น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.)
กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์
เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาและนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา จากกรณี
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ว่า
โดยหลักการเมื่อรัฐธรรมนูญ 50 ถูกยกเลิกไปแล้ว บทบัญญัติแห่งการถอดถอนก็ถูกยกเลิก
ตามไปด้วย ดังนั้น สนช.ก็จะไม่มีอำนาจพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้
อีกต่อไป แม้จะมีการอ้างรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) มาตรา 6 ที่กำหนดให้สนช.ทําหน้าที่
สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภาก็ตาม
แต่ก็มองว่าสามารถทำหน้าที่แทนได้ในเรื่องทั่วไปเท่านั้น แต่การถอดถอนบุคคลออกจาก
ตำแหน่งนั้นเป็นอำนาจพิเศษที่ลงโทษนักการเมือง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะ
เวลา 5 ปี ซึ่ง
หากสนช.ตีความว่าอำนาจตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญนั้นก็จะกลายเป็นการตี
ความเพิ่มอำนาจของตัวเองทันที
ซึ่งการตีความลักษณะเช่นนี้ ก็จะเป็นผลร้ายกับนักการเมืองที่ถูกป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตาม
รัฐธรรมนูญฉบับเก่าที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญ 50 ถูกยกเลิกไปแล้วเท่ากับ
ว่าโทษก็จะไม่มีแล้ว
ส่วนที่อ้างว่าจะใช้ข้อบังคับสนช. มาพิจารณานั้น มองว่าไม่ควรนำมาใช้บังคับย้อนหลังกับ
ผู้ที่ถูกลงโทษตามรัฐธรรมนูญฉบับเก่า เพราะทำไม่ได้ แต่หากจะนำข้อบังคับมาใช้กับ
คณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือสนช.ชุดปัจจุบันนั้นสามารถทำได้
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าสนช.มีอำนาจถอดถอน
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้หรือไม่นั้นมองว่า ขณะนี้รัฐธรรมนูญไม่มีแล้วก็คงจะตีความใด
อีกไม่ได้แล้ว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1412558891
ไม่ใช่สว.ทำแทนไม่ได้! "สมลักษณ์"ชี้ "สนช."ใช้อำนาจแทนสว.ได้แค่เรื่องทั่วไป ไม่มีสิทธิ์ถอดถอน .... มติชนออนไลน์
(ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์
เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาและนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา จากกรณี
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ว่า
โดยหลักการเมื่อรัฐธรรมนูญ 50 ถูกยกเลิกไปแล้ว บทบัญญัติแห่งการถอดถอนก็ถูกยกเลิก
ตามไปด้วย ดังนั้น สนช.ก็จะไม่มีอำนาจพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้
อีกต่อไป แม้จะมีการอ้างรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) มาตรา 6 ที่กำหนดให้สนช.ทําหน้าที่
สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภาก็ตาม
แต่ก็มองว่าสามารถทำหน้าที่แทนได้ในเรื่องทั่วไปเท่านั้น แต่การถอดถอนบุคคลออกจาก
ตำแหน่งนั้นเป็นอำนาจพิเศษที่ลงโทษนักการเมือง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะ
เวลา 5 ปี ซึ่งหากสนช.ตีความว่าอำนาจตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญนั้นก็จะกลายเป็นการตี
ความเพิ่มอำนาจของตัวเองทันที
ซึ่งการตีความลักษณะเช่นนี้ ก็จะเป็นผลร้ายกับนักการเมืองที่ถูกป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตาม
รัฐธรรมนูญฉบับเก่าที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญ 50 ถูกยกเลิกไปแล้วเท่ากับ
ว่าโทษก็จะไม่มีแล้ว
ส่วนที่อ้างว่าจะใช้ข้อบังคับสนช. มาพิจารณานั้น มองว่าไม่ควรนำมาใช้บังคับย้อนหลังกับ
ผู้ที่ถูกลงโทษตามรัฐธรรมนูญฉบับเก่า เพราะทำไม่ได้ แต่หากจะนำข้อบังคับมาใช้กับ
คณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือสนช.ชุดปัจจุบันนั้นสามารถทำได้
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าสนช.มีอำนาจถอดถอน
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้หรือไม่นั้นมองว่า ขณะนี้รัฐธรรมนูญไม่มีแล้วก็คงจะตีความใด
อีกไม่ได้แล้ว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1412558891