ปัดกวาดบ้านตัวเอง:กรณี“ไมค์ทองคำ”เป็นอย่างไร ทุกฝ่ายต่างรู้อยู่เต็มอก แล้วโครงการเมกะโปรเจกท์ชุดใหญ่ถึง3ลล. จะซ้ำรอยไหม?

กระทู้ข่าว
วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2557

ปัดกวาดบ้านตัวเอง
ปัดกวาดบ้านตัวเอง : กระดานความคิด โดยแกร่ง หินเพลิง

                 เห็นข่าว ศ.วิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.กล่าวปาฐกถาถึงโครงการรับจำนำข้าวที่ถือได้ว่าเป็น “สุดยอดความชั่วร้าย” ในระหว่างที่คณะกรรมการป.ป.ช.จัดกิจกรรม Cheat don't cheat เปิดตัวโครงการยุวทูตป.ป.ช.สร้างเครือข่ายนักศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

                 โดยระบุว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่พัฒนาและนับวัน แนวโน้มการคอร์รัปชั่นในไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ มาราวกับสายน้ำ "อย่างโครงการรับจำนำข้าวเรียกว่ารับจำนำแต่ให้เงินฟรี จะเห็นว่าชาวนาปล่อยข้าวแล้วไม่เอากลับคืน ไม่มีชาวนาที่ไหนมารับข้าวคืนจนล้นโกดังทำให้เงินที่รัฐจ่ายไป 7 แสนล้านบาทหายไปเข้ากระเป๋าพรรคพวก ถือเป็นการโกงที่ยิ่งใหญ่ คนที่คิดนโยบายพวกนี้ได้ ต้องถือว่าเป็นสุดยอดของความชั่วร้าย เป็นการโกงที่ยิ่งใหญ่จริงๆ"

                 อ่านแล้วทำให้นึกเลยไปถึงเรื่อง "ไมค์ทองคำ" ที่เพิ่งสรุปผลสอบล่าสุด ว่าไม่พบการทุจริตใดๆ ทำเอาหม่อมเหลน-ม.ล.ปนัดดา ดิศดุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ และปลัดสำนักนายกฯ รีบออกมาประกาศผล

                 ?เรื่องของผลสอบจะออกมาอย่างไรนั้น ผู้คนเขาคงไม่อินังขังขอบอะไรด้วยหรอก เพราะอย่างที่ทุกฝ่ายรู้กัน การจัดซื้อ “ไมค์” ด้วยวิธีพิเศษครั้งนี้ มันมีความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ต้น มีอย่างที่ไหน ไมโครโฟน คุณภาพใกล้เคียงกันเขาตั้งราคาขายไม่ถึงแสน แต่กลับไปตั้งราคาตัวละกว่า 140,000 บาท

                 แต่หลังถูกสื่อและสังคมออนไลน์ออกมาตั้งข้อกังขา ผู้รับผิดชอบโครงการปรับปรุงทำเนียบกลับออกโรงปัดป้องกันเป็นพัลวัน ยืนยันว่ายังไม่มีการจัดซื้อ แปลง่ายๆ ให้ผู้รับเหมาเข้ามาติดตั้งให้โดยที่หน่วยงานรัฐยังไม่ได้เจรจาต้าอวย หรือทำสัญญาจ้างเหมาใดๆ

                 ก่อนจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีอื้อฉาวดังกล่าวซึ่งผลตรวจสอบที่ได้ก็นัยว่าสร้างความฮือฮาให้ผู้คนในสังคมมาหนแล้ว เมื่อผลสอบของคณะกรรมการที่ถูกส่งผ่านไปยัง พล.อ.อนัตพร กาญจนรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบกในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ระบุออกมาว่า “ไม่ถึงขั้นทุจริต เพียงแค่ราคาส่วนต่างสูงไปมาก” เท่านั้น และคู่สัญญาเอกชนต่างก็ไม่มีเจตนาที่จะกระทำทุจริตด้วย

                 เมื่อป.ป.ท.สรุปผลตรวจสอบไมค์อื้อฉาวข้างต้นออกมาสำทับอีกครั้ง โดยยืนยันว่า ไม่พบการทุจริต ก็ไม่ได้มีใครแปลกใจอะไร เพราะในภาวะเช่นนี้ใครจะกล้าทุจริต

                 ก็ในเมื่อผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการอื้อฉาวที่ว่าล้วนอยู่แวดล้อมนายกฯ แถมผู้อนุมัติโครงการนี้ที่ให้ดำเนินการจัดหาด้วย "วิธีพิเศษ” นั้นก็ใช่ใครอื่น เรื่องมันจึงกลายเป็น “วัวพันหลัก” สะสางกันไม่ถูก

                 ก็คงต้องถามไปยังคณะกรรมการป.ป.ช.ที่ออกมารับลูกตรวจสอบกรณีไมค์อื้อฉาวที่ว่านี้ด้วยก่อนหน้า โดยเฉพาะท่าน ศ.วิชา ที่กำลังจัดกิจกรรมรณรงค์ปลูกจิตสำนึกต่อต้านการคอร์รัปชั่นให้เด็กและเยาวชนอยู่ในเวลานี้ หากการจัดซื้อพัสดุของหน่วยงานรัฐที่ให้ผู้รับเหมาติดตั้งส่งมอบงานก่อนค่อยมาคุยราคา และทำสัญญากันทีหลัง ไม่เข้าข่ายทุจริตคอร์รัปชั่นอะไรแล้ว หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ได้เจริญรอยตามมาเป็นพรวนแน่นั้นจะทำอย่างไร

                 ?ยิ่งในอนาคตอันใกล้รัฐบาล คสช.ยังต้องเร่งดำเนินโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกท์ 3 ล้านล้านตามแผนยุทธศาสตร์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมคมนาคมขนส่งของประเทศที่กระทรวงคมนาคมวางแผนจะดำเนินการในช่วง 8 ปีข้างหน้า (ปี2558-2565 ) จะเป็นอย่างไร

                 ก่อนหน้านี้แค่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะขยับลงทุนโครงการเมกะโปรเจกท์ 2 ล้านล้านยังถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเบรกหัวทิ่ม ไล่ให้ไปทำถนนลูกรังให้หมดประเทศก่อนค่อยมาคิดอ่านก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แถมยังมีพลพรรคฝ่ายแค้น ฝ่ายค้านและเครือข่ายในภาคประชาชนที่เห็นดีเห็นงามกับการติดเบรกการลงทุนเมกะโปรเจกท์เหล่านี้เพราะกลัวว่าประเทศไทยจะต้องเป็นหนี้เป็นชั่วลูกชั่วหลาน

                 ?เมื่อรัฐบาล คสช.ปัดฝุ่นโครงการดังกล่าวมาดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จ แถมยังจัดหนักจัดเต็มไปถึง 3 ล้านล้านบาท ซึ่งแม้จะตัดโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไป แต่ก็ยังทิ้งเชื้อให้ดำเนินเป็นโครงการรถไฟความเร็วปานกลางเอาไว้แทน ภายใต้วงเงินที่เพิ่มมากขึ้น

                 กรณี “ไมค์ทองคำ” เป็นอย่างไร ทุกฝ่ายต่างรู้กันอยู่เต็มอก แล้วโครงการเมกะโปรเจกท์ชุดใหญ่ถึง 3 ล้านล้านมันจะซ้ำรอยไหม ?


http://www.komchadluek.net/detail/20141107/195489.html
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่