รักคืออะไรเมื่อเด็กถาม????

รักคืออะไร??
เป็นคำถามของเด็กห้าขวบที่สับสนระหว่างความรักที่มีต่อพ่อแม่และระหว่างเพื่อน เพราะความรู้สึกนั้นคือ เมื่ออยู่ใกล้เค้าๆๆแล้วมีความสุข "อะไรคือรัก?" เด็กคนนั้นถาม ไอ้เราเป็นผู้ใหญ่จะตอบยังไง!!???!!!!
หากเราตอบว่า ความรักคือ ความรู้สึกของคนสองคน ที่รู้สึกดีๆต่อกัน ต่อมาอยากใช้เวลาทั้งชีวิตของพวกเค้าอยู่ด้วยกัน แชร์ความทุกข์และสุขให้กันและกัน ดูแลกันสนับสนุนไม่ปิดกั้นโอกาสของกันและกันถึงแม้บางครั้งอีกฝ่ายหนึ่งต้องยอมเสียสละอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อคนที่เรารัก บางครั้งเราก็ต้องยอม .,.,. ถ้าพูดทำนองนี้น้องคนนี้คงส่งคำถามต่อมาอีกเป็นพัน ไม่ว่าจะเป็น อะไรคือแชร์? แล้วทำไมต้องปิดกั้นโอกาส? อ้อแล้วโอกาสคืออะไรค่ะ? ที่นี้ต้องมานั่งตอบกันเป็นวัน จะตอบปัดๆไปก็กลัวเด็กจะเก็บเอาไปคิดแล้วกลับมาถามวันพรุ่งนี้ต่ออีก!!!
ยังไง?????จะทำยังไงดี!!!!!
รักคืออะไร ??  เราทวนคำถามอีกรอบ  อืมแล้วมันคืออะไร?? คนที่รักในหน้าที่การงานปกป้องหน้าที่ของตนตามสัตยบรรณที่เราเคยให้ไว้ก่อนเข้าทำงาน นี้เรียกว่าความรักไหม?? เพื่อนตักเตือนเพื่อนเป็นห่วงเพื่อนให้ความช่วยเหลือเพื่อน สนับสนุนเพื่อน คอยปรับทุกข์นั้นเรียกว่าความรักไหม?? สามีภรรยาเพิ่มความสุขให้กันและกันพร้อมปกป้องให้แต่ล่ะฝ่ายปลอดภัยดูแลใส่ใจกันทุกขณะ ช่วยเป็นกำลังใจให้ กอดและบอกรักกันยามต้องการ เหล่านี้คือความรักเหรอ?? ความสัมพันธุ์ระหว่างลูกๆกับบิดามารดาเหล่านี้คือรักไหม ?? สัตว์เลี้ยงที่เรายอมรับเค้าให้เป็นอีกสมาชิกหนึ่งในครอบครัวดูแลปกป้องเค้า นี้คือรักไหม ?? และคนอื่นๆ ล่ะ ญาติ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้านเพื่อนร่วมโลก สัตว์ป่า สิ่งแวดล้อมเหล่านี้คือรักไหม ?!?!? เคยไหมเมื่อเราเห็นคนแปลกหน้าที่ตกทุกข์ได้ยากเราประสพเข้า เราสงสารและต้องการช่วยเหลือ นั้นเรียกว่าอะไร เรียกว่ารักเพื่อนร่วมโลกไหม??.... พอคิดจบ เราก้มลงเพื่อมองตาเด็กวัยห้าขวบคนนี้  เราเห็นเค้ากระพริบตา เราคิดในใจ  เด็กคงต้องการคำตอบ .,.,.,.,
อืมแล้วอะไรล่ะคือความรัก ?? เราแอบถามตัวเองอีกรอบเพื่อจะกลั้นหาคำตอบสั้นๆง่ายๆเพื่อให้เด็กคนนี้หายสงสัย แต่! เด็กคนนั้นจ้องมองเราด้วยความสงสัย คงคิดว่า คำถามสั้นแค่เนียะทำไมใช้เวลานานจัง เค้าหันไปหาเพื่อนๆที่รออยู่ในสนามฟุตบอล แล้วหันกลับมาหาเรา มองเราด้วยสายตาที่ผิดหวัง แล้วพูดว่า "ทำไมนานจัง.. ไม่รอแล้วน่ะ" พอพูดจบเค้าก็วิ่งออกไป โดยทิ้งคำถามไว้ที่เรา!!!!  ไอ้เราจะพูดว่า - คือจะอธิบายแต่.....- เค้าวิ่งไปเร็วมาก เราจะรีบตอบกลับกลัวเด็กคนนั้นจะหยุดวิ่ง  เราเองก็ติดกับการค้นหาความหมายของคำว่า รัก  
