คาลอส โกสน์ ceo ผู้ยิ่งใหญ่ของนิสสัน ถือว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับว่ามีฝีไม้ลายมือในเรื่องของการบริหารไม่เป็นสองรองใคร
ชายคนนี้เข้ามาพลิกฟื้นนิสสันจากบริษัทที่มีแต่หนี้สินนับแสนล้านให้พลิกกลับมามีกำไร ภายใต้แนวคิด "การเปลี่ยนแปลง"
สิ่งที่คาลอสทำคือการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก แน่นอนว่าวิธีการนี้ย่อมมีคนเจ็บตัว นั่นคือแผนกไหนหน่วยงานใดไม่มีความจำเป็นจะถูกตัดออกเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ในทางตรงข้ามเขาก็ปลอบขวัญพนักงานที่ยังอยู่ด้วยการนำเงินบางส่วนไปเพิ่มเป็นโบนัสหากพนักงานทำงานได้ตรงตามเป้า
นอกเหนือจากการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น คาลอสยังพัฒนาและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดั้งเดิมของรถยนตร์ให้มีรูปโฉมใหม่ และพยายามเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้มากขึ้น
พูดง่ายๆคือ คาลอสพยายามลดรายจ่ายพร้อมกับเพิ่มรายได้ไปพร้อมๆกันนี่คือแนวคิดของผู้บริหารระดับโลก
ข้อแตกต่างระหว่างผู้บริหารระดับโลกกับผู้บริหารแบบไทยๆที่พยายามเหลือเกินในการจะนำเอาระบบของเมืองนอกมาใช้ก็คือ
คนไทยมักจะนำเอาระบบของเขามาใช้แบบครึ่งๆกลางๆ ยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ในช่วงสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี หลายบริษัทจะพร้อมใจกันลดค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระหนักหน่วงที่สุดก็คือเงินเดือนพนักงาน บริษัทที่ใหญ่โตหน่อย ระบบดีหน่อยใจป้ำหน่อยก็เลิกจ้างจ่ายซองขาวตามกฏหมายกันไป ส่วนบริษัทกระจอกก็มักใช้วิธี "กระจอก" และ "ชั้นต่ำ" คือ บีบออก เพื่อจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หลังจากลดค่าใช้จ่ายได้สำเร็จ บริษัทไทยส่วนมากไม่เคย คิดที่จะนำเงินบางส่วนมาปลุกปลอบขวัญพนักงานที่ เขาทำงานได้ตามเป้า ทั้งๆที่เขาต้องทำงานหนักทดแทนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างไป
และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้บริหารไทยมักจะขาดวิสัยทัศน์ในการพลิกแพลงหาวิธีเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรในภาวะวิกฤต พอลดคนสำเร็จ ลดรายจ่ายสำเร็จ ลดเงินเดือนสำเร็จ แต่ยอดขายยังตกต่อเนื่อง ยอดขายยังตกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จึงพากันใบ้กินไปตามๆกัน แล้วก็วนกลับมามุกเดิม คือลดคน ปลดคน บีบคนออก บีบไปบีบมาไม่มีคนทำงาน ต้องจ้างเพิ่ม จ้างเพิ่มเสร็จยอดตกบีบออก จ้างใหม่ ไร้สมอง ไร้สาระสิ้นดี จ้างกันมาบริหารเงินเดือนตั้งแพงคิดออกอยู่อย่างเดียว "ลดคน"
เออะก็ลดคน
ชายคนนี้เข้ามาพลิกฟื้นนิสสันจากบริษัทที่มีแต่หนี้สินนับแสนล้านให้พลิกกลับมามีกำไร ภายใต้แนวคิด "การเปลี่ยนแปลง"
สิ่งที่คาลอสทำคือการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก แน่นอนว่าวิธีการนี้ย่อมมีคนเจ็บตัว นั่นคือแผนกไหนหน่วยงานใดไม่มีความจำเป็นจะถูกตัดออกเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ในทางตรงข้ามเขาก็ปลอบขวัญพนักงานที่ยังอยู่ด้วยการนำเงินบางส่วนไปเพิ่มเป็นโบนัสหากพนักงานทำงานได้ตรงตามเป้า
นอกเหนือจากการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น คาลอสยังพัฒนาและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดั้งเดิมของรถยนตร์ให้มีรูปโฉมใหม่ และพยายามเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้มากขึ้น
พูดง่ายๆคือ คาลอสพยายามลดรายจ่ายพร้อมกับเพิ่มรายได้ไปพร้อมๆกันนี่คือแนวคิดของผู้บริหารระดับโลก
ข้อแตกต่างระหว่างผู้บริหารระดับโลกกับผู้บริหารแบบไทยๆที่พยายามเหลือเกินในการจะนำเอาระบบของเมืองนอกมาใช้ก็คือ
คนไทยมักจะนำเอาระบบของเขามาใช้แบบครึ่งๆกลางๆ ยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ในช่วงสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี หลายบริษัทจะพร้อมใจกันลดค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระหนักหน่วงที่สุดก็คือเงินเดือนพนักงาน บริษัทที่ใหญ่โตหน่อย ระบบดีหน่อยใจป้ำหน่อยก็เลิกจ้างจ่ายซองขาวตามกฏหมายกันไป ส่วนบริษัทกระจอกก็มักใช้วิธี "กระจอก" และ "ชั้นต่ำ" คือ บีบออก เพื่อจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หลังจากลดค่าใช้จ่ายได้สำเร็จ บริษัทไทยส่วนมากไม่เคย คิดที่จะนำเงินบางส่วนมาปลุกปลอบขวัญพนักงานที่ เขาทำงานได้ตามเป้า ทั้งๆที่เขาต้องทำงานหนักทดแทนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างไป
และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้บริหารไทยมักจะขาดวิสัยทัศน์ในการพลิกแพลงหาวิธีเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรในภาวะวิกฤต พอลดคนสำเร็จ ลดรายจ่ายสำเร็จ ลดเงินเดือนสำเร็จ แต่ยอดขายยังตกต่อเนื่อง ยอดขายยังตกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จึงพากันใบ้กินไปตามๆกัน แล้วก็วนกลับมามุกเดิม คือลดคน ปลดคน บีบคนออก บีบไปบีบมาไม่มีคนทำงาน ต้องจ้างเพิ่ม จ้างเพิ่มเสร็จยอดตกบีบออก จ้างใหม่ ไร้สมอง ไร้สาระสิ้นดี จ้างกันมาบริหารเงินเดือนตั้งแพงคิดออกอยู่อย่างเดียว "ลดคน"