่างประเทศไม่ได้ แต่เราสามารถควบคุมวิธีรับมือและกำหนดอนาคตของประเทศได้ครับ
ที่มา :
https://www.dailynews.co.th/news/5705637/
_______________________________
💡คำถามชวนคุยและแลกเปลี่ยนครับ : 🔺
❇️เพื่อนๆคิดว่าไทยควรรื้อระบบพลังงานจริงจังหรือยังพอซื้อเวลาไปก่อนได้อีก ?
⚠️วิกฤตน้ำมันโลก 2026 : ทำไมญี่ปุ่นเอาอยู่ แต่ไทยยังต้องแบก? บทเรียนที่ไม่ใช่แค่เรื่องราคา
ภาพจาก : Pexels
ช่วงนี้หลายคนอาจเห็นข่าวน้ำมันแพงและวิกฤตด้านพลังงาน แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันใหญ่กว่านั้นมาก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางน้ำมันหลักของโลกที่ส่งผลต่อนํ้ามันเริ่มขาดตลาดและแพงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์
ภาพจาก : วารสารการเงินธนาคาร
จากราคาน้ำมันพุ่ง ส่งผลให้เกิดปัญหาของไม่พอ แม้ราคาตลาดจะอยู่ราว 90–115 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ในโลกจริงพุ่งไปถึง 140 ดอลลาร์ สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ราคา แต่คือความมั่นคงด้านพลังงาน
กรณีศึกษาจากประเทศญี่ปุ่นที่วางแผนมา 50 ปี และอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นโดนผลกระทบเหมือนไทย แต่รับมือได้นิ่งกว่ามาก เพราะญี่ปุ่นไม่ได้รอแก้ปัญหา แต่เริ่มตั้งแต่วิกฤตน้ำมันปี 2516 ทั้งลดการพึ่งพาพลังงานระยะยาว ปรับเศรษฐกิจไปใช้พลังงานน้อยลง และลงทุนเทคโนโลยี (โครงการ Sunshine / Moonlight) ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือ เศรษฐกิจโต แต่ใช้พลังงานน้อยลง (Decoupling) และเมื่อวิกฤตมาถึงญี่ปุ่นในปี 2569 ญี่ปุ่นสามารถปล่อยน้ำมันสำรอง 80 ล้านบาร์เรล ตรึงราคาได้ทันที และใช้พันธบัตรพลังงานช่วย และไม่กระทบระบบการคลังมาก
ในขณะที่เมื่อมองย้อนกลับมาที่ไทยที่สามารถตรึงราคาได้ แต่ต้องแลกด้วยหนี้ และถึงแม้จะพยายามอย่างเต็มที่ โดยใช้กองทุนน้ำมัน และตรึงดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร แต่ปัญหาคือ ไทยกำลังเจอ “Triple Deficit” การขาดดุลพลังงาน การขาดดุลการคลัง และการขาดดุลการค้า และที่หนักสุดคือ ไทยยังพึ่งพาน้ำมันนำเข้ามากกว่า 50% ทำให้เห็นจุดต่างที่ชัดมากคือญี่ปุ่นแก้โครงสร้าง แต่ไทยแก้เฉพาะหน้า และญี่ปุ่นรื้อระบบ แต่ไทยซื้อเวลา
ด้วยเหตุฉะนี้ สามารถสรุป 3 บทเรียนสำคัญจากญี่ปุ่นได้คือ :
1. ไม่ใช่แค่กดราคา แต่ต้องลดการใช้พลังงาน
2. ไม่ใช่รอวิกฤต แต่ต้องมีคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์
3. ไม่ใช่แก้ระยะสั้น แต่ต้องลงทุนพลังงานอนาคตในระยะยาว
ภาพจาก : Pexels
ดังนั้น วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นโอกาสของไทย แม้สถานการณ์จะหนัก แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่า ระบบพลังงานไทยเปราะบางแค่ไหน ถ้าไทยเริ่มลดการพึ่งพานำเข้า ลงทุนพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน วิกฤตพลังงานในวันนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนได้ เพราะฉะนั้น เราอาจควบคุมสงครามระหว่างประเทศไม่ได้ แต่เราสามารถควบคุมวิธีรับมือและกำหนดอนาคตของประเทศได้ครับ
ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/5705637/
_______________________________
💡คำถามชวนคุยและแลกเปลี่ยนครับ : 🔺
❇️เพื่อนๆคิดว่าไทยควรรื้อระบบพลังงานจริงจังหรือยังพอซื้อเวลาไปก่อนได้อีก ?