ครานี้เปลี่ยนจากท่ายืนกลายเป็นท่า และจุดมุ่งหมายในการออกมาเดินข้างนอกบ้านกลับเป็นการถามตัวเองว่า.....รักคืออะไร????? คิดแล้วเราค่อยๆนั่งท่าขัดสมาธิลงบนพื้นหญ้าสีเขียวๆ หวังว่าการนั่งท่านี้จะช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น ... เมื่อผิวสัมผัสกอหญ้าสีเขียวๆที่ถูกตูดเรานั่งทับ เราตั้งหน้าจ้องมองกอหญ้าเพื่อค้นหาสมาธิ ทวนคำถามนั้นอีกรอบเพื่อจะอธิบายความหมายของคำว่ารัก พยายามให้คำตอบกับตัวเองโดยพูดกับตัวเองเบาๆว่า "หากรักคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน นั้นการมอบความรู้สึกที่ดีๆให้กัน ไม่คิดร้ายต่อกัน เช่น พ่อแม่รักลูก มอบความรักให้ลูก พ่อแม่มักต้องยื่นความรู้สึกรักให้ลูกพร้อมกับมอบความหวังดีต่อลูกทั้งนี้ต้องยอมรับและสนับสนุนในสิ่งที่เค้าอยากเป็น แน่ะให้เค้าเข้าใจถึงกฎของสังคมเพื่อให้เค้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ไม่ก่อความเสียหายให้กับผู้อื่น สอนให้เค้ารู้จักตัวเองเพื่อใช้ความสามารถของตนเป็นรากฐานของความพึงพอใจในสิ่งที่ตนมีในชีวิตให้กลายเป็นอาชีพที่ตนรักเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต หากเหล่านี้คือรัก.,.,. การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่คงจะไม่จำเป็นเพราะพ่อแม่รักเราโดยไม่หวังผลตอบแทน ถ้าหากไอเดียของการตอบแทนบุญคุณเป็นไอเดียของเหล่าผู้ควบคุมสังคมที่สร้างไอเดียนี้เพื่อปัดความรับชอบในการดูประชากรให้เป็นความรับผิดชอบของคนในครอบครัว ข้อสรุปนี้อาจเป็นได้......
(คิดต่อ) ในสังคมการปกครองไม่ว่าจะเป็นระบอบประชาธิปไตยหรือสังคมนิยมหรือคอมมิวนิส หน้าที่หลักของผู้ปกครองประเทศคือต้องมอบความมั่นคงทางด้านสังคมของประชาชนในทุกด้านไม่ว่า ความปลอดภัยนั้นคือมีทหารเป็นรั่วของชาติมีตำรวจคอยสอดส่องความปลอดภัยในสังคม การดูแลสาธาณูปโภคและอุปโภคบริโภคให้มีความปลอดภัยต่อคนในสังคมโดยจัดแจ้งเรื่องสาธารณสุขให้อย่างทั่วถึง ดูแลเรื่องเศรษฐกิจภายในประเทศและนอกประเทศให้มีความสมดุลย์มากที่สุดทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายๆตัวแปรที่จะมากระเตื้องเศรษฐกิจของชาติให้ไปในทิศทางที่คาดหวังไว้ ใช้ตัวกฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดพร้อมกันนั้นใช้ตัวกฎหมายเป็นตัวเปิดโอกาสของความเท่าเทียมกันในสังคม ขจัดความเลื้อมล้ำในสังคมโดยดูแลคนที่มีอายุคือดูแลคนแก่ และ เด็ก เพื่อสนับสนุนคนที่ทำงานมีโอกาส ก้าวเข้าสู่สภาวะของการตั้งตัว.,.,., ตรงนี้จะเรียกว่าขจัดความเลื้อมล้ำไหม??? แล้วเกี่ยวยังไงกับรักล่ะ?!?!?!? (จิตใต้สำนึกค้านมาส่ะงั้น)
