▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เศรษฐกิจ
เศรษฐศาสตร์
มนุษย์เงินเดือน
ภาษีนิติบุคคล
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ท่านทั้งหลายคิดยังไงกับเรื่องภาษีคนจน?
เรื่องนี้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ให้สัมภาษณ์ว่า สศค.อยู่ระหว่างศึกษาการจ่ายเงินภาษีให้คนจนเพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเห็นชอบ เนื่องจากเห็นว่าคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ควรได้รับเงินโอนจากรัฐ หรือการจ่ายเงินคืนภาษีให้คนรายได้น้อย ซึ่งหลักการจ่ายคืนภาษี ต้องเป็นคนทำงานที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์และอยู่ในระบบภาษี ซึ่งเดิมกรมกำหนดให้ผู้มีรายได้เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี ต้องยื่นแบบภาษี จะปรับแก้ให้มีรายได้ตั้งแต่ 1 บาทแรกก็ต้องยื่นแบบเสียภาษี เพื่อได้ใช้สิทธิได้โอนเงินจากรัฐ
ในเบื้องต้น ได้กำหนดให้ผู้ที่ได้รับโอนเงินภาษีจากรัฐต้องมีอายุ 15 - 60 ปี โดยรายได้ตั้งแต่ 1 บาทแรก ไปจนถึง 3 หมื่นบาทต่อปี จะได้เงินโอนภาษีจากรัฐ 20%ของรายได้ที่ได้รับ รายได้มากกว่า 3 หมื่นบาทต่อปีขึ้นไปได้รับโอนเงินภาษีลดลง 12% ของส่วนที่เกิน 3 หมื่นบาทไปจนถึงรายได้ 8 หมื่นบาท จะไม่ได้รับเงินโอนภาษีจากรัฐ เพราะถือว่ามีรายได้มากพอแล้ว ซึ่งเป็นการเทียบเคียงกับการค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน
เงื่อนไขดังกล่าว จะทำให้ผู้มีรายได้ 1 หมื่นบาทต่อปีได้โอนเงินภาษี 2 พันบาท, รายได้ 2 หมื่นบาทต่อปีได้โอนเงินภาษี 4 พันบาท, รายได้ 3 หมื่นบาทต่อปีได้โอนเงินภาษี 6 พันบาท, รายได้ 4 หมื่นบาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 4.8 พันบาท, รายได้ 5 หมื่นบาทต่อปีได้โอนเงินภาษี 3.6 พันบาท, รายได้ 6 หมื่นบาทต่อปีได้โอนเงินภาษี 2.4 พันบาท, รายได้ 7 หมื่นบาทต่อปีได้โอนเงินภาษี 1.2 พันบาท โดย สศค.ประเมินว่าภาระที่ต้องโอนเงินภาษีคืนคนมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์จะต้องใช้เงินประมาณ 5.56 หมื่นล้านบาทต่อปี มีผู้ที่ได้รับเงินโอนทั้งหมดประมาณ 18 ล้านคน หรือ 27.5% ของประชากรทั้งหมด
“สศค.เห็นว่าเป็นมาตรการช่วยลดหรือเลิกโครงการประชานิยม และเป็นมาตรการทางการคลังที่ช่วยลดความยากจน แก้ปัญหาการกระจายรายได้ของประเทศ และจูงใจให้คนจนขยันทำงานมากขึ้น รวมทั้งดึงคนเข้ามาอยู่ในระบบภาษี” นายกฤษฎา กล่าว
มาตรการนี้จะเป็นแรงจูงใจให้แรงงานทำงานมากขึ้น เพราะหากตัดสินใจไม่ทำงานเลย ก็จะไม่ได้รับโอนเงิน แต่หากตัดสินใจทำงานแล้ว เงินทุกๆ บาทที่หามาได้ก็จะเพิ่มขึ้น และจะได้รับเงินโอนจากรัฐบาลเข้ามาสมทบ โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี จะมีแรงจูงใจทำงานมากขึ้น รวมทั้งจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการกระจายรายได้โดยไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะนอกจากทำให้บุคคลตัดสินใจทำงานแล้ว ยังช่วยให้รายได้รัฐบาลปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากการโอนเงินให้ผู้ที่มีรายได้น้อยจะเกิดการจับจ่ายใช้สอย ทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีจากฐานการบริโภค โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น และไม่เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด ซึ่งต่างกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้โดยวิธีอื่นๆ เช่น การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ หรือการอุดหนุนสินค้าเกษตร เป็นต้น
ที่มา http://www.manager.co.th/AstvWeekend/ViewNews.aspx?NewsID=9570000090603