คือหากความรู้สึกเบื้องต้นของการมีลูกคือการอยากให้ลูกเราเป็นอีกบุคคลหนึ่งในสังคมที่พร้อมจะพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่ ไม่เอาเปรียบกัน ลดละเลิกความเห็นแก่ตัวจากผลประโยชน์ส่วนตัว และให้เป็นคนที่รู้จักใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติให้เป็น พร้อมทั้งรักษาทรัพยากรเหล่านี้ให้ตกถึงมือลูกหลานเหลนให้เป็นผู้ดูแลและได้ใช้อย่างที่เราได้ใช้กันทุกวัน ใช้ความเอื้ออาทรต่อกันและกันเป็นตัวขับเคลื่อนความก้าวหน้าของสังคม หากเหล่านี้คือรัก โลกเราคงมีแต่คนที่คิดและหวังดีต่อผู้อื่นมากขึ้น ขบวนการนี้คงจะขจัดความเอาเปรียบจากกันและกันออกจากสังคมอย่างสิ้นเชิง คนในสังคมคงไม่รู้จักคำว่า "คนเห็นแก่ตัว"  ซึ่งคงจะเห็นเงินเป็นแค่เครื่องมือในการแลกเปลี่ยนจากสิ่งของไปหาสิ่งของที่จำเป็น เห็นเงินเป็นเพียงแค่ตัวเลขเพื่อให้ผู้ขายและผู้ชื้อยินยอมตกลงแลกเปลี่ยนในสิ่งที่ตนต้องการ  ถ้าหากไม่มีเงิน สังคมคงจะวุ่นวายมาก เช่น คนที่ปลูกเป็นแต่กระเทียม หากไปตลาดตอนเช้าจะเอากระเทียมไปแลกกับกับข้าวมื้อเช้า คงจะต้องแบกกระเทียมไปหลายกระสอบเพื่อจะแลกกับเนื้อหนึ่งกิโลและคงจะมีปัญหากันตรงที่จะต้องใช้กระเทียมเท่าไหร่ถึงจะพอกับการแลกเนื้อหนึ่งกิโลกรัม คือแบบนี้คงทะเลาะกันนานเพลอๆ กลับบ้านพร้อมกับกระเทียมกระสอบเดิม ดังนั้นจึงมีคนคิดค้นระบบเงินตราขจัดปัญหาความวุ่นวายในการแลกเปลี่ยนสิ่งของและแรงงาน ,.,.
พอพูดจบแล้วลืมตาขึ้น มองเห็นหน้าเด็กคนที่วิ่งออกไป พยายามกระเพรื้อมตาเพื่อความแน่ใจกับสิ่งที่เห็นว่า .... หน้าเด็กคนนี้ทำไมมีหลายหน้า.... เรายกมือขึ้นเพื่อป้องกันความรู้สึกแปลกๆที่ปรากฎ โดยใช้ทั้งสองมือขยับทั้งตัวถอยห่างเพื่อหาระยะให้มองเห็นภาพชัดเจน พอเด็กๆเห็นท่าตกใจ ก็พากันวิ่งหนีออกไปอีก แล้วตะโกนบอกว่า "เห็นพูดอยู่คนเดียะ นึกว่าอยากมีเพื่อนเล่นด้วย" หลายเสียงที่เรียกขึ้นนั้นทำให้เรารู้ว่า เพื่อนๆเค้ามาดูเราด้วย  พวกเค้าวิ่งออกไปแล้วตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า "ถ้าอยากมาเล่นด้วยก็มาน่ะไม่ต้องอายหรอก!!!"
อืมการพูดคนเดียวทำให้เด็กคิดว่าเราเหงา......!!!!!!......
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่